Jump to content

admin

Administrators
  • Content Count

    627
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    25

Everything posted by admin

  1. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์เอมิเรสต์ คัพ ที่ทีมปืนใหญ่เปิดรังไล่ถล่มแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมันอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไปแบบขาดลอย 4-1 ในเกมส์เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น เราสามารถรับผลในเชิงบวกจากเกมส์ รวมถึงผลการแข่งขัน วิธีการเล่นมีแง่บวกมากมาย ทั้งในภาพรวมของทีม และผลงานส่วนบุคคล ผมคิดว่าเราได้ประโยชน์จากมันมากมาย แต่ก็มีหลายสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ด้วยเช่นกัน ผมคิดว่าเราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งหลัง เมื่อเราทำการเปลี่ยนผู้เล่น 7 คน แต่มันก็เป็นบททดสอบที่ดี อัพเดทอาการบาดเจ็บของทิมเบอร์ เขารู้สึกไม่ค่อยดีบริเวณเท้าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เราไม่อยากเสี่ยงใดๆ ทั้งนั้น สาเหตุที่คาลาฟิออรียังไม่มีชื่อในเกมส์นี้ เขาผ่านอะไรมาหลายอย่างในช่วงสัปดาห์ก่อน เขาเข้ามาในสภาพแวดล้อมใหม่ ที่วิธีการแตกต่างไปจากที่เขาเคยเจออย่างสิ้นเชิง การฝึกซ้อมที่แตกแต่างออกไป และเราตัดสินใจที่จะจัดการเกี่ยวกับสภาพความฟิตของเขา เพื่อให้เขาเข้ามาในทีมด้วยวิธีที่ดีที่สุด การประสานงานระหว่างฮาแวร์ตซ์ กับทรอสซาร์ มันเป็นเรื่องของเคมีในแต่ละ unit สิ่งต่างจากไหลไปอย่างไร จากด้านหนึ่งสู่อีกด้าน แน่นอนมันเป็นสิ่งที่เรายังพัฒนาได้ โดยเฉพาะทางฝั่งซ้ายของเรา พวกเขาทุกคนเป็นผู้เล่นที่ดี ดังนั้นมันจึงเกิดการแข่งขันที่สูง ฟอร์มของกาเบรียล เฆซุส ความรู้สึกแรกที่ผมได้เห็นเขาในช่วงซัมเมอร์นี้ มันมีบางอย่างที่แตกต่าง ผมสามารถสัมผัสได้ พลังงานที่แตกต่างไปจากเดิม วิธีการเคลื่อนที่ของเขาแตกต่างออกไป เขาดูดีมากๆ โอกาสลงเล่นในตำแหน่งกองกลางของชินเชนโก้ ที่ผ่านมาเขาเคยเล่นในตำแหน่งกองกลาง แต่สมาธิสำคัญในตอนนี้ของเขาคือการลงเล่นฟูลแบ็ค เขารู้ถึงคุณภาพที่เขามี เขารู้สิ่งที่เขาต้องปรับปรุง เขามีไปพูดอะไรกับลูอิส-สเคลลี่หลังจบเกมส์ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การเล่นบางอย่างที่เขาทำได้ดีจริงๆ และการเล่นบางอย่างที่เขาทำได้ดีขึ้น มีโอกาสได้เห็นโอกาสของ เอ็นวาเนลลี่ และลูอิส สเคลลี่ กับทีมชุดใหญ่มากกว่านี้ไหม ถ้าหากพวกเขายังเล่นได้แบบที่ทำอยู่ตอนนี้ ไม่มีความแตกต่างว่าพวกเขามาจากอะคาเดมี่ หรือเราเซ็นสัญญาพวกเขามาจากเยอรมัน อาร์เจนติน่า หรืออิตาลี หากพวกเขาแสดงให้เห็นคุณภาพที่พวกเขามี ในการเล่นระดับนี้ ไม่มีเหตุผลที่เราต้องจำกัดพวกเขา หากพวกเขาสมควรได้รับโอกาสลงสนาม อนาคตของเอ็นเคเทียห์ที่มีข่าวย้ายทีม เราไม่สามารถพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องแบบนั้นได้ เขาได้ลงเล่นในเกมส์นี้ด้วย เราชอบเขา และตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่ต้องพูดถึงเรื่องดังกล่าว ได้มีการพูดคุยเรื่องเวลาลงเฝ้าเสากับแรมส์เดลบ้างไหม มันเป็นสถานการณ์เดียวกับนักเตะทุกคน ทุกคนต้องการลงเล่น และไม่มีอะไรแตกต่างกับเอ็นเคเทียห์ สภาพร่างกายของซาก้าและไรซ์ ฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้น ในอีก 9 วัน ดังนั้นพวกเขาจะพร้อม เราดูแลพวกเขา และเราให้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายกับพวกเขา สิ่งที่ดีที่สุดคือการมองไปที่ตาพวกเขา แล้วได้เห็นประกายไฟในนั้น
  2. ช่วง 20 นาทีแรก Flow การเล่นของอาร์เซน่อลไหลลื่นมาก แล้วได้ประตูนำ 2-0 เร็ว ทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมด ทางเลเวอร์ก็ดูจะมีแค่ เวียต กับฟริมปง ที่พอจะป่วนเราได้บ้าง แต่ครึ่งแรกเราก็เหนือกว่าค่อนข้างเยอะ ครึ่งหลังพอนำขาดแล้ว ก็เหมือนจะผ่อนเกมส์ลงไปเยอะ เน้นให้ตัวที่เพิ่งกลับมาได้เรียก Match Fitness แล้วเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งได้ชิมลาง ลงมาเล่นในเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เลยดูไม่มีอะไรหวือหวา ชนะแบบสบายๆ เหลืออุ่นเครื่องอีกนัดเดียว ก็น่าจะได้เห็น Shape 11 ตัวจริงเกมส์นัดเปิดซีซั่น
  3. PRE-SEASON 2024 Arsenal 4 - 1 Leverkusen Wed 7 August 2024, 00.00 น. GOAL: 1-0 โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ (นาทีที่ 8, ฮาแวร์ตซ์) 2-0 เลอันโดร ทรอสซาร์ (นาทีที่ 10, ฮาแวร์ตซ์) 3-0 กาเบรียล เฆซุส (นาทีที่ 38) 4-0 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 66) 4-1 ฮาโลเช็ก (นาทีที่ 74) ดาวิด ราย่า: 6.0 ครึ่งแรกก็ไม่ได้มีจังหวะยากๆ ที่ทำให้ราย่าต้องออกแรงเซฟ การออกบอลด้วยเท้า และการอ่านเกมส์ออกมาเล่นบอล ราย่าก็ทำได้ดี น่าเสียดายมาโดนประตูตีไข่แตก กาเบรียล มากัลเญส: 6.5 ดันขึ้นไปตัดเกมส์สูงอยู่หลายครั้ง และเข้าบอลด้วยความดุดันตามสไตล์ แต่เราก็ยังเห็นช่องโหว่ และความไม่เข้าใจระหว่างเขากับชินเชนโก้อยู่บ้าง วิลเลี่ยม ซาลิบา: 6.5 พอได้ซาลิบา กลับมามันทำให้แผงแบ็คโฟร์ของทีมมีความเสถียรมากขึ้นอย่างชัดเจน ลูกยากๆ ซาลิบาทำให้เป็นเรื่องง่ายๆ ครึ่งหลังถูกเปลี่ยนออกไปพัก เบน ไวท์: 6.0 เกมส์รุกของเลเวอร์คูเซ่นทางกราบซ้ายดูไม่ค่อยมีอะไรสักเท่าไร ทำให้ไวท์ไม่ต้องมีความกดดันอะไร ตัววิงแบ็คก็ไม่ได้มีความเร็วอะไร โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้: 7.0 เปลี่ยนเบอร์เสื้อใหม่แล้วทรงพลัง ชินเชนโก้ ตะบันเต็มข้อจากนอกกรอบเขตโทษให้ทีมขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ด้านเกมส์รับเขาต้องดวลกับฟริมปงวิงแบ็คจอมบุกของห้างขายยา เขาก็ทำได้ดีขึ้น แต่ก็มีจังหวะที่ต้องดวล 1 ต่อ 1 เขาเอาฟริมปงไม่อยู่ และทำคู่แข่งเจาะเข้ากรอบเขตโทษได้ จอร์ตินโญ่: 6.5 พี่จอร์คุมพื้นที่ และอ่านจังหวะเกมส์ได้ดี เขาเคลื่อนที่ไปเป็นออปชันที่เพื่อนสามารถฝากบอลได้อยู่ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะผิดหวังกับบอลแทงทะลุไลน์ของตัวเองวันนี้อยู่บ้าง มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.5 (C) โอเดการ์ดมีส่วนร่วมในการเข้าทำประตูที่สอง และเกือบสอดมาทำประตูได้ด้วย แต่พอปีกขวาไม่ใช่ซาก้า ทำให้สามเหลี่ยมฝั่งขวาที่คืออาวุธหลักในเกมส์รุกของอาร์เซน่อล หายไปเลย เป็นความท้าทายไม่น้อยในการหาแบ็คอัพที่ใกล้เคียงกับซาก้า ไค ฮาแวร์ตซ์: 8.0 อาร์เตต้าเลือกจะวางฮาแวร์ตซ์ในตำแหน่งกองกลางอีกครั้ง เกมส์นี้ภาพรวมมีความลงตัวมากกว่านัดก่อนเยอะ ช่วงต้นเกมส์ Off the ball ของเขาเล่นงานไลน์ของเลเวอร์คูเซ่นได้ดีมาก และทำไป 2 แอสซิท ลูกสามเขาก็มีส่วนในการวิ่งดึงความสนใจเปิดช่องให้เฆซุสได้ยิง ครึ่งหลังโดนปรับมายืนกองหน้าตัวเป้า และเป็นคนยิงให้ทีมนำห่าง 4-0 เลอันโดร ทรอสซาร์: 7.5 ทรอสซาร์สังหารประตูนำ 2-0 ได้อย่างเลือดเย็น การเข้าทำก็เริ่มจากเขาที่ไปแย่งบอลหน้ากรอบเขตโทษของเลเวอร์คูเซ่นมาได้ ครึ่งแรกทรอสซาร์เป็นหนึ่งในคนที่โดดเด่นที่สุดในสนามเลย เล่นด้วยความมีชีวิตชีวา มีส่วนร่วมกับเกมส์เยอะมาก แถมเกมส์รับก็ไม่ทิ้ง ฟาบิโอ วิเอร่า: 6.0 ในช่วงปรีซีซั่นได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวาอยู่ตลอด และเกมส์นี้ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงเลย แต่วิเอร่าก็ยังไม่สามารถสร้างอิมแพ็คอะไรที่ชัดเจนให้เกิดขึ้นได้ เกมส์รุกกราบขวาดูจืดไปเล กาเบรียล เฆซุส: 7.5 ประตูนำห่าง 3-0 เป็นการโซโล่ของเขาเลย ตั้งแต่ไม่แย่งบอลมาได้ ก่อนจะลากมากดจากนอกกรอบเขตโทษเสียบมุมอย่างเด็ดขาด ลูกสองเขาก็มีส่วนร่วมในการทำทาง จุดที่เฆซุสควรหลีกเลี่ยง คือ การพยายามที่จะพลิกหนี หน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง หลายครั้งที่เราเห็นเขาเสียบอล ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีกับทีม ตัวสำรอง: บูคาโญ ซาก้า: 6.5 (นาทีที่ 46, เฆซุส) ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นเกมส์ที่ลงมาเรียก Match Fitness แล้วดูเจ้าตัวก็ไม่ได้เร่งมาก แต่พอมีจังหวะได้ดวล 1 ต่อ 1 ซาก้าก็แผลงฤทธิ์เลย ในจังหวะประตูที่ 4 พอเริ่มจะพริ้ว เจอผู้เล่นเลเวอร์หวดหนักเลย เดแคลน ไรซ์: 6.0 (นาทีที่ 46, โอเดการ์ด) เพิ่งกลับมาซ้อมได้ไม่กี่วัน จังหวะการเล่นของไรซ์ ก็ยังดูติดๆ ขัดๆ บอลพันแข้งพันขา ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่: 6.5 (นาทีที่ 46, ชินเชนโก้) เนียนตามากสำหรับการเล่นของ ลูอิส-สเคลลี่ ในปรีซีซั่นรอบนี้ ดูแล้วการเอามาปั้นเป็นแบ็คซ้าย Inverted เข้าท่าเลย กล้าเล่น กล้าที่จะเข้าปะทะ แต่ด้วยโอกาสในชุดใหญ่ปีนี้คงไม่มาก ก็น่าจะส่งไปหาประสบการณ์ใน ชปช ให้ได้เล่นต่อเนื่องน่าจะดีกว่า ยาคุบ คิวิออร์: 6.0 (นาทีที่ 46, ซาลิบา) โธมัส ปาร์เตย์: 6.0 (นาทีที่ 63, จอร์จินโญ่) อีธาน เอ็นวาเนลลี่: 6.5 (นาทีที่ 63, โอเดการ์ด) ดูแล้วก็มีโอกาสสูงมากที่ เอ็นวาเนลลี่ จะถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลหน้า หน่วยก้าน และความมั่นใจในการเล่นถือว่าดี เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์: 6.0 (นาทีที่ 70, ฮาแวร์ตซ์) ไอเดน เฮฟเว่น: 6.0 (นาทีที่ 70, กาเบรียล) เฮฟเว่น ต้องเก็บชั่วโมงบินในตำแหน่งเซนเตอร์อีกพอสมควร อย่างจังหวะโดนตีไข่แตก ลืมเช็กตำแหน่งตัวเองทำให้คู่แข่งไม่ล้ำหน้า แต่ด้วยอายุแค่ 17 ปี ปรีซีซั่นหนแรกก็ถือว่าทำได้โอเค จอซ นิโคลล์: 6.0 (นาทีที่ 70, ไวท์) กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: N/A (นาทีที่ 81, ทรอสซาร์)
  4. Internacional Timeline รายงานข่าวว่า ในสัปดาห์นี้ สโมสรอินเตอร์นาซิอองนาล จะได้รับข้อเสนอ 25 ล้านยูโร รวมโบนัส สำหรับ กาเบรียล คาลวัญโญ่ กองกลางเชิงรุกวัย 16 ปี ทางอินเตอร์นาซิอองนาล ถือสิทธิ์ในตัวเขา 100% สำหรับเจ้าหนูรายนี้ ลงสนามในซีรีย์เอ ลีกสูงสุดของบราซิลกับอินเตอร์นาซิอองนาลไปแล้ว 3 เกมส์ ยิง 1 ประตูกับ 1 แอสซิท เขาถูกยกย่องว่าเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ที่มีพรสวรรค์มากที่สุด นับตั้งแต่ อเล็กซานเดอร์ ปาโต้ อดีตกองหน้าของเอซี มิลาน อย่างไรก็ตามหากดีลการย้ายทีมเกิดขึ้น ทางอาร์เซน่อลยังจะต้องรอให้นักเตะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ เขาถึงจะสามารถย้ายไปเล่นที่อังกฤษได้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า อาร์เซน่อล บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ มิเกล เมริโน่ กองกลางทีมชาติสเปน ด้วยสัญญายาว 4 ปี ตอนนี้เหลือเพียงแค่ทั้งสองสโมสรบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวของเมริโน่ นอกจากนี้โรมาโน่ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับ วิคตอร์ เกียวเกเรส กองหน้าของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่มีข่าวเชื่อมโยงกับอาร์เซน่อล เขาบอกว่า นักเตะมีค่าฉีกสัญญา 100 ล้านยูโร และการเจรจากับสปอร์ติ้ง ลิสบอน นั่นยากเสมอ โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม หากพวกเขาต้องมองหาตัวแทน ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แต่ต้องมารอดูในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนดีลของ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ทางอาร์เซน่อลตั้งค่าตัวนักเตะไว้ 35 ล้านยูโร และส่วนแบ่งการขายในอนาคต แต่ทางโอลิมปิก มาร์กเซย ยินดีที่จะจ่าย 27 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งหากอาร์เซน่อลยังไม่ยอมลดค่าตัวของเอ็นเคเทียห์ ก็เป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นเขาเล่นให้กับมาร์กเซย
  5. เมริโน่ไม่น่ามีอะไรผิดพลาดแล้ว ก็จะมาลงแทนสล็อตของสมิธ โรว์ น่าสนใจตรงดีลถัดไป หลังจากปล่อยเอ็ดดี้ออกแล้ว น่าจะเป็นดีลแนวรุกบ้าง ตอนนี้ลือกันในหมู่วงในๆ ว่าจะเป็นกองหน้าสวีเดน แต่พวก Tier ต้นๆ ยังไม่ได้มีใครออกมาบอกถึงเป้าหมายถัดไปของเราว่าจะเป็นใคร
  6. PRE-SEASON 2024 Arsenal 1 - 2 Liverpool Thu 1 August 2024, 06.30 น. GOAL: 0-1 โมหาเหม็ด ซาล่าห์ (นาทีที่ 13) 0-2 ฟาบิโอ คาวัญโญ่ (นาทีที่ 34) 1-2 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาที่ 40) คาร์ล ไฮน์: 6.0 สองประตูที่เสียในครึ่งเวลาแรกก็ถือว่าหมดสิทธิ์ป้องกัน เพราะโดนล่อเป้าทั้งนั้น การออกมาเล่นนอกกรอบก็ยังทำได้ดี แต่การออกบอลยาวด้วยเท้า ยังไม่ค่อยแม่นยำ กาเบรียล มากัลเญส: 5.0 กาเบรียลพยายามจะเข้าชิงจังหวะเล่นบอลเร็ว แต่ก็มีเข้าถึงช้า อย่างลูกแรกที่เสียเขาก็เข้าถึงช้ากว่าโจต้า และกลายเป็นตัวเองหลุดตำแหน่ง แล้วเราก็เห็นกาเบรียลหลุดตำแหน่งเยอะมากในครึ่งแรก ส่วนหนึ่งก็เพราะชินเชนโก้หลุดก่อน ทำให้เขาต้องขยับออกมา Cover ยาคุบ คิวิออร์: 6.0 ต้องขยับคิวิออร์ออกมาเล่นเซนเตอร์ขวา เพราะทิมเบอร์ได้พัก คิวิออร์ต้องมาเป็นตัวออกบอล แม้ว่าจะไม่ใช้เท้าข้างถนัด ก็พอออกบอลได้ ข้อผิดพลาดส่วนตัวก็ไม่ถึงกับชัดเจน เบน ไวท์: 6.0 เกมส์รับฝั่งขวา ไม่ได้มีปัญหาอะไรในการรับมือกับเกมส์รับของฝั่งลิเวอร์พูล แต่อาจจะมีหัวเสียอยู่หน่อยๆ กับการไล่เตะคาวัญโญ่ โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้: 4.0 การเล่นเกมส์รับของชินเชนโก้ก็ยังเป็นปัญหา แล้วปล่อยให้ซาล่าห์มีเวลาได้เล่นกับบอลง่าย ทำให้ตัวเองเจอกดดัน แถมยังมีหลุดตำแหน่งอยู่เรื่อยๆ ดีที่ครึ่งหลังลิเวอร์พูลเน้นตั้งรับ เลยโดนกดดันน้อยลง โธมัส ปาร์เตย์: 5.0 ปาร์เตย์ดร็อปลงไปเยอะมาก โดยเฉพาะถ้าหลุดจากพื้นที่ของตัวเองไปเมื่อไร ปาร์เตย์แทบจะไม่ไล่ หรือไล่ก็ไม่ทันแล้ว มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.0 (C) เป็นตัวสร้างสรรค์หลักของอาร์เซน่อล ประตูตีไข่แตกของฮาแวร์ตซ์เขาก็มีส่วนร่วม และสร้างโอกาสลุ้นประตู และเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายสวยๆ ได้อีกหลายครั้ง แต่บอลอาจจะมาถึงโอเดการ์ดน้อยไปหน่อย ไค ฮาแวร์ตซ์: 7.0 ฮาแวร์ตซ์กองกลาง 8 ฝั่งซ้าย ฟอร์มส่วนตัวฮาแวร์ตซ์ไม่ได้แย่ มีจังหวะลงมาช่วยตัดบอล และมีประตูด้วย ช่วงต้นครึ่งหลังก็มีบทบาทเยอะ เพียงแต่มองในแง่ความลงตัว การใช้ฮาแวร์ตซ์ในบทบาทหน้าเป้าหรือ False9 มันจะดูลงตัวมากกว่า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 มีโอกาสที่จะหลุดไปในพื้นที่กรอบเขตโทษของลิเวอร์พูลอยู่ 2-3 หน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาดมากพอ แล้วพอ Unit ซ้ายเสียสมดุล มาร์ติเนลลี่ก็โดดเดี่ยวเหมือนเดิม ริสส์ เนลสัน: 5.5 จริงๆ เนลสันก็มีโอกาสกับชุดใหญ่มาหลายปีแล้ว แต่เราก็ยังไม่เห็นว่าเนลสันจะขึ้นมาเป็นแบ็คอัพที่ใกล้เคียงของซาก้าได้เลย เกมส์นี้ก็เช่นเดียวกัน อาจจะพาบอลหลุดไปถึงเส้นหลังได้บ้าง แต่จังหวะเปิดก็ยังทำได้ไม่ดี เจอเบียดเจอกระแทกก็เสียการครองบอลง่ายๆ กาเบรียล เฆซุส: 5.5 ช่วงต้นเกมส์มีขึ้นไปบีบเพลสใส่ผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลได้ดี แต่ปัญหาของ เฆซุส เลยเสียการครองบอลง่ายๆ แล้วมีมาเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษตัวเองไปหนนึง เกือบทำทีมเสียประตู ตัวสำรอง: ฟาบิโอ วิเอร่า: 6.0 (นาทีที่ 46, เนลสัน) กับตำแหน่งปีกขวาก็ยังไม่เหมาะกับวิเอร่าสักเท่าไร ด้วยความที่เขาไม่ได้มีความเร็วอะไรมาก วิธีการเล่นของวิเอร่าก็ค่อนข้างจะมีหน้าเดียว คือตัดเข้ากลางแล้วเปิดบอล เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 (นาทีที่ 46, มาร์ติเนลลี่) ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่: 6.5 (นาทีที่ 70, ชินเชนโก้) ลงมาก็ถือว่าทำได้ดี ในการมาเล่นแบ็คซ้ายแทนชินเชนโก้ การออกบอลขึ้นหน้าทำได้ดีเกือบทุกจังหวะ และเกมส์รับก็ทำได้ดีด้วย อีธาน เอ็นวาเนลลี่: 6.0 (นาทีที่ 70, ฮาแวร์ตซ์) จอร์จินโญ่: 6.0 (นาทีที่ 77, ปาร์เตย์)
  7. มัตเตโอ โมเร็ตโต้ นักข่าวดังจาก Relevo รายานข่าวว่า มิเกล เมริโน่ กองกลางทีมชาติสเปน จะเป็นนักเตะใหม่ของอาร์เซน่อล หลังจากทีมดังจากลอนดอนเหนือ กำลังจะบรรลุข้อตกลงกับเรอัล โซเซียดัด ด้วยข้อเสนอ 30 ล้านยูโรบวกโบนัส การประกาศอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในอีก 1-2 วันข้างหน้า มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมมาอรืเซน่อล เป็นหนึ่งในคนที่ผลักดันให้สโมสรเซ็นสัญญาคว้าตัวกองกลางวัย 28 ปีรายนี้มาร่วมทีม เขาได้มีการติดต่อไปหานักเตะหลายครั้ง ความจริงจังของอาร์เตต้า และโปรเจ็กต์ของอาร์เซน่อล เพียงพอที่จะโน้มน้าวเมริโน่ ให้ตัดสินใจย้ายมาเล่นกับอาร์เซน่อล ส่วนทางด้าน โซเซียดดัด เจรจาคืบหน้าในการคว้าตัว คาร์ลอส โซแลร์ กองกลางชาวสเปนวัย 27 ปี ของปารีส แซงต์แชร์กแม็ง ที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของเมริโน่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า อาร์เซน่อลใกล้ที่จะคว้าตัว มิเกล เมริโน่ ไปร่วมทีม หลังการตกลงทางวาจาใกล้ที่จะปิดดีลกันเต็มที่ เงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะมีการตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักเตะต้องการย้ายมาเล่นกับอาร์เซน่อล คาดว่าจะปิดดีลกันที่ได้ราว 30 ล้านยูโร การเจรจาระหว่างสองสโมสรยังคงมีต่อไป เพื่อบรรลุข้อตกลงทุกอย่างให้เรียบร้อย MARCA สื่อดังจากสเปน รายงานข่าวว่า มิเกล เมริโน่ ใกล้มากๆ ที่จะย้ายไปเล่นกับอาร์เซน่อล คาดว่าดีลจะเสร็จสิ้นก่อนที่นักเตะจะเดินทางกลับมาจากการพักร้อนในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ Cana Plus สื่อของฝรั่งเศส บอกว่า เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ได้แจ้งกับผู้บริหารของอาร์เซน่อล ว่าเขาต้องการย้ายไปเล่นกับโอลิมปิก มาร์กเซย การเจรจาระหว่างทั้งสองสโมสรกำลังดำเนินอยู่ และมีการมองโลกในแง่ดีว่าทั้งสองสโมสรจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ LCFC สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่า ริสส์ เนลสัน จะไม่ได้ย้ายมาเล่นกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์นี้ มีการเจรจาระหว่างทั้งสองสโมสร แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากค่าตัวของเนลสัน อยู่นอกเหนือกับตัวเลขที่เลสเตอร์จะจ่ายได้ ส่วนทางเวสต์แฮม ยูไนเต็ด อีกหนึ่งทีมที่เคยให้ความสนใจในตัวเนลสัน ตอนนี้พวกเขากำลังใกล้จะคว้าตัว คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ปีกตัวเก่งของลีดส์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม
  8. ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า อาร์เซน่อล กำลังมองในแง่ดีเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาคว้าตัว มิเกล เมริโน่ กองกลางทีมชาติสเปนของเรอัล โซเซียดัด เข้ามาเสริมทัพ พวกเขามีความรู้สึกว่าจะสามารถคว้าตัวดาวเตะวัย 28 ปี ในราคาที่ดี ตอนนี้ทั้งบาร์เซโลน่า และแอตเลติโก มาดริด เชื่อว่า ทาง มิเกล เมริโน่ ให้ความสำคัญในการย้ายไปร่วมทีมอาร์เซน่อล และทางนักเตะมองว่า มิเกล อาร์เตต้า เป็นโค้ชที่เหมาะสมสำหรับเขา หลังจากที่อาร์เซน่อล ได้เงินจากการขาย สมิธ โรว์ ไปที่ฟูแล่ม อาร์เซน่อลจะเริ่มเจรจาอย่างเป็นทางกับทางโซเซียดัด โรมาโน่ยังบอกอีกว่า ถ้าหากอาร์เซน่อลสามารถปล่อยนักเตะอย่าง ริสส์ เนลสัน และเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ออกไปได้ พวกเขาจะประเมินโอกาสในการเสริมผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า แต่ไม่คิดว่าจะเป็น วิคตอร์ เกียวเกเรส เพราะค่าฉีกสัญญาของนักเตะนั่นสูงเกินไป แต่บางทีพวกเขาอาจจะเซ็นสัญญากับผู้เล่นริมเส้น ที่จะดึงพลังงานใหม่ๆ เข้ามาได้ Sports Zone บอกว่า อาร์เซน่อล บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวสัญญายาว 4 ปีกับ มิเกล เมริโน่ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนต่อไปคือการเจรจาเรื่องค่าตัวกับทางต้นสังกัดนักเตะคือเรอัล โซเซียดัด Catalunya Radio สถานีวิทยุประจำแคว้นคาตาลัน บอกว่า ตอนนี้การย้ายทีมของ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ปีกทีมชาติสเปนของแอธเลติก บิลเบา ไปบาร์เซโลน่านั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และตอนนี้ทางบาร์ซ่ามีการมองโลกในแง่ร้ายมากๆ เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังจาก The Athletic รายงานข่าวว่า โอลิมปิก มาร์กเซย ขยับความพยายามในการคว้าตัว เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ กองหน้าของอาร์เซน่อล หลังจากมีการยื่นข้อเสนอรอบใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีมจาลีกเอิงได้ยื่นสัญญาใหม่ที่เป็นตัวเลขราว 20 ล้านยูโร (16.8 ล้านปอนด์) เป็นมูลค่าที่ใกล้เคียงกับที่ยื่นมารอบก่อน แต่ใกล้เคียงกับโครงสร้างการจ่ายเงินที่อาร์เซน่อลต้องการ แต่ในมุมของมูลค่า ยังดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตาม มาร์กเซยยังคงพยายามแก้ไข และทั้งสองสโมสรยังคงเจรจากันอยู่ ทางด้านกองหน้าวัย 25 ปี ได้มีการบรรลุข้อตกลงเงื่อนไขส่วนตัว สัญญายาว 5 ปีกับทางมาร์กเซยไปแล้ว และเขาอยากที่จะร่วมงานกับ โรแบร์โต้ เดอ แซร์บี้ Sky Sport รายงานข่าวว่า เอมิล สมิธ โรว์ ได้ผ่านการตรวจร่างกายกับสโมสรฟูแล่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือขั้นตอนด้านเอกสาร ก่อนที่จะมีการยืนยันการย้ายทีมอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นเขาจะเดินทางไปเข้าแคมป์ฝึกซ้อมที่โปรตุเกสกับต้นสังกัดใหม่ มิเกล อาร์เตต้า พูดถึงตำแหน่งถัดไปที่พวกเขาจะเสริมทัพ หลังการเซ็นสัญญากับ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี กุนซือหนุ่มชาวสเปนกล่าวว่า: "เราจะต้องรอดูความเคลื่อนไหวของนักเตะ เราได้มีการระบุสิ่งที่เราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นเอาไว้แล้ว เรามีการประชุมกันตั้งแต่เดือนมีนาคมและเมษายน และถ้าหากมีโอกาสเราก็จะพยายามเสริมแกร่งทีม ผมเชื่อว่าเราสามารถทำให้ทีมดีขึ้นได้กว่านี้ แต่ที่ผ่านมา ผมก็พอใจกับขุมกำลังที่ทีมมีตอนนี้" Tomasz Wlodarczyk นักข่าวดังจากโปแลนด์ เปิดเผยว่า ยาคุบ คิวิออร์ จะมีการเคลียร์อนาคตกับอาร์เซน่อลหลังจากเดินทางกลับจากทัวร์ปรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทีมปืนใหญ่จะเดินทางกลับมาลอนดอนในวันพฤหัสบดีนี้ และคิวิออร์ อาจได้รับไฟเขียวให้ย้ายทีมได้ Daily Mail เปิดเผยว่า มิเกล อาร์เตต้า และสต๊าฟโค้ชของอาร์เซน่อล เชื่อว่าฤดูกาลนี้ จะเป็นโอกาสที่ดีของ อีธาน เอ็นวาเนลลี่ กองกลางดาวรุ่งอนาคตไกลวัย 17 ปีที่จะก้าวขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อล ทีมงานข่าวของ Mail Sport รับทราบข้อมูลมาว่า อาร์เตต้า รู้สึกถึงความรับผิดชอบอย่างมากกับนักเตะอะคาเดมี่ของทีม ถ้าหากผู้เล่นดาวรุ่งถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เร็วเกินไป อาจส่งผลกระทบในระยะยาวกับผู้เล่นได้ อาร์เตต้ายังตระหนักดีว่าเขาคือความที่ต้องถูกตำหนิ ถ้าหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ส่วนการสูญเสีย ชิโด้-โอบี มาร์ติน กองหน้าดาวรุ่งวัย 16 ปี ของอาร์เซน่อล มีเบื้องหลังอยู่ว่า อาร์เซน่อล ได้เสนอนักเตะลงเล่นระหว่างทีม U18 และ U21 ในฤดูกาลหน้า และขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในระหว่างฤดูกาล แต่ทางด้านนักเตะอยากที่จะข้ามขึ้นมาเล่นกับทีม U21 ในทันที อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักๆ ในการตัดสินใจของนักเตะคือเรื่องของเงิน มีรายงานข่าววว่าตัวแทนของนักเตะ เรียกร้องเงินจำนวนนึงที่ห่างไกลจากข้อเสนอที่ทางอาร์เซน่อลยินดีที่จะจ่าย ดังนั้นอาร์เซน่อลจึงตัดสินใจถอนตัว แม้ว่าพวกเขาจะอยากจะเก็บโอบี-มาร์ติน เอาไว้ เพราะเป็นดาวรุ่งมีศักยภาพสูง จอซ ครองกี้ ประธานสโมสรร่วมของอาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยว่าสโมสรกำลังมีความคิดที่จะปรับปรุงสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการขยายความจุของสนาม เขากล่าวกับทาง ESPN ว่า: "อาจยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุยถึงแผนในเชิงลึก แต่มีการเริ่มพูดคุยเบื้องต้นเกี่ยวกับสนาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการปรับปรุงสนาม แต่เราเห็นความเป็นไปได้ของสิ่งที่มีอยู่" นอกจากนี้จอซ ยังบอกถึงเป้าหมายของสโมสรอาร์เซน่อล และพร้อมสนับสนุนทีมฟุตบอลหญิงต่อไป เขากล่าวว่า: "เป้าหมายของเราคือการแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาโดยตลอด ผมคิดว่าทีมพร้อมสำหรับความท้าทายนี้ เราพยายามที่จะเติมคุณภาพให้ทีมต่อไป เพื่อทำให้เรามีโอกาสมากขึ้น ที่จะส่งมอบการเฉลิมฉลองให้กับแฟนบอลของเรา" "ส่วนในทีมฟุตบอลหญิงของเราก็เช่นกัน คุณจะเห็นได้ว่ากีฬาของผู้หญิงกำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก เราตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมกับธุรกิจนี้" ธีโอ วัลคอตต์ อดีตปีกของอาร์เซน่อล ซึ่งปัจจุบันเดินทางมาทัวร์ปรีซีซั่นกับทีมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ เขาบอกว่า มิเกล อาร์เตต้า คือคนสำคัญในการเข้ามาปรับเปลี่ยนทัศนคติของสโมสรให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขากล่าวว่า: "มิเกล คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสโมสรแห่งนี้" "ตอนนี้พวกเขากำลังขึ้นไปท้าทายในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นแนวความคิดที่แตกต่างไปจากเราเคยคิดเพียงแค่การจบในอันดับท็อปโฟร์" อาร์เซน่อล จะมีการเปิดตัวชุดแข่ง Third Kit สำหรับฤดูกาลใหม่ ในวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม
  9. อาร์เซน่อล ยืนยันการคว้าตัว ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี เซนเตอร์แบ็คทีมชาติอิตาลี มาจากสโมสรโบโลญญ่า โดยดาวเตะวัย 22 ปี เซ็นสัญญายาว 5 ปีกับทีมดังจากลอนดอน และเขาจะสวมเสื้อหมายเลข 33 สำหรับคาลาฟิออรี เป็นนักเตะทีมชาติอิตาลีชุดลุยยูโร 2024 ที่ผ่านมา หลังจากทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการพาโบโลญญ่า จบในอันดับท็อป 4 ของศึกกัลโช่ ซีรีย์อา ตีตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกได้เป็นหนแรกในรอบ 60 ปีของสโมสร เอดู กาสปาร์ ผู้อำนวยการสโมสรอาร์เซน่อลกล่าวว่า: "มันเป็นความพยายามที่ยอดเยี่ยมของทีมงานในการปิดดีลนี้ และเรายินดีต้อนรับริคาร์โด้สู่ครอบครัวของเรา เราระบุว่า ริคาร์โด้ เป็นส่วนหนึ่งในแผนการเสริมทัพของเรา เขาเป็นผู้เล่นที่เหมาะสมกับโปรไฟล์ของเรา และจะเป็นกำลังเสริมชั้นเยี่ยม แม้ว่าเขาอายุ 22 ปี แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ และประสบการณ์" "ริคาร์โด้ ได้แสดงให้เห็นคุณภาพของเขาทั้งในทีมชาติและสโมสรมาอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในซีรีย์อา เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในยูโร 2024 ที่ผ่านมา มิเกล และโค้ชของเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับเขา และเราทุกคนตั้งตารอที่จะได้เห็นเขาในชุดของเรา" ด้าน มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล พูดถึงแข้งใหม่รายนี้ว่า: "เรายินดีต้อนรับ ริคาร์โด้ เข้าสู่ครอบครัวอาร์เซน่อล เขาเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับของเรา ริคาร์โด้มีทักษะที่จะทำให้เราแข็งแกร่ง สำหรับการก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ เขาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งกับโบโลญญ่าและทีมชาติอิตาลี เราตั้งตาที่จะได้ทำงานร่วมกับเขา และได้สนับสนุนเขาไปอีกหลายปีต่อจากนี้" บทสัมภาษณ์แรกของ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี หลังจากย้ายมาร่วมทีมอาร์เซ่อล การย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อล: มันรู้สึกมหัศจรรย์ มันยากลำบากจนกระทั่งถึงตอนนี้ แต่ในที่สุดผมก็มาอยู่ที่นี่ และแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มฝึกซ้อมร่วมกับทีมและเล่นเพื่อแฟนๆ บอล มันเป็ความฝันของผมตั้งแต่อายุ 12-13 ปี เพราะผมเห็นระดับการเล่นของลีกที่นี่ และผู้เล่นที่ดีที่ในโลก สำหรับผมการมาเล่นที่นี่ ไม่ใช่เพียงแค่ความฝันของผม แต่สำหรับทุกคน เบื้องหลังการตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อล: ผมได้พูดคุยหลายอย่างกับอาร์เตต้า และเอดู และพวกเขาโน้มน้าวใจผม แต่จริงๆ ผมตัดสินใจไปแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นโปรเจ็กต์ที่ดีที่สุดสำหรับผมในอีกหลายปีต่อจากนี้ และผมคิดว่าผมจะพัฒนาขึ้นในฐานะนักเตะ และผมหวังว่าเราจะคว้าแชมป์ จอร์จินโญ่ ได้บอกอะไรคุยบ้างเกี่ยวสโมสร ผมเพิ่งได้เจอกับจอร์จินโญ่เมื่อเดือนก่อน เขาโน้วน้าวผม เขาพูดว่า มาๆๆๆ คุณจะสนุกกับการเล่นที่นี่ ทีมน่าทึ่งมาก ทุกอย่างยอดเยี่ยม คุณจะได้เห็นมันตั้งแต่นาทีแรก คุณมีผลงานที่น่าประทับใจเมื่อปีก่อนในการพาโบโลญญ่าไปเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนลีก ได้ประเดิมสนามกับทีมชาติอิตาลีในยูโร 2024 แล้วตอนนี้กำลังจะได้มาเล่นในพรีเมียร์ลีก ช่วยสรุปที่ผ่านมาหน่อยได้ไหม? ผมว่าคุณได้บอกทุกอย่างไปหมดแล้ว ผมมาที่นี่เพื่อลงเล่น ดังนั้นผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ลงสนาม และมอบบางอย่างให้กับทีม และหวังว่าผมจะทำมันได้ตั้งแต่ไม่กี่เกมส์แรก จากมุมมองของผม มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ผมตื่นเต้นที่จะได้เล่นให้กับอาร์เซน่อล และอยางที่ผมบอกไปพาทีมคว้าแชมป์ ช่วยบอกถึงสไตล์การเล่นของคุณหน่อยได้ไหม? ผมไม่อยากที่จะพูดอะไรมากนัก ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบพูด ผมชอบที่จะลงเล่น แน่นอนว่าแฟนบอลจะได้เห็นในสนามว่าผมสามารถทำอะไรได้ดี พูดถึงการเจอกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ในวันนี้ ผมคิดว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นผู้เล่นที่ดี และผมไม่สามารถรอที่จะได้ลงเล่นกับพวกเขา ฝากข้อความไปถึงแฟนบอลอาร์เซน่อล Forza Arsenal ผมไม่สามารถรอที่จะเจอพวกคุณที่เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม
  10. Sky Sport รายงานข่าวว่า ฟูแล่ม บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว เอมิล สมิธ โรว์ กองกลางจากอาร์เซน่อลด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ โดยแบ่งเป็นเงินต้น 27 ล้านปอนด์ และโบนัสอีก 7 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรฟูแล่ม และเป็นการขายนักเตะได้แพงที่สุดร่วมของฝั่งอาร์เซน่อลด้วยเช่นกัน สมิธ โรว์ จะเดินทางมาตรวจร่างกายกับฟูแล่มในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะเดินทางไปเข้าแคมป์ปรีซีซั่นกับต้นสังกัดใหม่ที่โปรตุเกส ส่วนทางด้าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวดังชาวอิตาเลี่ยน ก็ยืนยัน HERE WE GO ดีลนี้แล้วเช่นกัน ฟลอเรียน แพตเทนแบร์ก ออกมาเปิดเผยว่า อาร์เซน่อล กำลังจับตามองสถานการณ์ของ เลรอย ซาเน่ ปีกทีมชาติเยอรมันของบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งทาง มิเกล อาร์เตต้า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับปีกวัย 28 ปี สมัยที่ทั้งคู่ทำงานด้วยกันที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม นักเตะยังมีสมาธิกับการค้าแข้งกับบาเยิร์นต่อไป สถานการณ์ในปัจจุบันคือ ซาเน่ อยู่ต่อและจะต่อสัญญาฉบับใหม่ แต่ถ้าหากเขาไม่สามารถตกลงสัญญาใหม่ได้ ซึ่งสัญญาเดิมกำลังจะหมดลงในปี 2025 อาร์เซน่อลอาจจะเป็นทางเลือกสำหรับนักเตะ TNT ทวิตเตอร์สายวงในของอาร์เซน่อล ออกมาบอกว่า นักเตะทีมชาติเยอรมันลึกลับนั่นก็คือ เลรอย ซาเน่ แต่ที่ดีลไม่มีความคืบหน้า เพราะทางบาเยิร์น มิวนิค ยังไม่สามารถหาตัวแทนของซาเน่ได้
  11. แบ็คซ้าย กับกองกลางที่วางแผนจะเสริมตอนนี้ทุกอย่างชัดหมดแล้ว เหลือตำแหน่งปีก ที่เป้าชัดว่าเราอยากได้ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ แต่ดีลมันเกิดยาก ยังไม่รู้ว่า Plan B ในตำแหน่งปีกจะเป็นใคร ส่วนหน้าเป้า เงื่อนไขจำเป็นต้องปล่อยเอ็ดดี้ออกไปให้ได้ กับตัวเลือกในตลาดมี ชื่อของเกียวเกเรส เริ่มกลับมาถูกสื่อโยง แต่ถ้าค่าตัวยัง 70-80 ล้านปอนด์อยู่ มันน่าจะยาก แต่ถ้าลดลงมาเหลือ 40-50 ล้าน อันนี้พอได้ลุ้น
  12. ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า อาร์เซน่อล กำลังเตรียมที่เจรจาอย่างจริงจังกับตัวแทนของ มิเกล เมริโน่ ในสัปดาห์หน้า หลังการพูดคุยก่อนหน้านี้ออกมาในเชิงบวก และพวกเขาพร้อมเดินหน้าทันที หลังจากการย้ายทีมของ เอมิล สมิธ โรว์ ที่ย้ายไปฟูแล่มเสร็จสิ้น มิเกล อาร์เตต้า ชื่นชอบนักเตะวัย 28 ปีรายนี้มาก อาร์เซน่อลอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการย้ายทีมของเมริโน่ แต่ชื่อเมริโน่ ก็ไม่ใช่ชื่อเดียวในรายชื่อเป้าหมายของทีมปืนใหญ่ มัตเตโอ โมเร็ตโต้ นักข่าวจาก Relevo ความสนใจของอาร์เซน่อลในตัว มิเกล เมริโน่ ยังคงอยู่ หลังจากมีการพูดคุยรอบใหม่กันเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา แอตเลติโก มาดริด เองก็พยายามที่จะคว้าตัวเขาเช่นกัน แต่นักเตะเป็นคนขอชะลอไว้ก่อน ส่วนบาร์เซโลน่าก็ยังให้ความสนใจ แต่ตอนนี้โฟกัสของพวกเขาอยู่กับนักเตะคนอื่น Estadio Depotivo สื่อของสเปน บอกว่า การเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างอาร์เซน่อล กับเรอัล โซเซียดัด เกี่ยวกับ มิเกล เมริโน่ มีการกำหนดวันไว้แล้ว แต่เวลานี้ในเรื่องการประเมินค่าตัวนักเตะยังมีความแตกต่างกันอยู่ ทางทีมดังจากอังกฤษ มองว่าค่าตัว 30 ล้านยูโร นั้นสูงเกินไป สำหรับนักเตะที่เหลือสัญญาปีสุดท้าย และไม่มีแนวโน้มที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ เมริโน่ ไม่สนใจที่จะย้ายไปเล่นกับแอตเลติโก มาดริด ขณะที่บาร์เซโลน่าก็ไม่พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอที่สูงกว่า 20 ล้านยูโร ดังนั้น อาร์เซน่อลเป็นเพียงทีมเดียวที่สามารถให้ค่าตัวได้อย่างที่โซเซียดัดต้องการ ส่วนมิเกล อาร์เตต้า Foot Mercato บอกว่า จากข้อมูลของเรา ยังไม่ได้ข้อมูลว่าอาร์เซน่อลได้มีการติดต่อไปยัง ปารีส แซงต์แชร์กแม็ง เกี่ยวกับ ฟาเบียน ลุยซ์ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี กองหลังทีมชาติอิตาลี ผ่านการตรวจร่างกายกับอาร์เซน่อลเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่ลอนดอน และตอนนี้เขาจะเดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อไปสมทบกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ โดยการเปิดตัวและเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการของ คาลาฟิออรี จะเกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา Paul Hirst นักข่าวดังจาก The Times บอกว่า แผนการเสริมทัพของอาร์เซน่อล นั้นมีความเรียบง่ายมาก นั่นคือการทำให้ มิเกล อาร์เตต้า มีทางเลือกมากขึ้น อาร์เตต้า ต้องการทีมที่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถโรเตชัน หรือทำการเปลี่ยนตัว แบบที่เขาไม่สามารถทำได้มากนักเมื่อฤดูกาลก่อน ทุกๆ รายละเอียดที่เกิดขึ้นในฤดูกาล 2023/24 ได้รับการวิเคราะห์ และค้นหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มีการระบุจุดอ่อน และข้อผิดพลาด และตอนนี้อาร์เซน่อล กำลังพยายามแก้ไขปัญหาของตัวเองอยู่ ตำแหน่งแบ็คซ้าย เป็นพื้นที่อาร์เซน่อลมองว่าเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจจากเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ยาคุบ คิวิออร์, ชินเชนโก้ และโทมิยาสุ ที่สลับกันเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย ต่างพบกับความยากลำบากทั้งแง่เทคนิคและทางกายภาพ ดังนั้น ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี จึงถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญในแผนการเสริมทัพ แล้วเมื่อการย้ายทีมของ เอมิล สมิธ โรว์ ไปที่ฟูแล่มด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์เสร็จสิ้น อาร์เซน่อลจะขยับความสนใจในตัว มิเกล เมริโน่ เพิ่มขึ้น แล้วพวกเขาจะมองหาแนวรุกริมเส้นด้วย แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับกองหน้าตัวเป้า การทำงานหนักไม่เพียงแค่ อาร์เตต้า ทีมสต๊าฟโค้ช และนักเตะ แต่ทางเอดู ผู้อำนวยการกีฬาของพวกเขา ก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ดังที่ได้เห็นเขาเดินไปรอบๆ โรงแรมที่พัก ในหูใส่ Airpods และพูดคุยกับเอเยนต์ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของสโมสร และเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในลอนดอน เปโดร อัลเมด้า นักข่าวชาวโปรตุกีซ บอกว่า วิคตอร์ เกียวเกเรส กองหน้าของสปอร์ติ้ง ลิสบอน จะกลับมาเป็นเป้าหมายการเสริมทัพของอาร์เซน่อลอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการคว้าตัว คาลาฟิออรี The Mirror เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เตรียมที่จะมีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ 15 ล้านปอนด์ เพื่อเซ็นสัญญากับ ริสส์ เนลสัน ปีกของอาร์เซน่อล ซึ่งตอนนี้ก็มีเลสเตอร์ อีกทีมที่กำลังเจรจากับอาร์เซน่อลอยู่ด้วยเช่นกัน กาเบรียล เฆซุส เชื่อว่าเขาได้รับประโยชน์อย่างมากที่ได้มีการปรีซีซั่นแบบเต็มๆ หลังจากทำประตูได้ในเกมส์อุ่นเครื่องล่าสุดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า: "ปรีซีซั่นหนก่อนมันไม่ค่อยดีนัก เพราะผมรู้สึกบางอย่างที่หัวเข่า ดังนั้นผมต้องเข้ารับการผ่าตัด และพลาดช่วงปรีซีซั่น นั่นทำให้ยากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เมื่อกลับมา" "แต่ในฤดูกาลนี้มันแตกต่างออกไป ผมสามารถสนุกกับช่วงวันหยุด แล้วได้ฝึกซ้อมเยอะมาก และผมมีสมาธิในการกลับมาในสภาพร่างกายที่ดีที่สุดสำหรับช่วงปรีซีซั่น ตอนนี้ผมมีสภาพร่างกายที่แตกต่างไปจากเดิม และสามารถเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง" เมื่อถูกถามถึงเกมส์ล่าสุดกับแมนยู เขาเสริมว่า: "มันเป็นเรืองยากเสมอ เมื่อเสียประตูไปก่อน แต่เราสามารถกลับมาคว้าชัยชนะได้ ดังนั้นมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มันแสดงให้เห็นว่าทีมของเราพยายามชนะไม่ว่าจะบริบทใดๆ ก็ตาม ทุกคนสมควรได้รับชัยชนะ ผมคิดว่าเราสมควรเป็นผู้ชนะ และมันเป็นฟอร์มที่ดีของทีม" "มันเป็นเกมส์ที่ยาก มันเหมือนกับเกมส์พรีเมียร์ลีก พวกเขามีคุณภาพเยอะมาก และมันเป็นเกมส์ที่ยาก ทายที่สุดเราชนะได้ นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เรากำลังเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ ดังนั้นผมคิดว่าทุกคนมีความสุข"
  13. มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์อุ่นเครื่องปรีซีซั่น ที่ชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น มันเป็นบททดสอบที่ดีสำหรับเรา ลงเล่นในสภาพสนามที่แตกต่าง ระยะทางแคบลง 4 เกมส์และสั้นลง 5 เมตร ในการเจอกับคู่แข่งระดับชั้นนำ และเราตามหลังไปก่อน 0-1 การเล่นในบริบทแบบนี้เป็นสิ่งที่ดี สำหรับเราในการที่จะได้เห็นระดับ และความสามารถในการปรับตัว และเอาชนะได้ในทุกบริบท ดังนั้นผมจึงพอใจมาก ผลงานของเอ็นวาเนลลี่ มันขึ้นอยู่กับตัวของนักเตะเสมอ ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณทำอะไรได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความกระหาย คุณภาพที่จะทำให้บางอย่างเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ พรุ่งนี้เขาจะลงฝึกซ้อมกับเราอีกครั้ง และเขายังเล่นได้แบบนี้ เขาจะได้โอกาสอีกครั้งในวันพุธแน่นอน มาร์ติเนลลี่ลงมาสร้างอิมแพ็ค นั้นเป็นความคิดของทีมและส่วนบุคคล ได้ซ้อมกับทีมแค่เซซชันเดียว และเขาลงมาเล่นในระดับแบบั้นได้ นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่เตรียมตัว เขาพร้อมที่แสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ตรงจุดไหน และผมชอบมาก ฟอร์มของกาเบรียล เฆซุส เขาดูดีมากๆ สภาพร่างกายดี เขาเปลี่ยนอะไรหลายอย่างตลอดทั้งซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขากลับมาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดอีกครั้ง เขาพอใจกับสิ่งที่เขาแสดงออกมาในวันนี้ กับวิธีการเคลื่อนที่ของเขา และคุณได้เห็นสายตาที่เปรียบไปด้วยพลังงาน เอเดน เฮฟเวน หลังจังหวะทีเสียประตูในยูไนเต็ด น่าประทับใจมากๆ สำหรับเด็กอายุ 17 ผมไม่รู้ว่ามีผู้เล่นกี่คนที่สามารถทำได้แบบนั้น เขาพลาดในการดวล 1 ต่อ 1 กับหนึ่งในกองหน้าที่เร็วและแข็งแกร่งที่สุดในโลก มันสามารถเกิดขึ้นได้ แต่การตอบสนองหลังจากนั้น ความนิ่ง คุณภาพ ภาษากาย ผมพอใจกับเขามากๆ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ตอนนี้เขากำลังเรียกจังหวะการเล่นกลับมา เพราะเขาไม่ได้ลงสนามมานานเกือบปี เราขอให้เขาลงเล่นในตำแหน่งที่แตกต่างจากที่เราคิดเอาไว้ เน่องจากจำนวนผู้เล่นที่เรามีในตอนนี้ แต่ผมมีความสุขจริงๆ การเข้าเพลสซิ่ง ความเป็นผู้นำ เขาเป็นเหมือนการเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่ของเรา และเป็นกำลังเสริมที่สำคัญ นักเตะพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่แล้วหรือยัง เห็นได้ชัดว่ามันมีชั้นต่างๆ ที่แตกต่างกัน และสิ่งต่างๆ ที่เราต้องปรับปรุง และทำให้ดีขึ้น แต่ผมคิดว่าเรามีรากฐานที่ดีในขณะนี้ สปิริตเป็นสิ่งที่ดี วิธีที่เด็กๆ ทำงานและปรับใช้ ความตั้งใจที่พวกเขาจะต้องแข่งขันและคว้าชัยชนะ ผมพยายามที่จะใช้ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาให้มีประโยชน์ที่สุด เพื่อให้พวกเขามีรากฐานที่ดีที่สุด บทบาทของไค ฮาแวร์ตซ์ วันนี้เราให้เขาลงเล่นตรงนั้น เพราะเรามีตัวเลือกค่อนข้างจำกัดในตำแหน่งกองกลางตอนนี้ และเรายังคงรักษาระดับในการแข่งขันได้ ดังนั้นเราตัดสินใจให้เขาลงเล่นตรงนั้น
  14. เด็กๆ ที่ได้โอกาสเกมส์นี้ทำได้ดีหมดเลยนะ เอ็นวาเนลลี่ มีแอสซิท, เฮฟเว่นพลาดง่ายไปหน่อยที่เสียลูกแรก แต่น้องมันก็ไม่ได้ลนลาน หลังจากนั้นก็ยังทำได้ดี ครึ่งหลัง ซาล่าห์ลงมา เป็นอีกคนที่เซอร์ไพรซ์มาก คิดว่าจะหมดโอกาสกับชุดใหญ่แล้วแต่กลับมาได้ในทัวร์รอบนี้ ความเข้าใจเกมส์สูงมาก อีกคนที่ชมหน่อย น้องนิโคล เกมส์แรกเล่นน่าสงสารมาก แต่นัดนี้ดูเหมือนคนละคน มั่นใจขึ้น ไม่ตื่นสนามแบบนัดแรก เอาซานโซ่อยู่หมัดเลย ภาพรวมมันก็ยังไม่ได้เข้มข้นอะไรมาก มีเร่งมีผ่อนทั้งสองทีม ยิ่งครึ่งหลังแมนยู เปลี่ยนเกือบยกทีม มันก็เลยไม่ได้คู่คึ่แบบครึ่งแรก รอแค่เราจะยิงประตูที่สองได้ตอนไหนก็แค่นั้น
  15. PRE-SEASON 2024 Arsenal 2 - 1 Manchester Utd Sun 28 July 2024, 07.00 น. GOAL: 1-0 ราสมุน ฮอยลุนด์ (นาทีที่ 10) 1-1 กาเบรียล เฆซุส (นาทีที่ 26, เอ็นวาเนลลี่) 2-1 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (นาทีที่ 81, สเคลลี่) ช่วงดวลจุดโทษ ✅ 1-0 ฟาบิโอ วิเอร่า ✅ 1-1 สก็อต แม็คโทนิเนย์ ❌ 1-1 ไค ฮาแวร์ตซ์ ✅ 1-2 จอห์นนี่ อีแวนส์ ❌ 1-2 ยาคุบ คิวิออร์ ❌ 1-2 อีธาน วีทลี่ย์ ✅ 2-2 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ✅ 2-3 คริสเตียน อีริคเซ่น ✅ 3-3 กาเบรียล มากัลเญส ✅ 3-4 เจดอน ซานโซ่ คาร์ล ไฮน์: 6.5 จังหวะเสียประตูอาจจะดูโดนง่ายไปหน่อย หลังจากนั้นมีต้องออกแรงเซฟ 1-2 จังหวะ การสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษก็ยังมีจังหวะกั๊กๆ ให้เห็น แต่การออกบอลสั้นด้วยเท้า ไฮน์ทำได้ดี ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 6.0 ก็เจอบททดสอบมากขึ้น อาจจะไม่ใช่ในแง่จังหวะเกมส์รับ แต่รวมถึงจังหวะเจอเพลสซิ่งสูงขึ้นมา ทำให้การออกบอลจากแนวรับของทิมเบอร์อาจจะขึ้นหน้าได้ลำบากมากขึ้น เอเดน เฮฟเว่น: 6.0 ประตูที่เสียในครึ่งแรกให้กับทางแมนยู เฮฟเว่นเจอฮอยลุนด์พลิกหนีไปยิงง่ายไปหน่อย แต่ที่ชอบคือหลังจากนั้นเฮฟเว่นก็ดูไม่เสียสมาธิไป ยังมีจังหวะกล้าเล่น กล้าจ่ายบอล แล้วมีช่วยซ้อนสวยๆ ให้ทิมเบอร์ด้วย เฮฟเว่นมีแววแต่ต้องอัพสกิลและประสบการณ์ในการยืนเซนเตอร์มากกว่านี้ เบน ไวท์: 6.0 ต้องเจอกับแรซฟอร์ด ที่เป็นคนแสลงของไวท์มาตลอด ภาพรวมก็ถือว่าไวท์ปิดแรซฟอร์ดได้ค่อนข้างดี ไม่ได้มีจังหวะปล่อยให้แรซฟอร์ดหลุดไปได้สักเท่าไร โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้: 6.5 ชินนี่ก็มีจังหวะดักตัดบอลสวยๆ ได้อยู่ 2-3 หน แต่บางการตัดสินในจังหวะเกมส์รับของชินเชนโก้มันก็ยังน่าหวาดเสียวแบบไม่จำเป็นอยู่บ้าง ภาพรวมถือว่าชินนี่ยังเล่นได้ในระดับที่โอเค จอร์จินโญ่ : 6.5 การอ่านเกมส์ทำได้ดีเลยสำหรับจอร์จินโญ่ รวมถึงจังหวะการแกะเพลสซิ่งของฝั่งแมนยู ที่ค่อนข้างขึ้นมากดดันสูงในทุกจังหวะ แต่จอร์จี้ก็ยังนิ่งพอ มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (C) ก็ถือว่ามีบทบาทกับเกมส์อยู่เป็นระยะๆ แต่หลายจังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายมันยังไม่ค่อยลงล็อกกันสักเท่าไรนัก อีธาน เอ็นวาเนลลี่: 7.0 ได้สตาร์ทตัวจริงต่อเนื่องเป็นนัดที่สอง วันนี้ได้ยืนเบอร์ 8 ซ้ายคู่กับโอเดการ์ด ถือว่าเอ็นวาเนลลี่ทำได้ดีในหลายๆ จังหวะ มีความมั่นใจเวลาบอลอยู่กับตัวเอง ดูกลืนกับพี่ชุดใหญ่มากขึ้น ประตูตีเสมอ 1-1 ก็เป็นคนที่แอสซิทให้เฆซุส แต่ก็ยังมีบ้างจังหวะที่พลาดเสียการครองบอลง่ายๆ อยู่บ้าง เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 ครึ่งแรกอาจมีบทบาทไม่ค่อยมากเท่าไรนัก แต่ต้นครึ่งหลังทรอสซาร์ดูจะมีบทบาทมากขึ้น เกือบจะยิงได้ด้วย แต่ถูกโอนาน่าปัดข้ามคานได้หวุดหวิด ปัญหาของทรอสซาร์คือบางทีแกมากจังหวะไปหน่อย ถ้าลดมา 1-2 สเต็ปน่าจะมีโอกาสทำประตูได้ ริสส์ เนลสัน: 6.0 พยายามที่จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงฝ่าเข้าไป แต่มันก็ดูทื่อและฝืดเกินไปหน่อย บางจังหวะเนลสันก็แสดงให้เห็นความไม่เข้าใจจังหวะเกมส์ อย่างโอเดการ์ดได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ แทนที่เขาจะวิ่งทำทาง ไปข้างหน้า ดันวิ่งประคองตีคู่อยู่ด้านข้าง เป็นต้น กาเบรียล เฆซุส: 7.0 ได้ออกสตาร์ทตัวจริงบ้าง หลังจากนั้นก่อนลงมาสำรอง แล้วเป็นเฆซุสที่ชาร์จจ่อๆ ให้ทีมตามตีเสมอ 1-1 แต่ก็อาจมีโชคหน่อยๆ เพราะดูแล้วเหมือนเฆซุสอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ครึ่งหลังบทบาทของเฆซุสลดลงไปพอสมควรเมื่อเทียบจากครึ่งแรก ตัวสำรอง: ยาคุบ คิวิออร์: 6.0 (นาทีที่ 46, เฮฟเว่น) ไม่ว่าจะเล่นเซนเตอร์ซ้าย หรือย้ายไปเซนเตอร์ขวา คิวิออร์ก็เล่นได้ค่อนข้างผ่อนคลาย ต้องมาดูว่าพอได้คาลาฟิออรีมา ทีมจะเก็บไว้ไหม เพราะโทมิก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ถ้าจะเก็บไว้ก็ไม่มีปัญหา คิวิออร์ก็ช่วย Cover ได้ 3 จาก 4 ตำแหน่งในแผงแบ็คโฟร์ ซาล่าห์-เอ็ดดิน: 7.0 (นาทีที่ 46, เอ็นวาเนลลี่) เป็นดาวรุ่งอีกคนที่เล่นได้ดีในเกมส์แรก นัดนี้ลงมาแทนเอ็นวาเนลลี่ในครึ่งหลัง วิธีการเล่นของซาล่าห์-เอ็ดดิน อาจไม่ได้หวือหวา แต่มีความเข้าใจเกมส์สูงทีเดียว นอกจาก 3 หัวกระทิแล้ว ซาล่าห์-เอ็ดดิน กลายเป็นตัวที่สร้างเซอร์ไพรซ์ในทัวร์นี้ได้อีกคน โธมัส ปาร์เตย์: 6.0 (นาทีที่ 63, จอร์จินโญ่) ฟาบิโอ วิเอร่า: 6.0 (นาทีที่ 63,ทรอสซาร์) กาเบรียล มากัลเญส: 6.5 (นาทีที่ 63, ทิมเบอร์) เพิ่งจะกลับมาซ้อมได้ไม่วัน ก็ได้ลงมาเคาะสนิมช่วง 30 นาทีสุดท้าย แต่ก็มีจังหวะช่วยบล็อกลูกยิงแถวสองของฝั่งยูไนเต็ดได้ 2-3 หน ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่: 6.0 (นาทีที่ 63, ชินเชนโก้) จอซ นิโคล: 6.5 (นาทีที่ 63, ไวท์) เกมส์แรกที่ลงมาเห็นแล้วสงสารเลย แต่เกมส์นี้นิโคลทำได้ดีขึ้นเยอะเลย มีจังหวะที่ต้องดวลตัวต่อตัวกับซานโซ่ ต้องบอกว่าน้องนิโคลเอาอยู่เลย ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 (นาทีที่ 70,เฆซุส) กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 7.0 (นาทีที่ 70, เนลสัน) ลงมาไม่นานก็สร้างอิมแพ็คได้เลย เริ่มจากจังหวะหนึ่งต่อหนึ่งที่ฉีกแบ็คแมนยูได้สบายๆ เลย ก่อนที่จะเป็นมาร์ตี้ที่ใช้ความสามารถเฉพาะเลี้ยงตัดเข้าไปยิงให้ทีมพลิกนำ 2-1 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์: 6.0 (นาทีที่ 70, โอเดการ์ด)
  16. เป็นโอกาสดีสำหรับแข้งดาวรุ่งนะ ได้โอกาสขึ้นมาวัดฝีเท้าในระดับชุดใหญ่ แล้วเจอทีมระดับพรีเมียร์ลีกแบบบอร์นมัธ ที่ถือว่าก็มาชุดใหญ่เลย พวกหัวกะทิ 3 คนดูจะมีแววที่สุด เอ็นวาเนลลี่, ไมล์ส, เฮฟเว่น ในรายของเฮฟเว่น อาจต้องปั้นอีกหน่อย เพราะเพิ่งโดนปรับบทบาทมาเล่นเซนเตอร์ไม่นาน แต่ก็ถือว่าสอบผ่าน ยิ่งเห็นโอมาร์ เรกิก ลงมา เฮฟเว่นเอ็งทำได้ดีแล้ว 5555 นัดหน้ากับแมนยู น่าจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น เด็กก็คงจะได้เล่นไม่กี่คน เดี๋ยวจะได้พวก 2 กาเบรียล กับฮาแวร์ตซ์มาสมทบอีก แล้วมีลุ้นได้เห็น คาลาฟิออรี เล่นด้วย
  17. PRE-SEASON 2024 Arsenal 1 - 1 Bournemount (ชนะจุดโทษ 5-4) Thu 25 July 2024, 09.30 น. GOAL: 1-0 ฟาบิโอ วิเอร่า (นาทีที่ 18, เนลสัน) 1-1 อองตวน เซเมโย่ (นาทีที่ 73) ช่วงดวลจุดโทษ ✅ 0-1 อองตวน เซเมโย่ ✅ 1-1 มาร์ติน โอเดการ์ด ❌ 1-1 ฟิลิปป์ บิลลิ่ง ✅ 2-1โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ ✅ 2-2 ออสทาร่า ✅ 3-2 จอร์จินโญ่ ✅ 3-3 อดัมส์ สมิธ ❌ 3-3 เลอันโดร ทรอสซาร์ ✅ 3-4 ดาเนียล เจฟบิสัน ✅ 4-4 กาเบรียล เฆซุส ❌ 4-4 ไรอัน คริสตี้ ✅ 5-4 ยาคุบ คิวิออร์ คาร์ล ไฮน์: 8.5 มือกาววัย 22 ปี ที่เป็นผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์มากที่สุดในทัวร์รอบนี้ ต้นเกมส์มีปัญหาเรื่องการออกบอลด้วยเท้า โดยเฉพาะบอลยาวที่เตะหลุดออกเส้นข้าง ตลอด แต่ก็มีจังหวะซูเปอร์เซฟลูกยิงของโซลันกี้ได้แบบเหลือเชื่อ ช่วงเซฟจุดโทษ ไฮน์ก็ยังทำได้เยี่ยม เซฟลูกยิงของผู้เล่นบอร์นมัธได้สองคน ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 7.0 ทิมเบอร์เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฝั่งขวา ช่วงต้นเกมส์ยังมีจังหวะจ่ายที่ไม่เข้าใจกับปาร์เตย์อยู่บ้าง แต่ภาพรวมทิมเบอร์ทำผลงานได้ดีเลย ทั้งการอ่านเกมส์ และความเร็วในการชิงจังหวะ ไอเดน เฮฟเว่น: 6.0 เซนเตอร์แบ็คดาวรุ่งวัย 17 ปี ได้รับโอกาสจากอาร์เตต้าให้ลงตัวจริงต่อเนื่องมาตั้งแต่นัดก่อนกับเลย์ตันแล้ว ถือว่าเฮฟเว่นเล่นใช้ได้ แม้ว่าจะมีจังหวะเข้าบอลพรวดพลาด และยืนตำแหน่งยังไม่ค่อยดีอยู่บ้าง เบน ไวท์: 6.0 ยังเล่นแบบประคองตัว เน้นคุมพื้นที่ ยังไม่ค่อยได้เห็นไวท์ใส่พลังงานในการเล่นสักเท่าไร แต่ลูกกวนประสาทในจังหวะทีมได้เตะมุมยังมาเต็มเหมือนเดิม ไมลส์-ลูอิส สเคลลี่: 6.5 ในทีมเยาวชน ลูอิส-สเคลลี่ เล่นเป็นหมายเลข 6 แต่การขึ้นมาเล่นชุดใหญ่เขาถูกคาดหมายว่าจะถูกปั้นให้เล่นแบ็คซ้ายแบบ Inverted ครึ่งแรกถือว่าไมล์สทำได้ดีเลย โดยเฉพาะจังหวะเล่นเกมส์รับ แต่ครึ่งหลังก็มีโดนกระชากหายไป 1-2 หน ระยะยาวก็ โธมัส ปาร์เตย์: 6.0 ถูกส่งลงมาประคองเด็กๆ ที่ครึ่งแรกใช้ เอ็นวาเนลลี่ กับซาล่าห์ เอ็ดดิน เล่นเป็นคู่กลางเบอร์ 8 สำหรับปาร์เตย์ก็มีทั้งจังหวะที่ทำได้ดี และก็มีจังหวะออกบอลเสียง่ายๆ ซาล่าห์-เอ็ดดิน: 6.0 น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายของ ซาล่าห์-เอ็ดดิน กับทีมชุดใหญ่ ด้วยวัย 20 ปี กำลังย่าง 21 ก่อนหน้านี้เจ้าตัวมีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนพัฒนาการสะดุด ซาล่าห์ก็มีจังหวะกล้าเล่นดี แต่เรื่องความแข็งแกร่งยังดูเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ช่วงพักครึ่งโดนเปลี่ยนตัวออกไป อีธาน เอ็นวาเนลลี่: 6.5 เป็นไปตามคาดเหมือนกัน ที่เอ็นวาเนลลี่จะโดนวางให้เล่นในตำแหน่งของกัปตันโอเดการ์ด ก็กล้าเล่นดี ในพื้นที่แคบๆ กล้าจะพาบอลไปข้างหน้า แต่ยังขาดความต่อเนื่องในเกมส์ ฟาบิโอ วิเอร่า: 7.0 โดนจับออกมาเล่นปีกขวา แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ปีกที่มีความเร็ว แต่ก็พอเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ ได้ ประตูนำ 1-0 ก็เริ่มจากเขาที่สวิตซ์บอลออกด้านข้างไปให้เนลสัน ก่อนที่จะเข้าไปรอจุดนัดพบ ฮาล์ฟวอลเลย๋เข้าไปอย่างสวยงาม แล้วก็มีจังหวะไปช่วยเคลียร์บอลได้แบบหวุดหวิด ริสส์ เนลสัน: 6.5 ในบรรดาแนวรุกก็ถือว่าเนลสันทำผลงานได้โดดเด่นมากที่สุด สามารถลากจี้เข้าไปกดดันแนวรับของบอร์นมัธได้เป็นระยะๆ แต่ครึ่งหลังดูแผ่วไปหน่อย เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์: 6.0 (C) พยายามที่จะเก็บบอล พักบอลในแดนหน้า ก็พอมีจังหวะที่เอ็ดดี้ทำได้ดีอยู่บ้าง แต่แทบจะไม่ค่อยได้มีจังหวะได้ลุ้นประตูมากนัก ตัวสำรอง: มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.5 (นาทีที่ 46, ซาล่าห์-เอ็ดดิน) ชั้นเชิงการเล่นของโอเดการ์ดยังคงมีเหมือนเดิม ยิ่งโดยเฉพาะช่วงที่มี เฆซุส กับทรอสซาร์ ลงมา โอเดการ์ดเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในจังหวะเข้าทำ จอร์จินโญ่: 6.0 (นาทีที่ 62, ปาร์เตย์) กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 62, เอ็นเคเทียห์) เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 (นาทีที่ 62, เนลสัน) ยาคุบ คิวิออร์: 6.0 (นาทีที่ 62, ทิมเบอร์) มาเล่นเป็นเซนเตอร์ฝั่งซ้าย ดูคิวิออร์จะเล่นได้ผ่อนคลายมากกว่า เวลาที่โดนจับไปเล่นแบ็คซ้าย โอมาร์ เรกิก: 4.0 (นาทีที่ 62, เฮฟเว่น) ไม่น่าจะมีอนาคตกับทีมชุดใหญ่ ลงมาไม่นานก็มีจังหวะเสียหลักจนหัวทิ่มดีที่คาร์ล ไฮน์ ช่วยเซฟไว้ได้ แต่ประตูโดนตีเสมอ 1-1 จะไปลากลุยขึ้นหน้าแต่เสียบอล โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้: 6.0 (นาทีที่ 62, ไมล์ส-ลูอิส สเคลลี่) ซาร์ล ซากอร์-จูเนียร์: 6.0 (นาทีที่ 62, วิเอร่า) มีจังหวะได้บอลในพื้นที่สุดท้ายอยู่บ้าง แต่จังหวะสุดท้ายยังตัดสินใจได้ไม่ค่อยดีนัก ไม่ว่าจะเล่นเอง หรือออกบอลให้รุ่นพี่เล่น จอซ นิโคล: 6.0 (นาทีที่ 78, ไวท์) ตัวกระเปี้ยกเดียว เทียบไม่ได้เลยกับตัวที่นิโคลต้องตามประกบอย่างเซเมโย่ เหมือนเด็กเจอกับผู้ใหญ่ น่าสงสารเลย แต่ก็ดีได้รับประสบการณ์ไปเต็มๆ สำหรับเด็ก 17 จิมมี่ กาวเวอร์: N/A (นาทีที่ 84, เอ็นวาเนลลี่)
  18. ถึงว่าไม่มีภาพ ESR ซ้อมที่อเมริกาในวันล่าสุดเลย ถือว่า WIN-WIN ทุกฝ่ายนะ อาร์เซน่อลได้เงินก้อนใหญ่ ส่วน ESR ก็จะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ก็หวังว่าจะไม่มีเรื่องปัญหาบาดเจ็บมากวนใจอีก พูดไปก็น่าเสียดาย ESR คือ 1 ใน 3 ดาวรุ่งที่เป็นแกนหลักยุคแรกของทีมชุดนี้ แต่ปัญหาบาดเจ็บที่ทำให้ไปไม่สุดเหมือน ซาก้า และมาร์ติเนลลี่
  19. เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังจาก The Athletic รายงานข่าวว่า ฟูแล่ม ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว เอมิล สมิธ โรว์ กองกลางจากอาร์เซน่อลไปร่วมทีม ตอนนี้ทั้งสองสโมสรกำลังเจรจากันในตัวเลขที่มากกว่า 35 ล้านปอนด์ ซึ่งจะทำให้สมิธ โรว์ เป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรฟูแล่ม และเป็นนักเตะที่อาร์เซน่อลขายได้แพงที่สุดเช่นกัน หากทั้งสองสโมสรตกลงกันได้ สมิธ โรว์ จะเดินทางไปตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ สำหรับสมิธ โรว์ เขาเป็นเด็กปั้นจากอะคาเดมี่ของสโมสรอาร์เซน่อล เขาลงเล่นไป 115 เกมส์ให้กับทีมปืนใหญ่ ทำได้ 18 ประตู ช่วงเวลาที่เขาโดดเด่นมากที่สุดกับอาร์เซน่อล คือ ฤดูกาล 2020/21 และ 2021/22 ที่เขาทำไป 12 ประตูจาก 53 เกมส์ ก่อนที่จะเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงาน จนสูญเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ แบบถาวร โดยนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 เขาได้ลงเล่นตัวจริงในลีกแค่ 3 เกมส์เท่านั้น
  20. บทความโดย ไซมอน คอลลินน์ (LONDON EVENING STANDARD) ในการโพสต์ภาพถ่ายรูปหมู่ของนักเตะอาร์เซน่อลที่สนามบิน Standsted ก่อนเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อลเต็มไปด้วยแข้งวัยละอ่อน โดยอาร์เตต้า ได้พานักเตะอะคาเดมี่ 12 คน เดินทางไปทัวร์ที่สหรัฐอเมริกาด้วย อีธาน เอ็นวาเนลลี่, ไมลส์-ลูอิส สเคลลี่ และไอเดน เฮฟเว่น คือสามแข้งหัวกระทิจากอะคาเดมี่ของอาร์เซน่อล ที่กำลังเคาะประตูขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อล จำนวนผู้เล่นจากอะคาเดมี่ในการออกทัวร์ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อปีก่อน ที่มีนักเตะอะคาเดมี่แค่คนเดียวที่ได้เดินทางไปกับทีมชุดใหญ่ ส่วนหนึ่งก็เพราะมีผู้เล่นชุดใหญ่หลายคนที่ยังไม่ได้กลับมารายงานตัวฝึกซ้อมปรีซีซั่น เนื่องจากเข้ารอบลึกๆ ในศึกยูโร และโคปปา อเมริกา ทำให้เป็นโอกาสดีสำหรับบรรดาแข้งดาวรุ่ง และประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตแข้งไหลออกจากอะคาเดมี่ของอาร์เซน่อล เมื่อปลายเดือนมิถุนายน อาร์เซน่อลเสีย อมาริโอ โคเซอร์-ดูเบอร์รี่ ที่ย้ายไปอยู่กับไบรท์ตัน และรูเอลล์ วอลเตอร์ ที่ย้ายไปอยู่กับลูตัน ทั้งคู่คือผู้เล่นแกนหลักของอาร์เซน่อล U21 แต่พวกเขาเลือกที่จะปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่ที่อาร์เซน่อลมอบให้ และในสัปดาห์นี้ ก็มีเรื่องน่าตกใจอีก เมื่อปรากฏว่า ชิโด้ โอบี-มาร์ติน กองหน้าอนาคตไกลวัย 16 ปี ที่ทุบสถิติยิงประตูในระดับ U18 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากซัดไป 32 ประตู รวมถึงการยิงคนเดียว 10 ประตูในระดับ U16 ที่พบกับลิเวอร์พูล โดยเขาเลือกปฏิเสธสัญญาทุนของอาร์เซน่อล ท่ามกลางกระแสข่าวว่านักเตะเลือกจะไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การสูญเสียแข้งพรสวรรค์อย่าง โอบี-มาร์ติน ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับอาร์เซน่อล รวมถึงความกังวลจากแฟนบอลอาร์เซน่อล ที่เริ่มรู้สึกว่าทีมกำลังจะเสียแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีๆ เนื่องจากเด็กๆ เหล่านั้นมองไม่เห็นเส้นทางในการก้าวขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ ปัญหาไม่ใช่ว่า มิเกล อาร์เตต้า ไม่ให้โอกาสสำหรับนักเตะอายุน้อย แต่ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อลในตอนนี้ มีอายุเฉลี่ยน้อยเป็นอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ในช่วงแรกที่เขาเข้ามารับงานคุมทีม เขาสร้างทีมโดยมี บูคาโญ ซาก้า, เอมิล สมิธ โรว์และกาเบรียล มาร์ติเนลลี่ สามแข้งดาวรุ่งเป็นแกนหลักของทีม และอีกเรื่องคือตอนนี้อาร์เซน่อล ไม่ใช่ทีมที่แค่ต่อสู้เพื่อฟุตบอลยุโรป พวกเขาคือทีมที่ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัวมาตลอดสองปีที่ผ่านมา ทุกสัปดาห์อาร์เซน่อล ต้องการความสมบูรณ์แบบ เพื่อต่อกรและขับเคี้ยวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีช่องว่างสำหรับความผิดพลาด ด้วยเหตุนี้ อาร์เซน่อล ตระหนักดีว่าระดับความต้องการที่สูงขึ้น มาตรฐานของทีมที่สูงขึ้น เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงเริ่มดำเนินการสรรหาแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีเข้าสู่อะคาเดมี่ของตัวเอง ดังตัวอย่างที่เห็น อาร์เซน่อล จ่ายเงินไปเกือบ 1 ล้านยูโร เพื่อคว้า ทอมมี่ เซ็ตฟอร์ด ผู้รักษาประตูดีกรีเยาวชนทีมชาติอังกฤษวัย 18 ปีมาจากอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัม พร้อมทั้งวางตัวว่า เซ็ตฟอร์ด จะก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งของทีมในอนาคตอีกด้วย ในอีกแง่ นักเตะอะคาเดมี่ก็ถือเป็นแหล่งเงินทุนชั้นดีของสโมสรฟุตบอลเช่นกัน ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ล้มเหลวในการเพิ่มมูลค่านักเตะในอะคาเดมี่ แต่พวกเขาพยายามใช้การยืมตัวนักเตะให้ดีขึ้น เพื่อแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น อย่างในรายของ มิก้า เบียเรตต์ ตอนแรกพวกเขาส่งไปให้กับมาเธอร์เวลล์ยืมตัวไปใช้งาน แต่ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง พวกเขาส่งนักเตะไปให้กับสโมสรที่ใหญ่ขึ้นอย่าง สตรมกราซ แล้วผลงานของเบียเรตต์ ทำให้สตรวมกราซยอมจ่ายเงิน 4 ล้านปอนด์เพื่อคว้าเขาไปร่วมทีม พร้อมทั้งให้ส่วนแบ่งในการขายนักเตะกับอาร์เซน่อลด้วยในอนาคต แล้วในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ที่แต่ละทีมในพรีเมียร์ลีก ต้องจริงจังกับกฏผลกำไรและความยั่งยืนของพรีเมียร์ลีก ข้อตกลงในการปล่อยนักเตะดาวรุ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนักเตะอะคาเดมี่ถูกมองว่าเป็นกำไร 100% ในเชิงบัญชี ดังนั้นต้องมารอดูกันว่าดาวรุ่ง 12 คนจากอะคาเดมี่ จะมีใครบ้างที่โชว์ฟอร์มเข้าตา มิเกล อาร์เตต้า จนถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง
  21. เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังจาก The Athletic รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล บรรลุข้อตกลงทั้งหมดในการคว้าตัว ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี กองหลังทีมชาติอิตาลีของโบโลญญ่าเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกาย และจรดปากกาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ดาวเตะวัย 22 ปีจะสามารถเข้าร่วมปรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริการ่วมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ได้ เขาจะเป็นแข้งใหม่รายแรกที่ มิเกล อาร์เตต้า ดึงเข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ สำหรับคาลาฟิออรี เขาเป็กำลังสำคัญช่วยพาโบโลญญ่า จบในท็อปโฟร์ของศึกกัลโช่ ซีรีย์อาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นการเข้ามาเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกได้เป็นหนแรกในรอบ 60 ปีของสโมสร ก่อนที่คาลาฟิออรี จะไปแจ้งเกิดแบบเต็มตัวในศึกยูโร 2024 กับทีมชาติอิตาลี ฟาบริซิโอ โรมาโน่ อัพเดทเกี่ยวกับคาลาฟิออรีเช่นกันว่า อาร์เซน่อล, โบโลญญ่า และเอเยนต์ของนักเตะ กำลังจัดการเรื่องเอกสารให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ แล้วจะมีการกำหนดวันเข้ารับการตรวจร่างกาย คาลาฟิออรี จะย้ายไปเล่นกับอาร์เซน่อล นั่นไม่ใช่เรื่องน่าสงสัยมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนอย่างเป็นทางการเท่านั้น ดังนั้นก็ HERE WE GO!! AFTV ได้รับข้อมูล Exclusive โดยระบุว่า ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี จะเดินทางไปตรวจร่างกายที่แอลเล ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเข้าร่วมฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ ที่ตั้งแคมป์ปรีซีซั่นกันอยู่ที่นั่น ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะพร้อมลงเล่นในเกมส์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้หรือไม่ เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังจาก The Athletic รายงานข่าวว่า ฟูแล่ม ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว เอมิล สมิธ โรว์ กองกลางจากอาร์เซน่อลไปร่วมทีม ตอนนี้ทั้งสองสโมสรกำลังเจรจากันในตัวเลขที่มากกว่า 35 ล้านปอนด์ ซึ่งจะทำให้สมิธ โรว์ เป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรฟูแล่ม และเป็นนักเตะที่อาร์เซน่อลขายได้แพงที่สุดเช่นกัน หากทั้งสองสโมสรตกลงกันได้ สมิธ โรว์ จะเดินทางไปตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ The Athletic อาร์เซน่อล ดึง ดาแรน โรเจอร์สัน นักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทีมมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยโรเจอร์สัน มีกำหนดเริ่มทำงานกับ มิเกล อาร์เตต้า ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง เขาทำงานที่แมนซิตี้ 3 ปี หลังจากก่อนหน้านั้นทำงานในทีมเยาวชนของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และกลาสโกว์ เรนเจอร์ส กับแมนซิตี้ เขาใช้เวลาหนึ่งปีทำงานกับทีมระดับอะคาเดมี่ เขาทำหน้าที่วิเคราะห์ Performance ของทีม U18 ก่อนที่จะได้เลื่อนขึ้นมาทำงานกับทีมชุดใหญ่ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สำหรับโรเจอร์สัน เขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากที่ซิตี้ และว่ากันว่า สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการพัมนาด้านความสัมพันธ์กับผู้เล่น ที่อาร์เซน่อล เขาจะร่วมงานกับ Ben Chadwick หัวหน้าทีมวิเคราะห์ ที่ก็เคยทำงานกับแมนซิตี้ด้วยเช่นกัน Alan Nixon นักข่าวจาก THE SUN เปิดเผยว่า วูลฟ์แฮมตัน ได้ปฏิเสธข้อเสนอราว 300,000 ปอนด์ของอาร์เซน่อล ที่ยื่นมาขอซื้อ แดน เบนท์ลี่ย์ เป็นรอบที่สอง และทางวูลฟ์พยายามที่จะเก็บนายทวารวัย 30 ปีรายนี้เอาไว้ ด้วยการยื่นสัญญาฉบับใหม่ ที่จะทำให้นักเตะได้รับค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้น รวบรวมข้อมูลจากสื่อหลายๆ แหล่งจากฝั่งสเปน เกี่ยวกับอนาคตของ มิเกล เมริโน่ กองกลางทีมชาติสเปน โดยทางโซเซียด ได้มีการยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับนักเตะพิจารณา โดยจะทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของสโมสร แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนนักเตะยังคงต้องการย้ายทีม ทางเมริโน่ ไม่ค่อยชื่นชอบกับโปรเจคที่ทางแอตเลติโก มาดริด เสนอให้ ขณะที่ทางบาร์เซโลน่า ก็ยังมีปัญหาด้านการเงิน และกำลังโฟกัสกับการคว้า นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ทำให้อาร์เซน่อล จะอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด หากนักเตะตัดสินใจย้ายทีม ทางด้านโซเซียดัด ก็เตรียมที่จะหานักเตะมาทดแทนเมริโน่ไว้แล้ว โดยพวกเขาเล็งไปที่ ซาบี้ กูเอร์ร่า กองกลางจากสโมสรบาเลนเซีย ที่คาดว่าจะมีค่าตัวราว 20 ล้านยูโร ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่าเลสเตอร์ ซิตี้ ได้เปิดฉากเจรจากับอาร์เซน่อล เกี่ยวกับ ริสส์ เนลสัน แล้ว โดยจะเป็นการขอยืมตัว พ่วงออปชันบังคับซื้อขาด ตอนนี้กำลังพูดเงื่อนไขทางด้านการเงินกับอาร์เซน่อล เลสเตอร์ มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถคว้าเนลสันมาเสริมทัพได้สำเร็จ ไซม่อน คอลลินส์ สายข่าวอาร์เซน่อลจาก London Evening Standard บอกว่า ยาคุบ คิวิออร์ เซนเตอร์แบ็คทีมชาติโปแลนด์ ตกเป็นเป้าหมายการเสริมทัพของอินเตอร์ มิลาน อย่างไรก็ตามแม้อาร์เซน่อล พร้อมที่จะปล่อยคิวิออร์ออกไป หลังจากพวกเขากำลังจะได้ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี แต่พวกเขาต้องการค่าตัวไม่ต่ำกว่า 21 ล้านปอนด์ จากตอนที่ไปคว้า คิวิออร์ มาจากทางสเปเซีย เมื่อเดือนมกราคมปีก่อน โดยนักเตะยังเหลือสัญญากับอาร์เซน่อลอีก 3 ปี และสามารถขยายเพิ่มได้อีก 12 เดือน นั่นทำให้อาร์เซน่อลอยู่ในจุดที่พวกเขาสามารถต่อรองได้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า ยาคุบ คิวิออร์ ได้รับไฟเขียวให้สามารถย้ายทีมได้ แต่อาร์เซน่อลต้องการปล่อยแบบถาวร หรือปล่อยยืม พ่วงออปชันบังคับซื้อขาดในช่วงซัมเมอร์หน้า Talk Sport อาร์เซน่อล พร้อมปล่อย แอรอน แรมส์เดล ออกไปเล่นแบบยืมตัว พ่วงออปชันซื้อขาด โดยพวกเขาประเมินค่าตัวมือกาวทีมชาติอังกฤษไว้ 35 ล้านปอนด์ แต่ปัญหาคือค่าเหนื่อยระดับ 100,000 ปอนด์ ทำให้ทาง เซาแธมป์ตัน ยากที่จะเซ็นสัญญากับเขา @HandofOzil ทวิตเตอร์สายวงใน "ผมได้ยินมาว่า เฆซุส และทิมเบอร์ โดดเด่นมากในช่วงปรีซีซั่น และสิ่งที่พวกเขาทำในการฝึกซ้อมน่าประทับใจมากๆ"
  22. London Evening Standard อาร์เซน่อล บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี มาเสริมทัพด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ และนักเตะไม่ได้ถูกเรียกไปเข้าแคมป์ปรีซีซั่นของโบโลญญ่าที่ South Tyrol เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี โบโลญญ่าจะเริ่มเกมส์ตัวตั้งแต่เย็นวันจันทร์นี้ จนถึง 3 สิงหาคม สำหรับอาร์เซน่อลวางตัว คาลาฟิออรี ไว้ในบทบาทแบ็คซ้าย ที่จะเล่นคล้ายกับทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ ในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว โดยหลังจากที่อาร์เซน่อลปิดดีลคาลาฟิออรีได้แล้ว พวกเขาจะหันไปโฟกัสกับการเสริมผู้เล่นกองกลาง และแนวรุก เป็นความสำคัญลำดับถัดไป Gazzetta Dello Sport รายงานข่าวว่า การย้ายทีมของ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี ไปยังอาร์เซน่อลใกล้ที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากทั้งสองสโมสรเตรียมที่จะปิดดีล คาดว่านักเตะจะเดินทางไปตรวจร่างกายกับอาร์เซน่อลในสัปดาห์นี้ ก่อนจะบินตามไปสมทบกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา HERE WE GO SOON!! ฟาบริซิโอ โรมาโน่ บอกว่า อาร์เซน่อล และโบโลญญ่า ตอนนี้กำลังจัดการเอกสารการย้ายทีมของ ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี ให้เสร็จเรียบร้อยในอีก 2-3 ชั่วโมงข้างหน้า นักเตะจะเดินทางไปตรวจร่างกายกับอาร์เซน่อลในสัปดาห์นี้
  23. เอ็นวาเนลลี่ กับลูอิส สเคลลี่ เคยเห็นกับชุดใหญ่มาบ้างแล้ว แต่อยากเห็นเจ้า ไอเดน เฮฟเวน กองหลังที่หน่วยก้านดี ว่าจะดีอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า อีกคนที่น่าสนใจคือ ซาล่าห์-เอ็ดดิน ที่ไม่เปรี้ยงเพราะเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานตลอด เคยเป็นเด็กเทพของเฟเยนูร์ด ไม่รู้ว่าจะกลับมาแจ้งเกิดรอบนี้ได้หรือเปล่า
  24. เว็บไซต์ Jeorge Bird ที่เกาะติดข่าวสารทีมระดับอะคาเดมี่ของอาร์เซน่อลอย่างใกล้ชิด ออกมาเปิดเผยว่า มิเกล อาร์เตต้า จะมีการเรียก 8 แข้งดาวรุ่งจากทีมเยาวชน เดินทางไปทัวร์ปรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย โดยทีมปืนใหญ่จะเดินทางจากอังกฤษในวันอาทิตย์นี้ ก่อนจะลงเล่น 3 เกมส์กับ บอร์นมัธ, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล เริ่มด้วยตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ มือ 1 และมือ 2 ของอาร์เซน่อลทั้ง ดาบิด ราย่า และแอรอน แรมส์เดล จะไม่ได้เดินทางไปด้วย ทำให้อาร์เซน่อลเหลือเพียงแค่ คาร์ล ไฮน์ ผู้รักษาประตูมือสามวัย 22 ปี เพียงคนเดียว ทำให้อาร์เตต้าต้องเลือก ลูคัส ไนการ์ด ผู้รักษาประตูดาวรุ่งชาวเดนมาร์กวัย 18 ปี ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และอเล็กเซย์ โรคาล ผู้รักษาประตูดาวรุ่งชาวโคลัมเบียวัย 18 ปี เดินทางไปด้วย มิเชค โรซิอัค เจ้าพ่อลูกนิ่งประจำทีมเยาวชนของอาร์เซน่อล เขาสามารถเล่นได้ทั้งแบ็คขวา และกองกลาง นอกจากนี้ยังมี จิมี่ โกเวอร์ และซาล่าห์-เอ็ดดิน สองกองกลางที่ทำผลงานได้ดีในระดับ U21 เดินทางไปด้วย ขณะที่ อีธาน เอ็นวาเนลลี่, ลูอิส ไมลส์-สเคลลี่ และเอเดน เฮฟเว่น สามแข้งอนาคตไกลวัย 17 ปี ที่ถูกคาดหมายว่าจะมีโอกาสถูกดันขึ้นสูงทีมชุดใหญ่มากที่สุดในบรรดาดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ด้วยกันเอง โดยไมลส์-สเคลลี่ ได้สตาร์ทตัวจริงในตำแหน่งแบ็คซ้าย และเฮฟเว่น ลงในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค ในเกมส์อุ่นเครื่องแบบปิดที่ชนะเลย์ตัน โอเลี้ยน 2-0 ด้วย ที่น่าสนใจตรงที่ไม่มีชื่อของ ชาร์ลี ปาติโน่ กองกลางวัย 20 ปี ที่คาดว่าจะมีโอกาสย้ายทีมแบบถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้ รวมถึง ชิโด-โอบี มาร์ติน กองหน้าดาวรุ่งวัย 16 ปี ที่อนาคตยังคงคลุมเครือและมีข่าวว่านักเตะจะไม่เซ็นสัญญาอาชีพกับทางอาร์เซน่อล
  25. อาร์เซน่อล ลงอุ่นเครื่องแบบปิดที่ Sobha Realty Training Centre เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา กับสโมสรเลย์ตัน โอเลี้ยน ทีมในระดับลีกวัน ถือเป็นการเคาะสนิมสำหรับผู้เล่นชุดใหญ่ที่กลับมาฝึกซ้อมปรีซีซั่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มิเกล อาร์เตต้า มีการจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงเล่นหลายคนนำมาโดย มาร์ติน โอเดการ์ด, เบน ไวท์, ยูร์เรียน ทิมเบอร์, กาเบรียล เฆซุส และโธมัส ปาร์เตย์ ผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง ลูอิส-สเคลลี่ และไอเดน เฮเว่น ก็ได้ออกสตาร์ทตัวจริงด้วย ภาพรวมของเกมส์อาร์เซน่อลครองเกมส์ได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ช่วง 20 นาทีแรกยังไม่มีโอกาสทำประตูกันมากนัก แต่จังหวะที่ได้ยิงแบบจังๆ หนแรกของเกมส์ก็เป็นประตูของฝั่งอาร์เซน่อลทันที เริ่มจากการประสานงานทางกราบซ้ายระหว่าง ลูอิส-สเคลลี่ และริสส์ เนลสัน ก่อนที่จะจ่ายให้เอ็นเคเทียห์ หลุดไปจ่ายให้ กาเบรียล เฆซุส ยิงเข้าไป พอได้ประตูนำ อาร์เซน่อลก็มีโอกาสลุ้นประตูอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะโอกาสของเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ คนเดียวไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่สำเร็จ ด้านคาร์ล ไฮน์ ผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อลแทบไม่ต้องออกแรง ช่วงครึ่งหลัง เอมิล สมิธ โรว์ ถูกเปลี่ยนตัวลงมา และเพียงแค่ 3 นาที เขาเป็นคนยิงประตูนำ 2-0 ให้กับทีม โดยจังหวะเริ่มจากโอเดการ์ดยกบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ ไปให้กับ เฆซุส ที่เสาสอง เขาเอาบอลลงก่อนจะยิงไปติดผู้รักษาประตู แต่บอลมาเข้าทางสมิธ โรว์ ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ ช่วงนาทีที่ 60 อาร์เตต้ามีการเปลี่ยนผู้เล่นดาวรุ่งหลายราย ทำให้ช่วง 30 นาทีสุดท้ายเกือบจะเป็นนักเตะจากทีมเยาวชนทั้งนั้น แต่อาร์เซน่อลก็ยังคุมเกมส์เอาไว้ได้ดี ชาร์ลส ซาโก้ จูเนียร์ มีโอกาสลุ้นประตูแต่ยิงไปติดเซฟผู้รักษาประตูของเลย์ตัน โอเลี้ยน จบเกมส์อาร์เซน่อลชนะ 2-0 โปรแกรมถัดไปอาร์เซน่อลจะเดินทางไปทัวร์ปรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเกมส์แรกจะแข่งในวันที่ 25 กรกฏาคม พบกับบอร์นมัธ TEAM NEWS Arsenal XI: Hein (Nygaard 70), White (Rosiak 60), Timber (Rekik 46), Heaven (Monlouis 60), Lewis-Skelly (Nichols 60), Partey (Patino 46), Odegaard (Gower 60), Nelson (Nwaneri 60), Vieira (Smith-Rowe 46), Jesus (Salah Oulad-M'hand 60), Nketiah (Sagoe Jr 60).
×
×
  • Create New...