-
Content Count
603 -
Joined
-
Last visited
-
Days Won
25
Everything posted by admin
-
มิเกล อาร์เตต้า เคยพูดเอาไว้กับนักเตะเยาวชน ระหว่างการประชุมการฝึกสอนกับสมาคมฟุตบอลเวลส์ในปี 2017 "ผมไม่ชอบการสร้างเส้นตรงระหว่างผู้เล่นริมเส้น" ขณะที่บนหน้าจอเขากำลังอธิบายว่าทำไมเขาถึงต้องการเปลี่ยนมุมการรับส่งบอลแบบดั้งเดิม ระหว่างฟูลแบ็คกับปีก"ทำไมล่ะ? เพราะฟูลแบ็คจ่ายขึ้นไปตรงๆ ให้กับผู้เล่นตำแหน่งปีก เมื่อรับบอลเขาจะหันหลังให้กับประตู และไม่สามารถพาบอลขึ้นหน้าไปได้ เมื่อมีคู่แข่งอยู่ด้านหลัง แต่เมื่อคุณจ่ายบอลเป็นแนวทแยงมุม ปีกจะสามารถเอาบอลไปเล่นต่อได้ทันที" ตอนนี้สิ่งที่เขาได้พูดในตอนนั้น กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับริมเส้นฝั่งขวาของอาร์เซน่อลในฤดูกาล อย่างประตูนำ 2-0 ของบูคาโญ ซาก้า ในเกมส์กับคริสตัล พาเลซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นวิธีการจ่ายบอลแบบนั้น บูคาโญ ซาก้า เป็นผู้เล่นคีย์แมนของอาร์เซน่อล และการป้อนบอลให้เขาในลักษณะที่ทำให้เขาได้ คือ กุญแจสำคัญที่จะทำให้เขามีผลกระทบต่อเกมส์ และตอนนี้ทุกทีมมีความกังวลในการดวลตัวต่อตัวกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างด้านล่างในเกมส์ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสิ่งที่อาร์เตต้า ไม่ต้องการ เมื่อไวท์เห็นซาก้ากำลังวิ่งเข้ามารับบอล และเลือกจ่ายไปตรงๆ แต่ลุค ซอว์ ได้อ่านสถานการณ์และสามารถบีบซาก้าได้ทันที แม้ว่าจะลงเอยด้วยการที่ซอว์ไปทำฟาล์วใส่ซาก้า แต่ไม่ใช่สถานการณ์ในอุดมคติของอาร์เตต้า เพราะมันเป็นการหยุดการเล่นเกมส์รุก และเปิดโอกาสให้แนวรับของยูไนเต็ดได้มีการจัดตำแหน่งการยืนกันใหม่ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมอาร์เตต้า ถึงไม่อยากให้ซาก้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่เขาต้องการให้ ไวท์ ชะลอการส่งบอลจนกว่าช่องการจ่ายบอลจะปรากฏขึ้น แล้วซาก้าหมุนตัววิ่งเข้าไปด้านใน จากนั้นไวท์ก็จะจ่ายเป็นแนวทแยงเพื่อให้เขาวิ่งมารับบอลด้วยเท้าซ้ายที่เขาถนัด มันเปิดพื้นที่ทั้งสนามและทำให้เขามีช่องว่างในการเล่นเกมส์รุก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กองหลังของคู่แข่งยากที่จะรับมือ นี่คือสิ่งที่อาร์เตต้ามองหา อย่างในเกมส์กับเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อโอเดการ์ดได้รับบอลจากจอร์จินโญ่ เขาจ่ายบอลทแยงไปให้กับซาก้า ที่ขยับเข้าด้านใน เมื่อเขาได้รับบอลจากโอเดการ์ด และเขาสามารถจ่ายบอลสวิตซ์ไปฝั่งซ้ายให้กับชาคา โดยที่คู่แข่งไม่สามารถเข้ามากดดันเข้าได้ ไวท์ และซาก้า ลงเล่นด้วยกัน 2,088 นาทีร่วมกันในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามีความสำคัญเพียงใด เราจะเห็นว่าไวท์มีการจ่ายบอลให้กับซาก้ามากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่น โดยเขาผ่านบอลสำเร็จ 334 ครั้ง ซึ่งเป็นเส้นสีแดงตามภาพด้านล่าง นั้นคือค่าเฉลี่ย 14.4 ครั้งจากไวท์ไปที่ซาก้าต่อ 90 นาที โดยคนที่จ่ายบอลให้กับซาก้าเฉลี่ยรองลงมาคือ 9.5 ครั้ง และมาร์ติน โอเดการ์ด 7.0 ครั้ง เมื่อดูแผนผังการจับบอลของไวท์ด้านล่าง ก็แสดงให้เห็นว่าเขาผสมผสานการเคลื่อนที่ในการโจมตีของเขาอย่างไร ซึ่งปกติแล้วเขาจะชอบที่จะ Overlap ขึ้นไป แต่ก็มีขยับเข้าไปข้างในเพื่อประสานงานกับซาก้า ในการเจอกับวูลฟ์แฮมตันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ไวท์จ่ายบอลให้กับซาก้า 27 ครั้ง การประสานงานของทั้งคู่แบบโดยตรงสร้างโอกาส 7 ครั้งในฤดูกาลนี้หรือ 0.3 ครั้งต่อ 90 นาที และมีผลกับการเคลื่อนที่ที่หลากหลาย ที่ทำให้ซาก้าสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ในตัวอย่างเกมส์กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไวท์เห็น ซาก้า อยู่ตรงบริเวณริมเส้น แต่เขาชะลอ จนเห็นว่า เซสเซยอง กำลังจะขยับเข้าไปใกล้กับซาก้า แล้วก็ก็จ่ายทแยงเข้าด้านใน ซึ่งซาก้าก็วิ่งไปรับบอล เปิดทางให้ซาก้าได้สามารถพาบอลพุ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษของคู่แข่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตรายไม่ว่าจะเจอกับทีมไหนก็ตาม เมื่อเทียบระหว่างไวท์กับโทมิยาสุ ในตำแหน่งแบ็คขวา ไวท์สามารถ Overlap ขึ้นไปเมื่อสร้างความสับสนให้กับคู่แข่ง ขณะที่โทมิยาสุ มักจะเล่นอยู่ด้านหลังแล้วปล่อยให้ซาก้า เล่นแบบ Isolate ซึ่งไวท์จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการวิ่งทั้งแบบ Underlap หรือ Overlap อย่างในเกมส์กับเบรนท์ฟอร์ด ที่เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ของอาร์เซน่อล เขาวิ่ง Overlap ขึ้นมา แต่ซาก้าไม่มีมุมที่จะจ่ายบอลให้กับเขา ดังนั้นจึงเลือกจ่ายเข้าในให้กับโอเดการ์ด ขณะที่ไวท์ วกกลับมาจากตำแหน่งล้ำหน้า ตัวประกบก็ต้องระแวงกับไวท์ เป็นการเปิดช่องว่างให้กับ ซาก้า ได้วิ่งสอดขึ้นมา โอเดการ์ดจ่ายบอลทะลุช่อง ก่อนที่ซาก้าจะเปิดเร็วไปที่เสาสองให้ ทรอสซาร์ ชาร์จบอลเข้าไปตุงตาข่าย การเล่นของซาก้า เขาไม่ได้ปักอยู่ริมเส้นตลอดเวลา บ่อยครั้งที่เราได้เห็นเขาขยับเข้ามาด้านในของ Half Space เป็นการปั่นป่วนรูปแบบเกมส์ป้องกันของคู่แข่ง อย่างในเกมส์ที่เจอกับฟูแล่มที่เอมิเรสต์ เมื่อต้นฤดูกาล และแสดงให้เห็นเขากลายเป็นตัวเลือกในการจ่ายบอลจากแนวรับได้เมื่อ วิลเลี่ยม ซาลิบา พาบอลขึ้นมาตรงกลางสนาม ไวท์ขยับขึ้นสูงที่ริมเส้นด้านนอก ทำให้ อันโตนี่ โรบินสัน แบ็คของฟูแล่มที่เป็นคู่ประกบกับชาก้า ต้องเริ่มขยับไปตามประกบไวท์ ตำแหน่งของไวท์สามารถเปิดช่องว่างได้ ซาลิบาจ่ายบอลเข้ามาให้กับซาก้า และเขาหมุนตัวพลิกบอล ก่อนที่อาร์เซน่อลจะได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา การหลอกล่อและทิศทางการวิ่งที่แตกต่างของไวท์ และซาก้า ตามทฤษฏีของอาร์เตต้า ทำให้เขาพวกเขาเป็นหนึ่งในคู่หูในเกมส์รุกที่อันตรายมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก
-
บทความโดย คุณอาร์ต เดอ โรเซ่ จาก The Athtetic มิเกล อาร์เตต้า แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในสัปดาห์สุดท้ายของตลาดนักเตะว่า "หากทำได้ เราต้องการผู้เล่นกองกลางมาช่วย Cover ที่มากกว่านี้ แต่ในตลาดรอบนี้มีความซ้บซ้อนที่จะทำเช่นนั้น" พวกเขาไล่ล่า มอยเชส ไคเซโด กองกลางวัย 21 ปีของไบรท์ตันแบบสุดความสามารถ แต่ไม่ได้ผล นั่นทำให้อาร์เซน่อล ต้องหันไปหา จอร์จินโญ่ ที่แก่กว่าไคเซโด 10 ปีจากทีมคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน อาร์เตต้าเคยให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ จอร์จินโญ่ ในระหว่างซัมเมอร์ปี 2020 แต่การเบนเป้าหมายอย่างกระทันหันของอาร์เซน่อลไปหากองกลางทีมชาติอิตาลีรายนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในหมู่แฟนบอลของทีมกับการตัดสินใจครั้งนี้ของสโมสร เขาเป็นส่วนสำคัญในพิมพ์เขียวระบบ 4-3-3 ของเมาริสซิโอ ซาร์รี่ สมัยที่คุมนาโปลี ก่อนจะย้ายตามซาร์รี่มาอยู่กับเชลชี ในฤดูกาล 2018/19 เพื่อลงเล่นในตำแหน่งหมายเลข 6 ตลอดระยะเวลา 4 ปีครึ่ง มีผู้จัดการทีมหลายคนเข้ามาและจากไป จอร์จินโญ่ก็ยังเป็นตัวจริงของเชลชีมาตลอด และเราก็ได้เห็นทั้งจุดอ่อน และจุดแข็งของเขา แล้วเขาจะเข้ากับระบบของอาร์เซน่อลหรือไม่? จอร์จินโญ่ มีความโดดเด่นในเรื่องการครอบครองบอล มีอิทธิพลอย่างมากกับเกมส์รุกตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเชลชี กับการมีส่วนร่วมในลำดับการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์ที่จบด้วยการทำประตู 5.2 และ 5.5 ต่อ 90 นาทีระหว่าง 4 ฤดูกาล นับเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยม และยืนยันว่าเขาเป็นหนึ่งใน Deep lying Playmaker ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาอังกฤษ เขาทำสถิติจ่ายบอลสูงสุด 4 จาก 6 ครั้ง โดยผู้เล่นหนึ่งในเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดเดียว (โดยทำได้สูงถึง 180 ครั้งในเกมส์กับเวสต์แฮม เมื่อฤดูกาล 2018/19) แต่เขาทำแอสซิทได้เพียงแค่ 5 ครั้งจากการลงเล่น 143 เกมส์ในลีก ดังนั้นมันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่จ่ายบอลสุดท้าย ดูตัวอย่างในจังหวะนี้ ในเกมส์ที่พบกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่กำลังตั้งแนวเกมส์รับ จอร์จินโญ่ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เขาจับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะจ่ายบอลตัดหลัง แมตต์ โดเฮอร์ตี้ แบ็คของสเปอร์ โดยมีเมสัน เม้าส์ วิ่งทะลุเข้าไปรับบอล แม้ว่าจังหวะนี้เม้าส์จะทำได้น่าผิดหวัง แต่การเล่นลักษณะนี้ของจอร์จินโญ่ จะเป็นการจ่ายบอลที่ประโยชน์สำหรับผู้เล่นแนวรุกของอาร์เซน่อล หากเราพิจารณา อาร์เซน่อล เล่นในระบบ 4-3-3 มาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จอร์จินโญ่ สามารถทำหน้าที่ตรงตำแหน่งหมายเลข 6 ของโธมัส ปาร์เตย์ ได้ ซึ่งเขาจะมอบมิติการเล่นใหม่ให้กับอาร์เซน่อลในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง เวลาที่เจอคู่แข่งถอยต่ำลงไปรับลึก แทนที่จะยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ เมื่อเจอการป้องกันแบบ Low Block แบบเกมส์กับเบรนท์ฟอร์ด เขาสามารถยกบอลข้ามแนวรับของคู่แข่งไปให้กับตัวรุกได้ ผู้เล่นริมเส้นของอาร์เซน่อล จะได้ประโยชน์ ถ้าหากจอร์จินโญ่ยังสามารถทำได้แบบนี้ จอร์จินโญ่ ไม่ได้เซ็นสัญญามาอยู่กับอาร์เซน่อลในฐานะตัวจริง หรือตัวเลือกในแผนระยะยาวของสโมสร อย่างไรก็ตามความสามารถในการเคลื่อนบอลด้วยความเร็วและแม่นยำ จะช่วยอาร์เซน่อลได้อย่างแน่นอน โครงสร้างรอบๆ จอร์จินโญ่ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อย่างในสมัย โธมัส ทูเคิ่ล เขาใช้ระบบการเล่น 3-4-2-1 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดจุดอ่อนของจอร์จินโญ่ ด้วยการทำให้เขามีคู่หูแดนกลางที่มีความแข็งแกร่งอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ช่วยชดเชยสิ่งที่จอร์จินโญ่ขาดไปได้เป็นอย่างดี ในฐานะที่เขาจะต้องเป็นคนที่รับบอลจากแดนหลัง และการที่เขาขาดเรื่องความแข็งแกร่งนั้นทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายในการเพลสซิ่งของคู่แข่ง ยกตัวอย่างในเกมส์กับสเปอร์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว จอร์จินโญ่ เรียกบอลจาก เกป้า ขณะที่ตัวเองก็มีผู้เล่นอย่าง แฮร์รี่ วิงก์ ไล่ตามประกบอยู่ และถูกเข้าแท็กเกิ้ลทันทีเมื่อได้รับบอล นั่นทำให้สเปอร์มีโอกาสดีมากในการทำประตู แต่น่าเสียดายที่จังหวะนี้แฮร์รี่ เคน อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า เมื่อมูร่า จ่ายบอลมาให้กับเขา เมื่อมาดูที่โครงสร้างของอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ น่าจะช่วยจอร์จินโญ่ได้มาก หากเกิดสถานการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้น แอรอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อล สามารถเล่นบอลสั้นได้ทั้งในจังหวะโอเพ่นเพลย์ และจากลูกตั้งเตะ ขณะที่ โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ ก็จะขยับเข้ามาเล่นเป็น Inverted fullback ทำให้เขาจะมีทางเลือกในการออกบอลที่มากขึ้น เมื่อทีมขยับบอลขึ้นไปยังแดนของคู่แข่ง ผู้เล่นในตำแหน่งหมายเลข 6 จะได้รับการสนับสนุนจากคู่เซนเตอร์แบ็คอย่าง วิลเลี่ยม ซาลิบา และกาเบรียล มากัลเญส ที่มีความเร็วทั้งคู่ ในการช่วยป้องกันจังหวะโดนสวนกลับเร็ว นับเป็นการแก้ไขปัญหาจากเมื่อฤดูกาลก่อน เวลาที่อาร์เซน่อลไม่มีปาร์เตย์ หรือเวลาที่ปาร์เตย์เจอคู่แข่งไล่ตามประกบจนขึ้นเกมส์ไม่ได้ ด้วยโครงสร้างที่มั่นคงของอาร์เซน่อลทำให้ภาระของผู้เล่นหมายเลข 6 ที่เล่นเป็น Sole DM ไม่หนักจนเกินไป การพลาดได้ตัว มอยเชส ไคเซโด นับเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับอาร์เซน่อล แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้ทำผิดพลาดซ้ำรอยกับมกราคมปีก่อน ที่เมื่อพลาดเป้าหลักแล้วนิ่งเฉย ซึ่งจอร์จินโญ่ ไม่ได้มาเพื่อเป็นตัวเลือกแรกในแดนกลาง แต่เขาสามารถทดแทนตัวจริงได้เมื่อยามจำเป็น เขาไม่ได้เหมาะสมลงตัวแบบที่สุดกับอาร์เซน่อล เพราะเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะ แต่ในเรื่องความสามารถด้านเทคนิค และการจ่ายบอลของไม่มีใครสงสัย นั่นทำให้เขาสามารถช่วยอาร์เซน่อลในแผนระยะสั้นได้ โดยรวมแล้วสำหรับการเสริมทัพในตลาดรอบสอง อาร์เซน่อลได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ ทรอสซาร์ ในการช่วยเติมเกมส์รุก, จอร์จินโญ่ ช่วยสนับสนุนในแดนกลาง และคิวิออร์ มาเติมเซนเตอร์แบ็คฝั่งซ้ายที่ทีมยังขาด อาร์เซน่อลมี 11 ตัวจริงที่สามารถต่อกรได้กับทุกทีมในลีก แต่ตอนนี้บนม้านั่งสำรองของพวกเขา แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับครึ่งฤดูกาลแรก
-
เบนจามิน เซสโก้ ถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับท็อป ตั้งแต่ที่เขาเป็นดาวรุ่ง เขาเกิดในเมืองเล็กๆ ในสโลเวเนียชื่อ ราเดซ ห่างจากเมืองหลวงลูบลิยาน่า เพียง 1 ชั่วโมง เขาเคยถูกคาดหมายว่าจะเจริญรอยตามพ่อ ในการเป็นผู้รักษาประตู อย่างไรก็ตามเขาทำได้ดีกับการเล่นกองหน้า ด้วยการกระหน่ำ 50 ประตูในหนึ่งฤดูกาลให้กับสโมสรในท้องถิ่น ก่อนที่เขาจะได้รับข้อเสนอจากอะคาเดมี่ของสโมสรเอ็นเค ดอมซาเล่ ทีมในลีกสูงสุดของสโลเวเนีย จากเวลานั้น ผ่านไปแค่ 12 เดือน ชื่อเสียงของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีข้อเสนอจากทั้ง บาเยิร์น มิวนิค, ดอร์มทุนด์, แมนซิตี้ และอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัม รวมถึงทีมชั้นนำในยุโรป แต่เขาเลือกที่จะย้ายไปเล่นกับ เร้ดบลู ซัลบวร์ก ทีมดังจากลีกออสเตรียในปี 2019 เชสโก้ เซ็นสัญญากับซัลบวร์กตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี ทางเร้ดบลู เตรียมแผนสำหรับการพัฒนาในระยะยาวของเขาในกลุ่มเร้ดบลู ฟุตบอลกรุ๊ป ก้าวแรกของเขาคือการไปเล่นแบบยืมตัวในลีกรองของออสเตรีย กับไลเฟอลิ่ง ทีมสำรองของซัลบวร์ก 2 ฤดูกาลกับไลเฟอริง เขายิงไป 22 ประตูจาก 44 เกมส์ จากนั้นเขาก็ไต่ขึ้นมาตามสเต็ป เก็บประสบการณ์อีกสองฤดูกาลกับซัลบวร์ก ในลีกสูงสุด เขายิงไป 29 ประตูจาก 79 เกมส์ แล้วสุดท้ายก็มาอยู่กับแอร์เบ ไลป์ซิก ปลายทางของเร้ดบลู ฟุตบอลกรุ๊ป เมื่อฤดุกาลที่ผ่านมา ช่วงแรกกับไลป์ซิก เขายังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องนัก ก่อนจะมาระเบิดฟอร์มร้อนแรงในช่วง 7 เกมส์สุดท้าย เขาทำได้ 7 ประตู ทำให้เบ็ดเสร็จเขายิงไป 14 ประตูในลีกบุนเดสลีกา แล้วทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายของบรรดาทีมชั้นนำของยุโรปอีกครั้ง โดยเฉพาะสโมสรในพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล, เชลชี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต่างกำลังลงชิงชัยแย่งลายเซ็นของนักเตะ เขามีค่าฉีกสัญญาราว 65 ล้านยูโร (55.3 ล้านปอนด์) ถ้าหากเขาเลือกที่จะย้ายทีม อาร์เซน่อล คือ ทีมที่มีโอกาสที่มากที่สุด แม้ว่ายูไนเต็ดจะเคยมีการติดต่อของเจรจาเพื่อคว้านักเตะในซัมเมอร์ปี 2022 ซึ่งเวลานั้นเซสโก้อายุ 19 ปี ก่อนตัดสินใจเลิกไล่ล่านักเตะอย่างจริงจัง เนื่องจากยังมีเครื่องหมายคำถามในตัวนักเตะ เชสโก้ ยิง 11 ประตู 2 แอสซิทจาก 15 เกมส์ และมีเพียง แซร์กู กีราซี กองหน้าของวีเอฟบี สตุ๊ตการ์ท ที่มีทำประตูได้มากกว่าค่า xG ดีกว่าเชสโก้ เขาทำไป 14 ประตูจากค่า xG (Expected Goal) เพียง 7.7 ประตู หากดูจากสถิติการยิงประตูของเชสโก้ ในศึกบุนเดสลีกา ที่ผ่านมา 47 ครั้ง เขายิงด้วยเท้าขวาเป็นหลัก (24 ครั้ง) แต่เขาก็สามารถยิงบอลจากเท้าซ้ายได้ด้วย 9 ครั้งที่เขายิงด้วยซ้าย เปลี่ยนเป็น 3 ประตู จุดที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ระยะทำการของเชสโก้ จะเป็นการยิงประตูในกรอบเขตโทษเกือบทั้งหมด โดยมีระยะเฉลี่ยที่ 13 หลา บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขาเป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ หรือ Pocher อีกจุดที่ทำให้เซสโก้ น่าสนใจคือรูปร่างที่สูง 6 ฟุต 5 นิ้ว ไม่แปลกใจที่เขาจะเป็นภัยคุกคามคู่แข่งในเรื่องลูกกลางอากาศด้วย อย่างในเกมส์ที่ไลป์ซิกเสมอกับเอาส์บวร์ก 2-2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพในการเล่นลูกกลางอากาศ เป็นจังหวะที่ไลป์ซิกได้ประตูนำ 2-1 โอโม่ ได้บอลอยู่บริเวณริมเส้นฝั่งขวา เขาวางบอลตรงพื้นที่ระหว่างจุดโทษกับเสาไกล เชสโก้เทกตัวขึ้น ก่อนโหม่งย้อยๆ เข้าประตูไป สำหรับอาร์เซน่อล น่าจะเป็นมิติเกมส์รุกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการคลอสบอลทางฝั่งขวาเข้ามาของ บูคาโญ ซาก้า ที่เขาจะมีทางเลือกที่เพิ่มขึ้นในการโจมตีกรอบเขตโทษของคู่แข่ง แต่สำหรับเกมส์ฟุตบอลสมัยใหม่ กองหน้าชั้นนำ ต้องทำได้มากกว่ากว่าเพียงแค่การทำประตู และเซสโก้ ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกองหน้าหมายเลข 9 ที่มีความครบเครื่อง เมื่อดูจากแผนภูมิพิซซ่าของ Smaerter Scout ด้านล่าง ที่จะให้เรตติ้งในแต่ละด้าน (0-99) โดยพิจารณายิ่งที่ผู้เล่นทำอยู่บ่อยๆ โดยเปรียบเทียบกับผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกัน มันมีความน่าสนใจในเรื่องการเล่นเกมส์รับของเซสโก้ เขามีเรตติ้งอยู่ในระดับต้นๆ ในเรื่องของการเก็บบอลและตัดบอล (Rating 80) แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นกองหน้าที่เล่นเกมส์รับแดนบนได้ดี และพร้อมแย่งบอลหากมีโอกาส ซึ่งเป็นจุดที่ มิเกล อาร์เตต้า ชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะอาร์เซน่อลจะเล่นเกมส์รับกันตั้งแต่แดนบน นอกจากนี้เขายังมีเรตติ้งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในเรื่องของการเชื่อมเกมส์กับเพื่อนร่วมทีม (Rating 58) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำรหับสโมสรชั้นนำที่จะได้ครอบครองบอลในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งเป็นส่วนใหญ่ ในการเล่นกับไลป์ซิก เซสโก้ ประสานงานได้ดีกับ ลูอิก โอเพนด้า และซาบี ซิมอนส์ อย่างไรก็ตาม เซสโก้ถือว่ายังใหม่กับลีกระดับสูงของยุโรป เขาเพิ่งเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมันได้แค่ปีเดียว และยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะในเวทีระดับสูง รวมถึงยังมีจุดที่เขายังต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ความเสี่ยงที่ทีมในพรีเมียร์ลีกต้องแบกรับกับการคว้า เซสโก้ ไปร่วมทีม คือนักเตะหลายคนที่ย้ายจากบุนเดสลีกา มาพรีเมียร์ลีก มักประสบปัญหา อย่าง ติโม แวร์เนอร์ เขาเป็นยิงไป 28 ประตูให้ไลป์ซิก เมื่อฤดูกาล 2019/20 แต่เขาไม่สามารถสร้างผลงานได้อย่างที่คาดหวังในการมาเล่นกับเชลชี อย่างไรก็ตาม เราก็มีตัวอย่างที่อาจจะเรียกว่ามีเส้นทางคล้ายๆ กับเซสโก้ นั่นคือ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เขามาจากระบบของเร้ดบลู ฟุตบอลกรุ๊ปเหมือนกัน เขาย้ายจากซัลบวร์กมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ ก่อนที่จะมาเล่นให้กับแมนซิตี้ในปี 2022 ซึ่งเขาเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน แต่หากพิจารณากับค่าตัวและอายุของเซสโก้ และกับตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าที่มีในตลาด นั่นทำให้กองหน้าดาวรุ่งพรสวรรค์สูงรายนี้ เป็นนักเตะที่หลายทีมใหญ่ต้องการตัวมากที่สุด....
-
อาร์เซน่อลจะพัฒนาขึ้นได้อย่าไงรอีก หลังซีซั่นที่ทุบสถิติสโมสรมากมาย? นั่นคือความท้าทายของอาร์เซน่อลในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าพวกเขาจะทำสถิติชนะมากที่สุดต่อฤดูกาล ยิงประตูได้มากที่สุด แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกจากแมนซิตี้ได้ การที่อาร์เซน่อลเข้ามาใกล้เคียงกับแมนซิตี้ ก็ยิ่งทำให้งานของเอดู กาสปาร์ ผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซน่อล ต้องมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น การมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการอัพเกรดทีม วัตถุประสงค์หลักในช่วงซัมเมอร์นี้ของอาร์เซน่อล คือการเพิ่มคุณภาพของขุมกำลังเชิงลึกของพวกเขาให้ดีขึ้นจากฤดูกาลก่อน อาร์เซน่อล สามารถพึ่งพาผู้เล่นอยู่ประมาณ 14 คน ที่เป็นกลุ่มผู้เล่นที่แชร์เวลาลงสนามเป็นส่วนใหญ่ของทีม อาร์เซน่อลต้องการขยายกลุ่มดังกล่าวให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้มิเกล อาร์เตต้า มีโอกาสหมุนเวียนผู้เล่นได้ดีขึ้น ตำแหน่งที่อาร์เซน่อลมองหาในช่วงซัมเมอร์นี้? หลังจากการตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ความรู้สึกในหมู่ผู้บริหารของทีมคือทีมขาดปัจจัย X บางอย่างในเกมส์รุก ที่จะเป็นสิ่งพิเศษในการปลดล็อกเกมส์รับของคู่แข่ง โดยตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีก่อน อาร์เซน่อลเคยมีแผนที่จะซื้อกองหน้าตัวใหม่ แล้วด้วยฟอร์มของ ไค ฮาแวร์ตซ์ เมื่อถูกขยับไปเล่นตำแหน่งกองหน้า ทำให้ความเร่งด่วนของแผนดังกล่าวลดลงไปบ้าง อย่างไรก็ตามพวกเขาพร้อมที่จะลงสู่ตลาดเพื่อหากองหน้าหมายเลข 9 เข้ามาเสริมทัพ ที่จะสามารถนำมิติเกมส์รุกใหม่ๆ มาสู่ทีมได้ ในตำแหน่งกองกลาง บทบาทของเดแคลน ไรซ์ จะกำหนดลำดับความสำคัญของพวกเขา หากเขาถูกใช้เป็นผู้เล่นหมายเลข 6 แบบถาวร อาร์เซน่อลก็จะมองหาผู้เล่นหมายเลข 8 เพื่อมาเล่นกับเขา และในทางกลับกัน อาจเป็นไปได้ที่อาร์เซน่อล ยังคงเปิดกว้างสำหรับกองกลางที่เล่นได้ทั้งหมายเลข 6 และ 8 เพื่อความยืดหยุ่นในแท็กติกของ มิเกล อาร์เตต้า แบ็คซ้ายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกโฟกัส จากตัวเลือกที่มียังไม่มีใครที่อาร์เตต้าไว้ใจได้ การกลับมาของ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่อาร์เซน่อลก็ยังจับตาดูทางเลือกในตลาดอยู่ ตำแหน่งผู้รักษาประตูก็จะถูกให้ความสนใจเช่นกัน ดาบิด ราย่า จะย้ายมาเฝ้าเสาให้อาร์เซน่อลแบบถาวร หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับทางเบรนท์ฟอร์ด แต่จะมีผู้รักษาประตูคนอื่นที่ย้ายออกไป แน่นอนว่าอาร์เซน่อลต้องการผู้รักษาประตูมือสองเข้ามาแข่งขันกับราย่า และพวกเขาก็กำลังพิจารณาตัวเลือกในตำแหน่งมือสามด้วย เพราะ คาร์ล ไฮน์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่ง กำลังจะหมดสัญญากับทีมในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ และยังไม่ชัดเจนว่านักเตะจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปหรือไม่ ใครบ้าง ที่พวกเขากำลังจับตามองอยู่? ในตำแหน่งกองหน้าพวกเขาพุ่งสมาธิไปที่ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าวัย 21 ปีของแอร์เบ ไลป์ซิก โดยดาวยิงทีมชาติสโลเวเนีย มีค่าฉีกสัญญา และเชื่อว่าจะอยู่ที่ตัวเลข 55.3 ล้านปอนด์ ทางเซสโก้ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรทั้งพรีเมียร์ลีก และทีมในลีกยุโรป แต่ความรู้สึกของทีมเหล่านั้น คิดว่าหากนักเตะเลือกย้ายทีม อาร์เซน่อลคือตัวเต็งที่จะคว้านักเตะรายนี้ไปร่วมทีม อย่างไรก็ตามไลป์ซิกเองก็ยังพยายามที่จะรั้งนักเตะให้อยู่กับพวกเขาต่อไป อาร์เซน่อล มีข่าวเชื่อมโยงกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค มาอย่างยาวนาน แต่คาดว่าจะไม่มีพัฒนาการใดๆ เกิดขึ้น นิวคาสเซิ่ล ยืนกรานว่าอิซ้คไม่ได้มีไว้ขาย และคงต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อเปลี่ยนใจทางนิวคาสเซิ่ล เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมของเขา บรูโน่ กิมาไรซ์ ที่ก็มีข่าวกับอาร์เซน่อลอีกคน ตำแหน่งกองกลาง อาร์เซน่อล ยังคงสนใจ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ กองกลางวัย 25 ปีของเรอัล โซเซียดัด ที่เป็นนักเตะที่อาร์เตต้าชอบมาก แต่ความยากลำบากคือการโน้มน้าวให้นักเตะย้ายออกจากสเปน แม้ว่านักเตะจะมีค่าฉีกสัญญา 50 ล้านปอนด์ แต่เขาไม่แสดงท่าทีที่จะย้ายทีมเลย นอกจากนี้อาร์เซน่อล ยังเป็นหนึ่งในทีมที่สนใจ เจา เนเวส กองกลางอนาคตไกลวัย 19 ปีของเบนฟิก้า อาร์เซน่อลมอง ซูบิเมนดี้ และเนเวส เป็นผู้เล่นหมายเลข 6 สำหรับกองกลางหมายเลข 8 ก็อยู่ในเรดาร์ แต่สโมสรรู้สึกว่ามีตัวเลือกที่เหมาะสมค่อนข้างน้อยในตลาด นักเตะอย่าง แฟร้งกี้ เดอยอง และลูคัส ปาเกต้า ไม่น่าจะได้ย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามการเซ็นกองหน้าหมายเลข 9 เข้ามา ก็อาจทำให้ ฮาแวร์ตซ์ โดนจับมาเล่นหมายเลข 8 ได้ ขณะที่อีธาน เอ็นวาเนลลี่ แข้งดาวรุ่งวัย 17 ปี ก็คาดว่าจะมีโอกาสได้เล่นกับทีมชุดใหญ่มากขึ้น แล้วหากอาร์เซน่อล ตัดสินใจที่จะเพิ่มทางเลือกในตำแหน่งริมเส้น พวกเขามีความสนใจในรายของ เปโดร เนโต้ ปีกของวูลฟ์แฮมตัน และนิโก้ วิลเลี่ยม ของบิลเบา ในรายของเนโต้ เรื่องประวัติอาการบาดเจ็บของเขา เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันหนักมาก หนึ่งในนักเตะที่อาร์เซน่อล กำลังพิจารณาในตำแหน่งแบ็คซ้ายคือ ยอร์เรล ฮาโต้ แม้ว่านักเตะจะลงเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์เป็นส่วนใหญ่ แต่ฮาโต้วัย 18 ปี สามารถเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ และมีคุณสมบัติที่เหมาะกับวิสัยทัศน์ของมิเกล อาร์เตต้า ในบทบาทนี้ แต่นักเตะก็เพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ไปจนถึงปี 2028 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปิดท้ายที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู อาร์เซน่อลตกเป็นข่าวสนใจ จัสติน บิจโลว์ ผู้รักษาประตูวัย 26 ปีของเฟเยนูร์ด แต่การเลือกผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู ทางโค้ชผู้รักษาประตูอย่าง อินากิ คาญา จะมีอิทธิพลอย่างมากในเรื่องนี้ ใครเข้าข่ายที่จะโดนปล่อยออกจากทีมบ้าง? มีนักเตะบางคนที่มีโอกาสลงสนามค่อนข้างจำกัดอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, ริสส์ เนลสัน, แอรอน แรมส์เดล ที่อยู่ในข่ายว่ามีโอกาสจะย้ายออกไป รวมถึงนักเตะที่โดนปล่อยยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาทั้ง แซมบี้ โลกองก้า, คีแรน เทียร์นี่ย์ และนูโน ตาวาเรซ แล้วก็มีนักเตะที่อาจจะยังอยู่ในแผนของอาร์เตต้า แต่ถ้าหากมีข้อเสนอที่น่าสนใจเขามาก็อาจจะทำให้อาร์เซน่อลพร้อมปล่อยนักเตะเหล่านั้นออกไป เช่น โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้, กาเบรียล เฆซุส และโธมัส ปาร์เตย์ สถานะ PSR ของอาร์เซน่อลเป็นอย่างไร? แม้จะมีการใช้จ่ายไปเยอะมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่อาร์เซน่อล ยังคงมีช่องว่าในเรื่องของผลกำไรและกฏความยั่งยืนของพรีเมียร์ลีก พวกเขายังคงคาดหวังว่าจะสามารถขายนักเตะที่เป็นผลผลิตของอะคาเดมี่จำนวนหนึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งจะคิดเป็นผลกำไร 100% ในแง่ของกฏ PSR งบประมาณของสโมสรอาร์เซน่อลในซัมเมอร์นี้ ฤดูกาล 2023/24 เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ทำกำไรให้กับอาร์เซน่อล พวกเขาได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนลีก นั่นหมายความว่าพวกเขามีรายได้มากกว่า 90 ล้านยูโร เฉพาะแค่ในรายการแชมเปี้ยนลีก คาดว่าเจ้าของสโมสรอาร์เซน่อล จะมีงบประมาณจำนวนมหาศาลสำหรับเสริมแกร่งทีมอีกครั้งในซัมเมอร์นี้
-
สโมสรอาร์เซน่อล ออกมายืนยันการปล่อยตัว 22 แข้ง ที่ประกอบด้วยทีมชุดใหญ่ ทีมหญิง และทีมเยาวชน ซึ่งเป็นนักเตะที่หมดสัญญากับสโมสรในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ สำหรับทีมชุดใหญ่ที่หมดสัญญาจะเป็น 2 แข้งเก๋าอย่างโมหาเหม็ด เอลเนนี่ และเซดริก โซอาเรซ ที่ฤดูกาลที่ผ่านมาก็มีโอกาสลงเล่นกับทีมน้อยมาก ส่วนทีมหญิงที่ฮือฮาคือการปล่อยตัว วิเวียเน่ มีเดม่า กองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ถือเป็นตำนานของสโมสรกับผลงาน 124 ประตูจาก 166 เกมส์ เคยพาทีมคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2018/19 และแชมป์ลีกคัพ 3 สมัย อย่างไรก็ตามเธอได้รับบาดเจ็บหัวเข่าจนต้องพักยาวไปร่วมปี แม้เธอจะกลับมาเล่นได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ก็ยิงไปได้แค่ 2 ประตูเท่านั้น ที่น่าสนใจคือส่วนของอะคาเดมี่ อาร์เซน่อล มีการตัดสินใจปล่อยดาวรุ่งที่ชื่อคุ้นๆ หลายคนออกไป อาทิ ไทรีส จอห์น-จูซ, อาเธอร์ โอคอนโค, เจมส์ สวีท, คาตาลิน ซียาน, ไทเลอร์ โฟลัน, คิโด เทย์เลอร์-ฮาร์ท และเมาโร่ บันดาร่า ซึ่งบางชื่อก็ประหลาดใจไม่น้อยที่ทีมปล่อยออกไป อาจจะสอดคล้องกับข่าวที่ว่า อาร์เซน่อลจะมีการลงทุนกับแข้งระดับอะคาเดมี่ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ไม่ได้มีการลงทุนตรงจุดนี้มานาน ทีมชุดใหญ่: โมหาเหม็ด เอลเนนี่ และเซดริก โซอาเรซ ทีมหญิง: วิเวียนเน่ มีเดม่า, ซาบรีน่า ดีแอนเจโล่ (GK),เคย์แลน มาร์คเคส ทีมเยาวชน: เมาโร่ บันดาร่า, โอมารี เบนจามิน, หลุยซ์ บราวน์, คาตาลิน ซียาน, โนอาร์ คูเปอร์ (GK), เฮนรี่ เดวิส, โอวี เอเจเฮรี่, ไทเลอร์ โฟลัน, เจมส์ ฮิลล์ตัน (GK), เฮนรี่ เจฟคอตต์, ไทรีส จอห์น จูซ, อเล็กซ์ เคิร์ท, เจมส์ สวีท, อาเธอร์ โอคอนโค (GK), คามานี่ ไรอัน, คิโด เทย์เลอร์-ฮาร์ท, ฮูเบิร์ต กรัชเช็ก (GK) อย่างไรก็ตามในรายของ อมาริโอ โคเซอร์-ดูเบอร์รี่, คาร์ล ไฮน์ และรูเอล วอลเตอร์ 3 นักเตะดาวรุ่ง ที่สัญญาก็จะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายนเช่นกัน ยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร และเมื่อเรื่องต่างๆ ได้บทสรุป จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
-
Sky Germany อาร์เซน่อล ตั้งเป้าปิดดีลคว้าตัว เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าของแอร์เบ ไลป์ซิก ให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า หรือก่อนที่ศึกยูโร 2024 จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ด้าน ฟลอเลี่ยน แพตเทนเบิร์ก นักข่าวดังชาวเยอรมัน ยืนยันว่า อาร์เซน่อล เป็นสโมสรที่กำลังผลักดันในการเซ็นสัญญากับ เบนจามิน เซสโก้ แต่จากที่ความเข้าใจ นักเตะยังไม่ได้มีการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย มีหลายสโมสรอยากได้ตัวนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสนใจอย่างเป็นรูปธรรม เชลชีเองก็เช่นกัน ค่าฉีกสัญญา 65 ล้านยูโร (55 ล้านปอนด์) จะหมดในสิ้นเดือนมิถุนายน ทางไลป์ซิกเองก็อยากให้นักเตะอยู่กับทีมต่อไป การแข่งขันยังเปิดอยู่ ทุกฝ่ายต้องการให้มีการตัดสินใจก่อนยูโร 2024 จะเริ่มขึ้น ข้อมูลสถิติจาก Opta เปิดเผยว่า เบนจามิน เซสโก้ ทำประตูในฤดูกาล 2023/24 ได้มากกว่าค่า xG 5.98 ประตู สูงที่สุดในศึกบุนเดสลีกา นั่นหมายความว่าเขามีความเฉียบขาดมากเมื่อมีโอกาสในการทำประตู Gazzetta Dello Sport รายงานข่าวว่า วิคตอร์ โอซิมเฮน คาดว่าจะมีข้อเสนอจากอาร์เซน่อล หรือซาอุดิอาราเบีย เข้ามาในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเจ้าตัวฝันที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก ส่วนข้อเสนอจากซาอุเป็นสิ่งที่เย้ายวนทางนาโปลีมากกว่านักเตะ พวกเขาย้ำมาตลอดว่าทีมที่อยากได้โอซิมเฮนจะต้องจ่ายค่าฉีกสัญญา 130 ล้านยูโรเท่านั้น Corrierre Dello Sport นาโปลี แสดงความสนใจในตัว เอมิล สมิธ โรว์ กองกลางของอาร์เซน่อล และพร้อมเปิดทางสำหรับการให้กองกลางวัย 23 ปีเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอซื้อ วิคตอร์ โอซิมเฮน ทางนาโปลีชื่นชมพรสวรรค์ของสมิธ โรว์ และถือเป็นโอกาสในตลาด หากนักเตะสามารถย้ายทีมได้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ พูดถึงข่าวกับอาร์เซน่อลที่ถูกโยงกับ โยฮันส์ บากาโยโก้ ปีกของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น โดยเขาบอกว่า: "อาร์เซน่อลตกเป็นข่าวกับ โยฮันส์ บากาโยโก้ จากสื่อดัตซ์ สำหรับตอนนี้ ผมรับทราบว่ามีหลายสโมสรอยากได้ตัวบากาโยโก้ แต่ยังไม่มีสโมสรใดที่มีความคืบหน้า สถานการณ์ค่อนข้างเปิดกว้าง มีความสนใจจากทั้งเยอรมัน และอังกฤษ แต่น่าจะมีความคืบหน้าในสัปดาห์" The Mirror อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ อัลบาโร่ วัลเลส ผู้รักษาประตูวัย 26 ปีของสโมสรลาส พัลมาส ที่จะเป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตที่พวกเขาจะดึงตัวมาเฝ้าเสา หากแอรอน แรมส์เดล ตัดสินใจย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ Daily Telegraph เปิดเผยว่า ฟูแล่ม วาง เอมิล สมิธ โรว์ กองกลางของอาร์เซน่อล เป็นหนึ่งในเป้าหมายเสริมทัพสำหรับของพวกเขาในซัมเมอร์นี้ และพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอให้อาร์เซน่อลพิจารณาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของตลาดนักเตะ การปล่อยนักเตะอย่างสมิธ โรว์ จะส่งผลดีต่อ PSR ของอาร์เซน่อล เพราะเขาเป็นนักเตะอะคาเดมี่ของสโมสร Daily Mail อาร์เซน่อล ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับ มิคาอิล ฟาเย่ กองหลังดาวรุ่งวัย 19 ปีของบาร์เซโลน่า และทางทีมเจ้าบุญทุ่มต้องการขายนักเตะออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าพวกเขาจะเชื่อว่านักเตะจะมีอนาคตกับสโมสรก็ตาม คาดว่าพวกเขาอาจจะได้ค่าตัวมากกว่า 17 ล้านปอนด์ หากเกิดการแข่งขันในการแย่งตัวนักเตะ Santi Aouna นักข่าวจาก Foot Mercato รายงานข่าวว่า ยาคุบ คิวิออร์ ปราการหลังของอาร์เซน่อล ยังคงเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ในการเสริมทัพแนวรับของเอซี มิลาน ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขากำลังรอผลการคัดเลือกสุดท้ายจากเฮดโค้ชคนใหม่ ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจรจา The Mirror บาเยิร์น มิวนิค กำลังจับตามองสถานการณ์ของ โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ แบ็คซ้ายของอาร์เซน่อล หากเสือใต้ เสีย อัลฟองโซ่ เดวีส์ ไปให้กับเรอัล มาดริด พวกเขาจำเป็นต้องหาตัวแทน ซึ่งชินเชนโก้ เป็นนักเตะคนนั้นที่บาเยิร์นต้องการ และสไตล์การเล่นแบบ Inverted เหมาะกับสไตล์ของ แว็งซองต์ กอปปานี่ เฮดโค้ชคนใหม่ ยุสซูป โฟฟาน่า กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสวัย 25 ปี ออกมายืนยันว่าเขาพร้อมย้ายออกจากโมนาโก ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมดังของยุโรป ร่วมถึงอาร์เซน่อล เขากล่าวว่า: "ผมได้คุยกับทางผู้บริหาร มันไม่ใช่ความลับ เราได้มีการแลกเปลี่ยน และพวกเขาตกลงว่าผมจะไปยังที่เวทีแห่งใหม่" "ถ้าการย้ายไม่เกิดขึ้น ผมยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปี และยินดีที่จะอยุ่ต่อ เราตกลงกันว่าเราจะร่วมมือในกระบวนการนี้ ซึ่งควรจะวินๆ ทุกฝ่าย ไมว่าผมหรือสโมสร" มีรายงานข่าวระบุว่า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ของอาร์เซน่อล มีงบประมาณราว 30 ล้านปอนด์ สำหรับเซ็นสัญญานักเตะดาวรุ่งเข้าสู่อะคาเดมี่ในซัมเมอร์นี้ โดยทีมปืนใหญ่ต้องการลงทุนกับอะคาเดมี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแผนความยั่งยืนในระยะยาวของสโมสร ทำให้มีข่าวว่า อาร์เซน่อล กำลังไล่ล่าตัว 2 นักเตะดาวรุ่งจากสโมสร Kustosija ทีมในลีกโครเอเซีย โดยพวกเขาได้ติดตามดูฟอร์มของ Lovra Chelfi กองหน้าวัย 17 ปี และนิโก้ โทมาเซวิช กองกลางวัย 16 ปี โดยทีมแมวมองของอาร์เซน่อล ได้เข้าไปดูฟอร์มของทั้งคู่ในลีกเยาวชนรอบสุดท้ายที่พบกับ ไฮจ์ดุ๊ก สปลิต เมื่อวานนี้ ทางต้นสังกัดของนักเตะ ตั้งค่าตัวทั้งคู่ไว้คนละ 2 ล้านยูโร พร้อมทั้งเงื่อนไขส่วนแบ่งเปอร์เซ้นต์ค่าตัวในอนาคต อาร์เซน่อล จะได้รับส่วนแบ่ง 50% จากการขาย โอมารี ฮัทชินสัน ปีกของเชลชี ที่พวกเขาปล่อยตัวออกไปเมื่อปีก่อน ซึ่งมีข่าวว่าเชลชี พร้อมปล่อยฮัทชินสันออกไปให้อิปสวิช ทาวน์ 20 ล้านปอนด์ นั่นจะทำให้อาร์เซน่อลได้รับส่วนแบ่ง 10 ล้านปอนด์จากดีลดังกล่าว
-
ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังออกมาอัพเดทเกี่ยวกับอนาคตของ วิคตอร์ โอซิมเฮน เขากล่าวว่า: "เชลชีไม่มีความตั้งใจที่จะคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน ในตลาดซัมเมอร์นี้ นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจ ความคาดหวังของโอซิมเฮน ยังคงต้องการย้ายออกจากนาโปลี ดังนั้นจับตามองสโมสรอื่นที่อาจสนใจในตัวของเขา" แล้วการที่โอซิมเฮนถูกโยงกลับมาเชื่อมโยงกับอาร์เซน่อลอีกครั้ง เขาเสริมว่า: "ทุกๆ วันเราได้ยินข่าวลือที่แตกต่าง วันหนึ่งบอกว่าดีลเซสโก้เรียบร้อยแล้ว, อีกวันบอกว่าโอซิมเฮนกำลังจะมา วันหนึ่งอาจจะเป็นเกียวเกเรส ปล่อยให้อาร์เซน่อลทำงาน พวกเขามีการพูดคุยกันภายในเกี่ยวกับตำแหน่งกองหน้า โดยพิจารณาทางเลือกทั้งหมดที่พวกเขามี และพวกเขาจะตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการทำอะไรกับงบประมาณที่มีด้วย" "อาร์เซน่อล ไม่ต้องการใช้เงินอย่างบ้าคลั่ง พวเขาต้องการใช้เงินอย่างชาญฉลาดกับกองหน้าคนใหม่ นี่คือสาเหตุที่อาร์เซน่อลยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับโอซิมเฮน หรือเป้าหมายอื่นๆ เลย แต่อีกไม่นานเราน่าจะได้รู้กัน" จิอันลูก้า ดิมาซิโอ นักข่าวดังจากสกายอิตาเลีย เปิดเผยว่า: "ผมคิดว่า เบนจามิน เซสโก้ คือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของอาร์เซน่อล แต่ไม่เพียงแค่อาร์เซน่อลทีมเดียว ในอิตาลีก็มีเอซี มิลานด้วย ผมคิดว่าอาร์เซน่อลจะมีการเสริมกองหน้าคนใหม่แน่นอน" "วิคเตอร์ โอซิมเฮน ก็เป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน เพราะอาร์เซน่อลต้องการกองหน้าแบบเขา เป็นหมายเลข 9 ขนานแท้ ดังนั้นเราจะรอดูว่าสุดท้ายจะเป็นเซสโก้ หรือโอซิมเฮน แต่ผมคิดว่าอาร์เซน่อลจะได้ 1 ใน 2 คนนี้ไปร่วมทีม" ดีน โจนส์ นักข่าวจาก Givemesport พูดถึงเบนจามิน เซสโก้ เขาบอกว่า: "เราคาดว่าจะได้เห็นการพัฒนาของสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ แล้วจากรายงานที่บอกว่านักเตะพร้อมจะย้ายมาเล่นกับอาร์เซน่อล หากมันเป็นเช่นนั้นจริง ก็หมายความว่า เขาเข้าใจแล้วว่าเขาจะถูกอาร์เตต้าใช้งานอย่างไรก และเขาต้องรับได้กับจำนวนนาทีที่จำกัดด้วย" "มันสำคัญ แต่เราต้องการพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เขาอาจจะสนใจในโปรเจคของอาร์เซน่อล ที่เป็นโปรเจคที่น่าตื่นเต้นมากๆ ในตอนนี้ แต่เรายังไม่ถึงขั้นจะบอกว่าว่าดีลนี้มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ผมได้ยินมาอย่างต่อเนื่องว่า เชลชี เองก็แอบสุ่มดูอยู่เช่นกัน เพราะเขาคือโอกาสที่ดี ในราคาที่ไม่แพงเกินไป" เอลวิส บาโซโนวิช เอเยนต์ส่วนตัวของเบนจามิน เซสโก้ เคยพูดถึงนักเตะที่เขาดูแลไว้ในปี 2023 ว่า: "ผมคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์ที่สุดในรุ่นอายุเดียวกับเขา ผมไม่ชอบเวลาที่มีคนมาเปรียบเทียบระหว่าง เซสโก้ กับฮาลันด์ ผู้เล่นแต่ละคนมีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขามีวิธีการเล่นของตัวเอง เป้าหมายในอาชีพของตัวเอง และแน่นอนว่าเขาจะมีเส้นทางอาชีพที่แตกต่างออกไปด้วย" "ผมคิดว่าเขาเป็นกองหน้าที่สมบูรณ์แบบมาก ที่สามารถยิงประตูได้ทั้งการโหม่ง เท้าขวา เท้าซ้าย ในกรอบเขตโทษ และจากระยะไกล เขาเร็วมาก ในบางเกมส์เขาทำความเร็วได้มากถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เขาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เร็วที่สุดในโลก" London Evening Standard รายงานข่าวว่า ควิลินด์ชี่ ฮาร์ทมัน แบ็คซ้ายของเฟเยนูร์ด กระตือรือร้นที่จะย้ายไปเล่นกับอาร์เซน่อล หากทีมปืนใหญ่แสดงความสนใจนักเตะอย่างจริงจัง แต่ปัจจัยสำคัญคือการฟื้นฟูสภาพร่างกายของนักเตะ ที่เขาเจ็บเข่าจนพักยาวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม HBvL สื่อเล็กๆ ในประเทศเบลเยี่ยม รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล และบาเยิร์น มิวนิค ต่างก็แสดงความสนใจในการคว้าตัว โยฮันส์ บากาโยโก้ ปีกวัย 21 ปีของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น จอห์น คลอส บรรณธิการฝ่ายกีฬาของเดลี่ มิเรอร์ รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล ได้ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับ ชิโด โอบี-มาร์ติน กองหน้าอนาคตไกลของทีมวัย 16 ปี ที่ทุบสถิติของสโมสรกับ 32 ประตูในระดับ U18 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อลจะต้องรอจนถึงเดือนพฤศจิกายน หรือจนกว่านักเตะจะอายุครบ 17 ปีที่จะสามารถเซ็นสัญญาอาชีพได้ ขณะที่ทีมชาติอังกฤษเอง ก็กำลังพยายามจะโน้มน้าวให้นักเตะเปลี่ยนมาเล่นกับทีมสิงโตคำรามในอนาคต โดยในตอนนี้ โอบี-มาร์ติน เลือกเล่นให้กับทีมชาติเดนมาร์ก และพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี นอกจากนี้ทาง คลอส ที่ขยันออกมารายงานข่าว Exclusive เกี่ยวกับอาร์เซน่อลในช่วงนี้ยังบอกว่า จอร์แดน รีซ หัวหน้าทีมกายภาพของอาร์เซน่อล กำลังจะย้ายไปทำงานกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยการเจรจาอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับรีซ ทำงานกับอาร์เซน่อลมายาวนานกว่า 11 ปี สโมสรอาร์เซน่อล คาดว่าจะมีรายรับในฤดูกาล 2023/24 ราว 556 - 565 ล้านปอนด์ มากขึ้นจากฤดูกาลก่อนหน้า 100 ล้านปอนด์ โดยพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและเงินรายวันจากพรีเมียร์ลีก 175 ล้านปอนด์, ส่วนแบ่งจากการเข้าร่วมแชมเปี้ยนลีก 79 ล้านปอนด์, รายได้จากตั๋วเข้าชมเกมส์ 112 ล้านปอนด์ และรายได้จากสปอนเซอร์ต่างๆ 190-200 ล้านปอนด์ แกรี่ จาค็อบบ์ นักข่าวจากเดอะไทม์ เปิดเผยว่า ตอนที่มิเกล อาร์เตต้า สัมภาษณ์ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล เขานำเสนอ สแตน ครองกี้ เกี่ยวกับพิมพ์เชียว 5 ขั้นที่จะนำทีมประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน เขาไม่ได้มีการเปิดเผยว่าแต่ละขั้นมีช่วงเวลาอย่างไร แต่ผ่านไป 4 ปีครึ่งตั้งแต่เข้ามารับงาน ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นมาได้ตลอด แม้ว่าอาร์เซน่อลจะยังไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ แต่บอร์ดบริหารพอใจกับความก้าวหน้าของทีม ที่จบในตำแหน่งรองแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ปีติด และได้กลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน หลังจากไม่ได้ไปเล่นในรายการนี้ 6 ฤดูกาล เพียร์ซ มอร์แกน พิธีกรคนดังชาวอังกฤษ และเป็นแฟนบอลปากแจ๋วของอาร์เซน่อล ที่ผ่านมาหลายครั้งเขาออกมาวิจารณ์แรงๆ ต่ออาร์เซน่อล แต่ล่าสุดเขาไปให้นั่งสัมภาษณ์ใน UP FRONT โดยเขายอมรับว่า เขาคิดผิดเกี่ยวกับ มิเกล อาร์เตต้า แต่ตอนนี้ยอมรับว่า อาร์เตต้า ได้เปลี่ยนแปลงสโมสรอาร์เซน่อลทั้งในและนอกสนาม ทั้งวัฒนธรรมของสโมสร การเชื่อมโยงกับแฟนบอล ทำให้ทีมกลับมาแข่งขันแย่งแชมป์ลีกได้อีกครั้ง ดังนั้นอาร์เตต้าสมควรได้รับเครดิตอย่างมาก ช่วงหนึ่งในการสัมภาษณ์ มอร์แกนกล่าวว่า: "เป็นผม คงไม่ให้สัญญาฉบับใหม่กับมิเกล อาร์เตต้า หลังจากผ่านไป 2 ฤดูกาล แพ้ไป 13 เกมส์ในฤดูกาลเดียว แต่แล้ว ผมได้เขียนคอลัมม์ ว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างของอาร์เซน่อล" "ผมคิดว่าเขาใช้เวลา 2 ปี เพื่อนเรียนรู้ มันเป็นบทเรียนสำหรับเราทุกคน ในยุคที่โซเซียลมีเดียเป็นตัวขับเคลื่อน ว่าเราควรที่จะต้องใจเย็น ผมได้นั่งดูซีรีย์ทางอะเมซอน ใน 3 ตอนแรก ผมว่าตัวเองคิดถูก ดูสิ่งที่เขากำลังทำสิ แต่เมื่อเราค่อยดูผ่านซีรีย์ไปทีละนิด ผมได้เห็น 2 สิ่งเกิดขึ้น เขาดึงดูดนักเตะมาหาเขา แล้วก็แฟนบอลที่ถูกดึงเข้าไปหาเขา" "ผมเพิ่งไปที่เอมิเรสต์เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เกมส์สุดท้ายของฤดูกาล บรรยากาศในสนามเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนที่เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม เขาได้สร้างสิ่งที่พิเศษมากๆ ระหว่างแฟนบอล นักเตะ สต๊าฟโค้ช และผมคิดว่าอาร์เตต้า คือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คนต่อไปของโลกฟุตบอล"
-
Gary Jacob จากเดอะไทม์ รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล ต้องการที่จะต่อสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับ มิเกล อาร์เตต้า ก่อนที่จะดำเนินแผนการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ คาดว่าจะไม่มีอุปสรรคใดๆ ในเรื่องสัญญาฉบับใหม่ของอาร์เตต้า ในความคิดของบอร์ดบริหาร ต้องการให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนเริ่มเข้าสู่ช่วงปรีซีซั่นในเดือนกรกฏาคมนี้ เพื่อให้อาร์เตต้า สามารถสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาแข้งเป้าหมายของพวกเขา ว่าอาร์เตต้าจะอยู่ในแผนระยะยาวของสโมสร อาร์เตต้า ต้องการทราบถึงทรัพยากรทางด้านการเงินที่เขาสามารถใช้ได้ เพราะเขาต้องการนักเตะ Outfield จำนวน 20 คน นอกเหนือจากผู้รักษาประตู เขาต้องการดึงกองหลัง, กองกลาง, กองหน้า และปีกขวาที่เข้ามาสนับสนุนซาก้า โดยจะมุ่งเน้นไปที่นักเตะอายุน้อย อย่างเช่น เบนจามิน เชสโก้ อาร์เซน่อล เองก็ต้องการระบายนักเตะออก เพื่อช่วยระดมทุนสำหรับการเสริมทัพและช่วยในเรื่องของ PSR หรือกฏการเงินของพรีเมียร์ลีก คาดว่าพวกเขาจะมีการปล่อยผู้เล่นในโควต้า Homegrown บางคนออกไป เช่น เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, ริสส์ เนลสัน และเอมิล สมิธ โรว์ รวมถึงพวกเขาพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอ แอรอน แรมส์เดล, อัลเบิร์ต แซมบี้ โลกองก้า, นูโน ตาวาเรซ, คีแรน เทียร์นี่ย์, ยาคุบ คิวิออร์ และโอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ ทั้งหมดก็อยู่ในข่ายที่จะย้ายออกไป จอห์น คลอส นักข่าวสายอาร์เซน่อลของ เดลี่ มิเรอร์ รายงานข่าวว่า เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าอนาคตไกลของแอร์เบ ไลป์ซิก ตัดสินใจเลือกที่จะย้ายมาเล่นกับอาร์เซน่อล ทำให้อาร์เซน่อล ตอนนี้เป็นตัวเต็งที่จะได้หัวหอกวัย 20 ปี ไปร่วมทีม โดยเซสโก้ มีค่าฉีกสัญญา 45 ล้านปอนด์ แต่สื่อเยอรมัน เคยออกมาเปิดเผยว่า ค่าฉีกสัญญาของนักเตะจะเพิ่มขึ้นตามผลงาน ซึ่งทำให้ค่าฉีกสัญญาเพิ่มขึ้นเป็น 55 ล้านปอนด์ อาร์เซน่อล มีการปรับแผนในตำแหน่งกองหน้า หลังจากที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ มาทำผลงานได้ดีในตำแหน่งกองหน้า ทำให้พวกเขาทบทวนแผนใหม่ แล้วตัดสินใจเลือกกองหน้าอายุน้อย ที่สามารถพัฒนา ควบคู่กับการใช้งาน ฮาแวร์ตซ์ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ พูดถึงการต่อสัญญาฉบับใหม่ของ มิเกล อาร์เตต้า ว่า: "อาร์เซน่อล ต้องการทำให้อาร์เตต้า เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในยุโรป และมอบพลังอำนาจใหม่ให้กับเขาเพิ่มในสัญญาฉบับใหม่" "แม้จะมีข่าวเชื่อมโยงกับบาร์เซโลน่า เขาไม่เคยเป็นแคนดิเดตของบาร์ซ่า เพราะเขายังมีความสุขมากๆ ที่อาร์เซน่อล เขาอยู่ในแผนระยะยาวของสโมสร นอกจากนี้ทั้งเอดู และบอร์ดบริหาร มีความสุขมากๆ กับผลงานของอาร์เตต้า" "ชัดเจนว่าพวกเขาต้องการคว้าแชมป์ให้ได้ แต่ก็ต้องให้เครดิตกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะแนวทางที่ทำให้พวกเขามีความก้าวหน้าเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ ทุกคนที่อาร์เซน่อล รวมถึงนักเตะ มีความสุขมากกับสไตล์การบริหารทีมของอาร์เตต้า การเจรจาจริงๆ เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน/พฤษภาคมแล้ว แต่ตอนนี้จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่เป็นรูปธรรม" Kronen Zeitung สื่อของออสเตรีย รายงานข่าวว่า มิก้า เบียเรตต์ จะเข้าร่วมแคมป์ปรีซีซั่นทัวร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกากับอาร์เซน่อล ทางสตวร์มกราซ ได้ติดต่อขอเซ็นสัญญากับกองหน้าวัย 21 ปีแบบถาวรตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ถูกอาร์เซน่อลปฏิเสธไป แต่เวลานี้ทาง Andreas Schicker ผู้อำนวยการกีฬาของสตวร์มกราซ กำลังจะพยายามอีกครั้งเพื่อคว้าตัว เบียเรตต์ มาร่วมทัพให้ได้ สำหรับเบียเรตต์ เข้ามาร่วมทีมสตวร์มกราซ ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจโดยเขายิงไป 9 ประตูจาก 22 เกมส์ที่ลงสนาม มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาลนี้ Le Parisien Sport เปิดเผยว่า อาร์เซน่อล จะไม่อนุญาตให้ วิลเลี่ยม ซาลิบา เซนเตอร์แบ็คคนสำคัญ ลงเล่นในศึกโอลิมปิก เกมส์กับทีมชาติฝรั่งเศส ในช่วงกลางปีนี้ เนื่องจากจะทำให้ซาลิบา พลาดลงช่วยอาร์เซน่อลในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลหน้า Lequipe สื่อฝรั่งเศส รายงานข่าวว่า ยุสซุฟ โฟฟาน่า กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสวัย 25 ปี จะย้ายออกจากเอเอส โมนาโก ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเขาเหลือสัญญากับสโมสรอีกเพียงแค่ปีเดียว และมีหลายสโมสรทั้ง อาร์เซน่อล, เอซี มิลาน, แอตเลติโก มาดริด และเปแอสเช ได้มีการติดต่อกับเอเยนต์ของนักเตะแล้ว วิคตอร์ เกียวเกเรส กองหน้าของสปอร์ตติ้ง ลิสบอน อีกหนึ่งกองหน้าที่ตกเป็นข่าวกับอาร์เซน่อล ต้องพักราว 1 เดือน หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเล็กในการรักษาปัญหาบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า ซึ่งไม่ใช่การบาดเจ็บที่รุนแรง เพียงแต่เป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยฤดูกาลดาวยิงทีมชาติสวีเดน ซัดไป 43 ประตู Daily Telegraph เปิดเผยว่า อาร์เซน่อล พร้อมลงแข่งขันในการแย่งตัว ควิลินด์ชี่ ฮาร์ทมัน แบ็คซ้ายวัย 22 ปีของเฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม เขามีจุดเด่นในเรื่องของการเติมเกมส์รุก และเขาทำไปถึง 7 แอสซิทจากการลงเล่น 38 เกมส์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมมีดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า ที่ทำให้เขาพักยาวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม และทำให้เขาพลาดไปเล่นยูโร 2024 ซึ่งอาร์เซน่อล กำลังจับตามองการฟื้นฟูร่างกายของนักเตะอย่างใกล้ชิด ซึ่งมิเกล อาร์เตต้า ต้องการที่จะเสริมแกร่งตัวเลือกในแนวรับในตลาดซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ยอร์เรล ฮาโต้ กองหลังวัย 18 ปีของอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัม ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่อาร์เซน่อลสนใจ แต่การที่เขาเพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่ไปเมื่อไม่นาน ทำให้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายในการเจรจา แล้วตำแหน่งแบ็คซ้ายของอาร์เซน่อล ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะได้เป็นผู้เล่นตัวจริง เพราะตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เตต้า มีสับเปลี่ยนผู้เล่นในตำแหน่งนี้ทั้ง ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ, ยาคุบ คิวิออร์ และโอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้
-
ซามี่ ม็อกเบล นักข่าวดังจากเดลี่ เมล์ รายงานข่าวว่า มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล กำลังเข้าสู่การเจรจาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ ที่จะทำให้เขาเป็นหนึ่งในกุนซือที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก สัญญาปัจจุบันของอาร์เตต้ากับอาร์เซน่อล เหลือเพียงแค่ 12 เดือน แต่ทุกฝ่ายมีความมั่นใจว่าจะสามารถตกลงเงื่อนไขในสัญญาฉบับใหม่กันได้ โดยปัจจุบันอาร์เตต้า รับเงินจากอาร์เซน่อลปีละ 9 ล้านปอนด์ แต่ในสัญญาฉบับใหม่ เขาจะกลายเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีค่าจ้างสูงที่สุดบนเกาะอังกฤษ ปัจจุบัน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นคนที่รับค่าจ้างสูงที่สุดคือ 20 ล้านปอนด์ต่อปี และอาร์เซน่อล พร้อมที่จะให้เงินกับอาร์เตต้า มีความใกล้เคียงกับตัวเลขที่เป๊ปได้รับ อาร์เตต้าในวัย 42 ปี อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง หลังจากนำอาร์เซน่อลขึ้นไปลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และถูกยกย่องว่าเป็นผู้จัดการทีมรุ่นใหม่ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในยุโรป รวมถึงโปรเจคที่เขาทำที่อาร์เซน่อล ก็ถูกมองว่าเป็นโปรเจคที่น่าตื่นเต้นที่สุดในยุโรป และสโมสรยังต้องการให้เขาเป็นผู้นำในแผนงานระยะยาว นอกเหนือจากการหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขส่วนตัวในสัญญาฉบับใหม่แล้ว ทุกฝ่ายยังจะพูดคุยถึงความทะเยอะทะยานของพวกเขาในการก้าวไปข้างหน้า เพื่อทำให้อาร์เซน่อลกลายเป็นทีมชั้นนำของยุโรปอีกครั้ง คาดว่าการเจรจาอย่างเป็นทางการจะมีขึ้น หลังจากที่อาร์เตต้า และเอดู กาสปาร์ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร กลับมาจากช่วงวันหยุดพักผ่อน ในขณะเดียวกันพวกเขา ก็ยังคงดำเนินการเกี่ยวกับการคว้าตัว เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าดาวรุ่งของแอร์เบ ไลป์ซิก รวมถึงโอกาสในการคว้า บรูโน่ กิมาไรซ์ และดักกลาส ลุยซ์ ที่จะเข้ามาเสริมแกร่งแดนกลางให้กับทีมในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตามดีลดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับอนาคตของ โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางของอาร์เซน่อล ที่จะเหลือสัญญากับทีมเป็นซีซั่นสุดท้าย จอห์น คลอส สายข่าวจากเดลี่ มิเรอร์ ยืนยันเช่นเดียวกันว่า สัญญาฉบับใหม่ของ มิเกล อาร์เตต้า จะทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอาร์เซน่อล คาดว่าเขาจะได้รับค่าเหนื่อยมากกว่า 10 ล้านปอนด์ต่อปี ส่วนเรื่องการอัพเดทตลาดนักเตะของอาร์เซน่อล เขาบอกว่าอาร์เซน่อลอยู่ในตลาด กับการล่าตัวกองหน้าคนใหม่ เบนจามิน เซสโก้ เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของพวกเขา แม้ว่าต้องเจอกับการแข่งขันที่สูงในการแย่งตัวหัวหอกรายนี้ แต่อาร์เซน่อล ได้มีการเจรจาเบื้องต้นกับแคมป์ของนักเตะไปแล้ว และเอเยนต์ทราบดีว่าอาร์เซน่อลต้องการได้ตัวเซสโก้ ไปช่วยล่าตาข่าย นอกจากนี้อาร์เซน่อล ยังกำลังจับตามองสถานการณ์ทางการเงินของบางสโมสร หนึ่งในนั้นคือ แอสตัน วิลล่า โดยพวกเขาชื่นชอบ ดักลลาส ลุยซ์ มานานแล้ว แต่ทางวิลล่าก็ชัดเจนมาตลอดว่าไม่ต้องการปล่อยกองกลางคนสำคัญออกจากทีม ขณะที่ขาออก แอรอน แรมส์เดล, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ และริสส์ เนลสัน มีแนวโน้มที่จะย้ายออกจากทีม โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบาเยิร์น มิวนิค และการขายนักเตะ จะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มเงินสำหรับการเสริมทัพให้กับทีมได้ด้วย ส่วนปาร์เตย์ ที่เหลือสัญญาปีสุดท้าย ก็อาจจะถูกปล่อยออกไป เพื่อเปิดทางสำหรับการเสริมแกร่งแดนกลางของทีม ยาคุบ คิวิออร์ กองหลังของอาร์เซน่อล มีชื่อติดทีมชาติโปแลนด์ไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 กลางปีนี้ โดยโปแลนด์ประกาศออกมา 29 คน ก่อนที่จะตัดให้เหลือ 26 คนก่อนเริ่มทัวร์นาเมนท์ ชิโด้ โอบิ-มาร์ติน กองหน้าอนาคตไกลวัย 16 ปีของอาร์เซน่อล ลากเข้าไปยิงตีเสมอให้กับเดนมาร์ก U17 1-1 ก่อนจะเอาชนะสาธารณรัฐเช็กในการดวลจุดโทษ 5-3 ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูโร U17 ได้สำเร็จ
-
เอดู กาสปาร์ ผู้อำนวยการกีฬาสโมสรอาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังและกระบวนการเซ็นสัญญานักเตะของอาร์เซน่อล ที่ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพัฒนาขึ้นในทุกๆ ฤดูกาลของอาร์เซน่อล แม้ว่าในบางดีลจะถูกตั้งคำถามในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดผลงานในสนามจะเป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขาตัดใจเลือกนักเตะได้อย่างถูกต้อง โดยเขาไปให้สัมภาษณ์ Estadao สื่อในบ้านเกิดว่า: "คุณไม่สามารถเซ็นสัญญาที่ดีได้เลย ถ้าหากไม่มีกระบวนการที่ต้องใช้เวลาหลายๆ สัปดาห์" "บนโต๊ะทำงานของผมมีรายงานมากกว่า 180 หน้ากับนักเตะหนึ่งคน มันเป็นเรื่องของรายละเอียดจริงๆ ทั้งในแง่สภาพร่างกาย, เทคนิค, โปรไฟล์ด้านสภาพจิตใจ แล้วเขามีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาแล้วหรือยัง เขาจะสามารถปรับตัวได้หรือไม่ เราศึกษาทุกอย่างเลย" "เรามีการวิเคราะห์ข้อบกพร่องของเรา จุดไหนที่เราสามารถพัฒนาได้อีก จุดที่เราสามารถลงทุน แล้วเราจะออกไปค้นหานักเตะใหม่ เรามีการหารือกันมาตั้งแต่เดือนมกราคม มันไม่ใช่การตัดสินของผม หรือมิเกล (อาร์เตต้า) มันเป็นการตัดสินใจร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด" เมื่อถูกถามถึงผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมาของทีม เอดูกล่าวว่า: "มันเป็ความรู้สึกที่ประหลาดมากๆ เพราะเราจบฤดูกาลด้วยความรู้สึกที่ว่าเราทำทุกอย่างได้ถูกต้องทุกอย่าง ตั้งแต่การเซ็นสัญญา, การต่อสัญญานักเตะตัวหลัก มิเกลเองก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ เราทำทุกอย่าง แต่มันยังไม่พอ มันน่าผิดหวัง แต่ก็มีความรู้สึกในเชิงบวกเช่นกันกับกระบวนการของทีมที่ยอดเยี่ยม" แล้วอนาคตของเขาจะกลับมาทำงานที่บราซิลหรือไม่ เอดูบอกว่า: "นั่นเป็นบางอย่างที่ผมถามตัวเองบ่อยมาก ผมกำลังใช้ชีวิตอย่างที่ผมฝันมาตลอด วันนี้ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับการกลับไปที่บราซิลเลย แต่ผมคงไม่บอกว่าไม่มีทาง แต่วันนี้ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น ผมต้องการอยู่ที่นี่ บางทีอาจจะอยู่กับอาร์เซน่อลไปจนเลิก ในฐานะผู้อำนวยการ ผมอยากที่จะคว้าแชมป์ทุกรายการที่ผมเคยได้สมัยเป็นนักเตะ สิ่งเดียวที่ยังขาดคือแชมป์พรีเมียร์ลีก"
-
ดาบิด ราย่า: 7.5 (ลงเล่น 41 เกมส์) เป็นดีลที่เซอร์ไพรซ์ไม่น้อยในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดนักเตะ กับการเซ็นสัญญา ดาบิด ราย่า มาจากเบรนท์ฟอร์ดแบบยืมตัว พ่วงออปชันซื้อขาดหลังจบฤดูกาล เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าอาร์เซน่อลจะเซ็นผู้รักษาประตูระดับนี้เข้ามา เพราะยังไม่มีเหตุผลที่อาร์เซน่อลจะต้องปรับเปลี่ยนมือ 1 แต่เชือว่าดีลนี้มันเป็นโอกาสที่อาร์เตต้า ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ เพราะราย่า คือเป้าหมายอันดับ 1 ที่เขาเคยอยากได้ ตั้งแต่ตอนที่มาร์ติเนซ ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับแอสตัน วิลล่า ช่วงแรกราย่ายังต้องนั่งรอโอกาส จนกระทั่งนัดที่ 5 ของฤดูกาล เป็นจุดเริ่มต้นที่ราย่าเข้ามายึดตำแหน่งมือ 1 แต่เขาก็ต้องเจอกับแรงกดดันมากมาย ทั้งจากสื่อและแฟนบอล ว่าเขาดีกว่าแรมส์เดลตรงไหน ในช่วงต้นเราจะเห็นความผิดพลาดจากราย่าจนทีมเสียประตู อย่างในเกมส์เสมอเชลชี 2-2 หรือเกมส์ที่บุกชนะลูตัน ทาวน์ 4-3 กว่าที่ราย่า จะเอาชนะใจแฟนบอลอาร์เซน่อลได้ ก็ต้องมองว่าเป็นหลังจากที่เขาสวมบทฮีโร่ในการเซฟจุดโทษจนผ่านทีมเอาชนะปอร์โต้ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ท้ายที่สุดเขาได้รางวัลถุงมือทองคำ ของพรีเมียร์ลีกจากการเก็บคลีนซีต 16 เกมส์ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้ว่าราย่า จะไม่ได้มีจังหวะเซฟมหัศจรรย์อะไรมากมาย แต่สิ่งที่เขาทำ มันก็มีความสำคัญต่อทีม ทั้งการขึ้นเกมส์ด้วยเท้า ที่เพื่อนไว้ใจราย่าได้ในเรื่องนี้ และการออกมารับลูกคลอสด้านข้าง ก็เป็นเรื่องที่ราย่าทำได้โดดเด่น ช่วงท้ายซีซั่น เราอาจได้เห็นความผิดพลาดของเขา ในเกมส์กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เขายกมือยอมรับผิดชอบในจังหวะนั้น แล้วก็ลุกกลับมาตอบโต้ด้วยฟอร์มการเล่นในสนาม ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเขานิ่งพอที่จะเอาตัวรอดไปได้ ภาพรวม ราย่า อาจเจอกับช่วงแรกที่อยู่สภาพแวดล้อมที่กดดัน แต่ท้ายที่สุดเขาก็ผ่านการทดสอบ และทำให้การตัดสินใจของอาร์เตต้าเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ว่าทำไม ราย่า จึงต้องเป็นมือหนึ่ง แอรอน แรมส์เดล: 6.0 (ลงเล่น 11 เกมส์) ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล แรมส์เดลยังคงเป็นมือ 1 ของทีม เขาช่วยเซฟจุดโทษจนพาทีมคว้าแชมป์คอมมูนิตี้ ชิลด์ ได้สำเร็จ และยังได้ลงเฝ้าเสาในช่วง 4 เกมส์แรกของฤดูกาล ซึ่งทีมก็ชนะ 3 เสมอ 1 แรมส์เดลก็ไม่ได้แสดงถึงข้อผิดพลาดอะไร จนเป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียตำแหน่งมือหนึ่ง แต่หลังนั้นเขากลายสภาพเป็นมือสองอย่างถาวร หลังจากนั้นก็ได้ลงเล่นบ้าง แต่ด้วยที่บอลถ้วยทีมตกรอบเร็วอีก ทำให้โอกาสลงของแรมส์เดล ยิ่งน้อยลงไปอีก ส่วนในลีกเขาก็ได้เล่นเฉพาะนัดกับเบรนท์ฟอร์ด ที่ราย่า ลงเล่นไม่ได้ ซึ่งเกมส์กับเบรนท์ฟอร์ดในบ้าน ก็มีจังหวะผิดพลาดที่ทำให้ทีมเสียประตู แต่ครึ่งหลังก็มี 2 ซูเปอร์เซฟที่ทำให้ทีมยังอยู่ในเกมส์ และเก็บชัยชนะได้ในที่สุด วิลเลี่ยม ซาลิบา: 8.5 (ลงเล่น 52 เกมส์, 2 ประตู 1 แอสซิท) ซาลิบา เป็น 1 ใน 2 ผู้เล่น Outfield ที่ลงเล่นทุกนาทีในพรีเมียร์ลีก อังกฤษฤดูกาลนี้ แล้วมันคงจริงอย่างที่หลายบอกว่า ถ้าปีก่อนซาลิบาไม่บาดเจ็บ อาร์เซน่อลคงจะคว้าแชมป์ลีกไปแล้ว ด้วยฟอร์มของซาลิบาที่มันมีมาตรฐานที่สูงมาก และมันสำคัญต่อวิธีการเล่นของอาร์เซน่อล เขามีบทบาทมากขึ้นกับการเป็นตัวคีย์แมนในการออกบอลจากแนวรับ และเวลาที่ทีมเสียบอล แล้วจะโดนสวนกลับ ความเร็ว และการอ่านเกมส์ของซาลิบา ช่วยลดความเสียหายให้ทีมได้เยอะมาก ถ้าหากจะเลือก 3 นักเตะที่โดดเด่นที่สุดของอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ ซาลิบา และด้วยผลงานทำให้เขามีชื่อเขาชิงนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีก กาเบรียล มากัลเญส: 8.0 (ลงเล่น 48 + 2 เกมส์, 4 ประตู 1 แอสซิท) ถ้าบอกว่านักเตะคนไหนที่ถูกมอง Underrated ที่สุดในทีมอาร์เซน่อล หลายคนต้องบอกว่า กาเบรียล มากัลเญส อาจด้วยฟอร์มอันเอกอุของซาลิบา ทำให้ความโดดเด่นของกาเบรียล ถูกกลบไป ถ้าแฟนบอลอาร์เซน่อล ที่ติดตามทีมก็จะรับรู้ถึงผลงานของกาเบรียล แต่สำหรับแฟนทีมอื่น หรือคนที่ไม่ค่อยได้ติดตาม อาจจะมองว่าที่อาร์เซน่อลมีเกมส์รับแข็งแกร่ง เพราะมีวิลเลียม ซาลิบา แต่อันที่จริงกาเบรียล ก็เป็นคนที่สำคัญเช่นกัน สิ่งที่กาเบรียล พัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจนคือ เรื่องสมาธิกับเกมส์ และลดความผิดพลาดส่วนบุคคลลงไปเยอะมาก นอกจากนี้จังหวะเล่นลูกตั้งเตะ กาเบรียล ยังเป็นตัวทีเด็ด เขาทำไป 4 ประตูให้กับทีมในฤดูกาลนี้ด้วย เบน ไวท์: 8.0 (ลงเล่น 46 + 5 เกมส์, 4 ประตู 5 แอสซิท) ก่อนเริ่มฤดูกาล การที่อาร์เซน่อลตัดสินใจเลือกซื้อ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ เข้ามา คนที่โดนประเมินว่าจะกระทบคือตำแหน่งของเบน ไวท์ ที่อาจจะได้ลงเล่นลดลง แต่จากที่ทิมเบอร์ไปเล่นดีในตำแหน่งแบ็คซ้าย และได้รับบาดเจ็บจนพักยาว ทำให้ ไวท์ ยังคงยืนเป็นตัวหลักในแผงแบ็คโฟร์ต่อไป จะมีช่วงปลายปี ที่สภาพร่างกายของ ไวท์ ไม่สมบูรณ์ จนฟอร์มเขาดร็อปลงไป ตามรายงานระบุว่าเขาต้องกัดฟันเล่นทั้งที่มีอาการเจ็บที่หัวเข่า แต่พอกลับมาจากดูไบ ไวท์ก็กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองอีกครั้ง แล้วทำให้สามเหลี่ยมฝั่งขวาของอาร์เซน่อลกลับมาดุดันอีกครั้ง ทั้งเกมส์รับที่ไว้ใจได้ จังหวะ Overlap ที่ขึ้นไปสนับสนุนเกมส์รุก ไม่แปลกที่ไวท์จะถูกยกว่าเป็นแบ็คขวาที่ดีที่สุดคนหนึ่งในลีกตอนนี้ แล้วปีนี้เขายิงไป 4 ประตูกับ 5 แอสซิท ซึ่งถือว่าพัฒนาในแง่ส่วนร่วมกับประตูได้ดีขึ้นเยอะมาก ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ: 7.0 (ลงเล่น 15 + 14 เกมส์, 2 ประตู 3 แอสซิท) ฤดูกาลที่สามของโทมิยาสุกับอาร์เซน่อล แต่ก็เหมือนเดิมทุกปีที่ปัญหาอาการบาดเจ็บยังคงตามเล่นงานโทมิยาสุไม่เลิก ทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนบทบาทการเล่นของเขาถูกโยกมาใช้งานในตำแหน่งแบ็คซ้าย มากกว่าจะเป็นแบ็คขวาตามธรรมชาติ กว่าที่โทมิจะได้มาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นช่วง 5 เกมส์สุดท้ายแล้ว ซึ่งกลายเป็นว่าโทมิเป็นแบ็คซ้ายที่ดูจะลงตัวที่สุด เท่าที่มีตัวเลือก ยาคุบ คิวิออร์: 6.5 (ลงเล่นตัวจริง 18 + 12 เกมส์, 1 ประตู 3 แอสซิท) ถูกเซ็นสัญญามาตั้งแต่เดือนมกราคมของฤดูกาลที่แล้ว แต่คิวิออร์ ก็ยังไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมามีตำแหน่งในทีม รวมถึงช่วงครึ่งฤดูกาลแรก เขาก็ยังไม่ได้มีบทบาทกับทีมมากนัก จนมาในช่วงโปรแกรมส่งท้ายปีเขาได้ลงตัวจริงสองนัดในตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่เขาก็ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมส์แพ้ฟูแล่ม 1-2 รวมถึงเป็นคนโหม่งเข้าประตูตัวเอง ในเกมส์แพ้ลิเวอร์พูล 0-2 จนทีมตกรอบเอฟเอ คัพรอบ 3 แต่หลังจากทริปดูไบ ถือเป็นจุดเปลี่ยนของคิวิออร์ เขากลับมาทำได้ดีกับบทบาทแบ็คซ้าย เมื่อถูกปรับบทบาทให้ยืนเป็นแบ็คซ้ายปกติ ที่ไม่ต้อง Inverted ทำให้เขาเล่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีเกมส์ที่เขาขึ้นไปทำประตูได้ด้วยในนัดชนะนิวคาสเซิ่ล 4-1 ก่อนที่จะมีดีแตก ในเกมส์นัดแรกกับบาเยิร์น มิวนิค ที่เขาถูก เลรอย ซาเน่ พาทัวร์จนเสียผู้เสียคน และหลุดจากตำแหน่งตัวจริงไปหลังจากนั้น โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้: 5.5 (ลงเล่นตัวจริง 24 +10 เกมส์, 1 ประตู 1 แอสซิท) ชินเชนโก้ เป็นผู้เล่นคีย์แมนของอาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาลที่แล้ว กับบทบาท Inverted fullback ที่ช่วยให้อาร์เซน่อล พัฒนารูปแบบการเล่นไปเป็นอีกระดับ แต่ฤดูกาลนี้กลายเป็นคนละเรื่อง เขามีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น และฟอร์มการเล่นของเขาก็ไม่เหมือนเดิม อีกทั้งจุดอ่อนในเรื่องเกมส์รับถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน เพราะไม่มีกรานิต ชาคา ช่วยสนับสนุนแบบปีก่อน แล้วเรื่องความละเอียดในการเล่น ก็ยังเป็นสิ่งที่ชินเชนโก้ยังแก้ไม่หาย บทจะพลาดก็พลาดแบบง่ายๆ ในพื้นที่ที่ไม่ควรเสียบอล ช่วงท้ายฤดูกาล แม้ว่าชินเชนโก้ จะฟิตกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ใช่แบ็คซ้ายตัวเลือกแรกอีกต่อไป ทำให้ภาพรวมเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังสำหรับชินเชนโก้ ยูร์เรียน ทิมเบอร์: N/A (ลงเล่น 2 + 1 เกมส์) หากนับบรรดาผู้เล่นใหม่ 4 คน ที่อาร์เซน่อล ดึงเข้ามาเสริมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน ยูร์เรียน ทิมเบอร์ เป็นคนที่สามารถปรับตัว และสร้างอิมแพ็คได้เร็วที่สุด เขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น และเล่นได้โดดเด่นมากๆ ในเกมส์คอมมูนิตี้ ชิลด์ กับแมนซิตี้ กับบทบาทแบ็คซ้าย แต่ทิมเบอร์ดวงแตก ได้รับบาดเจ็บหนัก ACL ตั้งแต่เกมส์นัดแรกของพรีเมียร์ลีก จนต้องพักยาวกว่าจะกลับมาลงเล่นได้ ก็เป็นเกมส์สุดท้ายของฤดูกาลแล้ว
-
UOL Esporte รายงานข่าวว่า เอเยนต์ส่วนตัวของ บรูโน่ กิมาไรซ์ หวังว่าจะมีข้อเสนอจากสโมสรพรีเมียร์ลีกอย่างน้อย 2 สโมสร โดยผู้เล่นต้องการอยู่ค้าแข้งในอังกฤษต่อไป ค่าฉีกสัญญา 100 ล้านปอนด์ ซึ่งจะหมดเขตในเดือนหน้า สามารถแบ่งจ่ายได้ 3 งวด ไซมอน คอลลินส์ สายข่าวอาร์เซน่อลจาก London Evening Standard เปิดเผยว่า อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังแสดงความสนใจ บรูโน่ กิมาไรส์ ทางอาร์เซน่อลให้ความสนใจกองกลางทีมชาติบราซิลมานาน และพวกเขาต้องการเซ็นกองกลางคนใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าทางนิวคาสเซิ่ล ยืนกรานว่าพวกเขาจะตอบรับเฉพาะค่าฉีกสัญญาของนักเตะเท่านั้น อย่างไรก็ตามบางสโมสรเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถเจรจาเพื่อลดค่าตัวให้มาอยู่ในระดับ 80 ล้านปอนด์ได้ Team news and ticks ทวิตเตอร์สายวงใน ออกมาอัพเดทเกี่ยวกับไล่ล่า บรูโน่ กริมาไรซ์ ของอาร์เซน่อล โดยเขาบอกว่า: "ผมได้รับการแจ้งภายใน 2-3 วันที่ผ่านมาว่ามีการสนทนาในเชิงบวก ผมไม่ได้บอกว่ามันเสร็จสิ้น หรือใกล้ที่จะเสร็จแล้ว แต่สโมสรรู้สึกในทิศทางในเชิงบวก นั่นคือสิ่งที่ผมได้รับการบอกเล่า" นอกจากนี้เขายังบอกว่า เป้าหมายในตลาดซัมเมอร์ของอาร์เซน่อลในรอบนี้ พวกเขาจะเซ็นสัญญาผู้เล่นบิ๊กดีล 1 คนที่ช่วยยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้น ส่วนแข้งใหม่คนอื่นจะเป็นการทำให้ทีมแข็งแกร่งกว่าเดิม เขาเสริมว่า: "เราได้ยินมาเยอะ เกี่ยวกับการยกระดับทีม ผมคิดว่าสโมสรอาร์เซน่อล ค่อนข้างพอใจกับจุดที่อยู่ในตอนนี้ แต่พวกเขาต้องการยกระดับขึ้นไปอีก ผมได้รับข้อมูลมาว่า จะมีผู้เล่นใหม่ 1 คน ที่จะเข้ามายกระดับทีม ส่วนคนที่เหลือจะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น" ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวดัง ออกมาอัพเดทเกี่ยวกับตลาดนักเตะของอาร์เซน่อลว่า "พวกเขาได้ร่างบางรายชื่อเอาไว้แล้ว พวกเขามีโอกาสดีที่พวกเขาจะดึงผู้เล่นกองกลางคนใหม่ ปาร์เตย์จะย้ายทีม จอร์จินโญ่ได้ต่อสัญญาฉบับใหม่ไปแล้ว แต่ผมยังรู้มาว่าพวกเขาต้องการเซ็นแบ็คซ้ายคนใหม่ด้วย" "พวกเขายังมองหาผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า พวกเขายังเชื่อว่ายังจำเป็นต้องการกองหน้าหมายเลข 9 ขนานแท้ เซสโก้เป็นชื่อหนึ่งในลิสต์ เช่นเดียวกับเกียวเกเรส แต่เป้าหมายในฝันคือ อิซัค แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะย้ายออกไป" จิอันลูก้า ดิ มาซิโอ นักข่าวจากสกายอิตาเลีย บอกว่า ยูเวนตุส และนาโปลี สองทีมดังจากซีรีย์อา แสดงความสนใจในตัวของ โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางของอาร์เซน่อล โดยเขาเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว มีโอกาสที่อาร์เซน่อลจะปล่อยเขาออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ วิเคราะห์ขุมกำลังของอาร์เซน่อลในปัจจุบัน กับระยะเวลาสัญญาที่ทั้งหมดมีอยู่กับทีม เราจะเห็นได้ว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูอาร์เซน่อลมีโอกาสสูงที่จะมีการเติมผู้รักษาประตูใหม่เข้ามา เพราะ คาร์ล ไฮน์ และอาร์เธอร์ โอคอนโค สองผู้รักษาประตูดาวรุ่งจะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ขณะที่แอรอน แรมส์เดล ก็มีกระแสข่าวว่าจะย้ายออกไปเพื่อโอกาสในการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ นั่นทำให้อาร์เซน่อลจะเหลือผู้รักษาประตูแค่ ดาบิด ราย่า แค่คนเดียว แบ็คซ้ายอาร์เซน่อล มีข่าวว่าต้องการจะเติมผู้เล่นคนใหม่เข้ามา ดังนั้น เชื่อว่า นูโน ตาวาเรซ และคีแรน เทียร์นี่ย์ ที่กลับมาจากสัญญายืมตัว ไม่น่าจะอยู่ในแผนการทำทีม และคงต้องถูกปล่อยออกไปแบบถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้ กองกลางอีกจุดที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเยอะ โมหาเหม็ด เอลเนนี่ หมดสัญญา โธมัส ปาร์เตย์, ชาร์ลี ปาติโน่ และอัลเบิร์ต แซมบี้ โลกองก้า คาดว่าจะถูกปล่อยตัวออกไปจากทีม ดังนั้นอาร์เซน่อลจะเหลือผู้เล่นกองกลางอาชีพเหลือแค่ ไรซ์, จอร์จินโญ่, วิเอร่า, สมิธ โรว์ และโอเดการ์ด ดังนั้นเชื่อว่า อาร์เซน่อลจะมีกองกลางคนใหม่เข้ามาอย่างน้อย 1 คน แล้วก็น่าจะมีช่องว่างสำหรับเปิดทางให้ อีธาน เอ็นวาเนลลี่ เจ้าหนูวัย 17 ปี ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แล้วอนาคตของเอมิล สมิธ โรว์ ก็ยังไม่แน่นอน เมื่อซัมเมอร์ปีก่อน ทางอาร์เซน่อลได้เรียกเอเยนต์ส่วนตัวของ สมิธ โรว์ เข้ามา และแจ้งว่าสโมสรไม่ต้องการที่จะปล่อยนักเตะออกไป แต่ซัมเมอร์นี้ สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป เพราะนักเตะเหลือสัญญาแค่สองปี เป็นโอกาสที่ดีที่จะขายนักเตะให้ได้ราคา ส่วนตำแหน่งแนวรุก ริสส์ เนลสัน และเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ที่ต่างมีสัญญายาวกับทีมอีก 3 ปี แต่ด้วยโอกาสลงสนามจำกัดในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และเป็นตัวที่มีโอกาสสร้างเม็ดเงินให้กับสโมสร ก็มีโอกาสที่ทั้งสองคนจะถูกปล่อยออกไป แล้วแทนที่ด้วยผู้เล่นใหม่ ดังนั้นสรุปก็มีโอกาสที่จะออกมาตรงกับทิศทางข่าว ที่อาร์เซน่อลจะมีการเสริมผู้เล่นใหม่ 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ประตูมือสอง, แบ็คซ้าย, กองกลาง 6/8, ผู้เล่นริมเส้น และกองหน้าตัวเป้า ก็จะทำให้อาร์เซน่อลมี Squad รวมๆ ราว 23-25 คน
-
ลอนดอน อีฟนิ่ง สแตนดาร์ท รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล รอสรุปแผนโปรแกรมปรีซีซั่นในสัปดาห์หน้า หลังจากทราบผมการแข่งขันนัดชิงเอฟเอ คัพ ผลการแข่งขันเอฟเอ คัพระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เวมบลี่ย์ จะทำให้อาร์เซน่อลรับรู้ว่าพวกเขาจะต้องลงเล่นเกมส์คอมมูนิตี้ ชิลด์ ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้หรือไม่ ถ้าหากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ อาร์เซน่อลจะต้องเจอกับทีมเรือใบสีฟ้า ในฐานะรองแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งจะมีผลกับการจัดโปรแกรมช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาล โดยตามธรรมเนียม อาร์เซน่อลจะมีการจัดเอมิเรสต์ คัพ แต่หากพวกเขาต้องเล่นในคอมมูนิตี้ ชิลด์ พวกเขาจะต้องลงเล่นเอมิเรสต์ คัพช่วงกลางสัปดาห์แทน แบบที่ทำเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ในปีที่แล้ว อาร์เซน่อล เดินทางไปเข้าแคมป์ระยะสั้นที่สำนักงานใหญ่ของอาดิดาสที่ประเทศเยอรมันนี แต่ปีนี้พวกเขาไม่มีแผนที่จะไปตั้งแคมป์ที่นั่น เนื่องจากเยอรมันเป็นเจ้าภาพยูโร 2024 ดังนั้น ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จะกลับมารายงานตัวที่ลอนดอน โคลนี่ย์ ก่อนจะบินไปสหรัฐอเมริกาในวันที่ 21 กรกฏาคม เบื้องต้นพวกเขาจะมีโปรแกรมพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลอสแองเจลลิส ในวันที่ 27 กรกฏาคม ที่สนามโซไฟ สเตเดี้ยม ก่อนที่จะเจอกับลิเวอร์พูล ในฟิลาเดลเฟีย ในอีก 4 วันถัดมา แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันว่าอาร์เซน่อล อาจจะมองหาเกมส์อุ่นเครื่องนัดที่สาม ที่สหรัฐอเมริกา ที่อาจจะแทรกอยู่ก่อนเกมส์กับยูไนเต็ด แล้วคู่แข่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นบอร์นมัธ
-
เจมส์ แม็คนิโคลัส นักข่าวสายอาร์เซน่อลของ The Athletic เขียนบทความเกี่ยวกับเบื้องหลังที่คุณอาจยังไม่รู้ของอาร์เซน่อล กับฤดูกาล 2023/24 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป วางซาลิบาเป็นหัวใจในการออกบอล ในช่วงเตรียมปรีซีซั่น อาร์เตต้า มุ่งเน้นไปที่ในแง่ของเทคนิคในเกมส์การเล่นเป็นหลัก ในการ Build up ของพวกเขามีการปรับเปลี่ยนใหม่ โดยให้ วิลเลี่ยม ซาลิบา เป็นหัวใจในการจ่ายบอลของพวกเขา แต่ด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่ค่อนข้างแน่น ทำให้พกวเขามีเวลาค่อนข้างน้อยไปหน่อย ในการลงรายละเอียดเรื่องการเล่นลูกตั้งเตะ ดังนั้นเราเลยได้เห็นการพัฒนาและลูกเล่นของ นิโคลัส โยเวอร์ ที่ใส่เพิ่มเข้ามาอยู่ในระหว่างฤดูกาล การซ้อมยิงจุดโทษก่อนดับโทษซิตี้ในคอมมูนิตี้ ชิลด์ โปรแกรมปรีซีซั่น อาร์เซน่อล มีการดวลจุดโทษอยู่สามเกมส์ โดยแนวความคิด คือการพยายามจำลอง และเตรียมพร้อมผู้เล่นของอาร์เซน่อล ให้อยู่ในสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่อาจจะต้องเผชิญในการแข่งขันจริงๆ ซึ่งมันก็ได้ผลเมื่อ อาร์เซน่อล ชนะในการดวลจุดโทษชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคอมมูนิตี้ ชิลด์ และรวมถึงการชนะปอร์โต้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนลีก ทำไม กาเบรียล มากัลเญส หลุดจากตัวจริงช่วงต้นฤดูกาล มีความสงสัยอย่างหนึ่งเกิดขึนในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล คือ การที่ กาเบรียล มากัลเญส หลุดจากตำแหน่ง 11 ตัวจริงใน 3 เกมส์แรกของซีซั่น ทั้งที่เขาลงเล่นต่อเนื่องมา 73 เกมส์ ในการรับมือกับสื่อ อาร์เตต้า เบียงเบนประเด็นไปในเรื่องของแท็กติก เพราะโอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้ ไม่พร้อมลงสนาม แล้วให้ปาร์เตย์ ไปเล่นแบ็คขวาแบบ Inverted แทน แต่มีอีกหนึ่งแง่มุมในเรื่องนี้ คืออาร์เซน่อล คาดการณ์ว่าจะมีข้อเสนอก้อนโตจากลีกซาอุ เพื่อมาซื้อ กาเบรียล ไปร่วมทีม พวกเขาถึงขั้นร่างรายชื่อนักเตะที่จะถูกซื้อเข้ามาแทนอย่าง มาร์ก เกฮี และอายเมริก ลาปอร์ก แต่ทางแมนซิตี้ มีความชัดเจนว่าพวกเขาไม่ต้องการส่งผู้เล่นไปช่วยให้อาร์เซน่อลแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว หลังจากปล่อย เฆซุส กับชินเชนโก้ ไปให้เมื่อสองปีก่อน จนทำให้อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์ ท้ายทีสุดพวกเขาปล่อย ลาปอร์ก ไปให้อัล นาเซอร์ ด้วยค่าตัว 23 ล้านปอนด์ พอตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ปิดตัวลง กาเบรียล ก็กลับมาเป็นตัวจริงให้อาร์เซน่อลอีกครั้ง และยืนเป็นตัวหลักของทีมจนกระทั่งจบฤดูกาล การเซ็นสัญญาราย่า เป็นจุดแตกหักระหว่างอาร์เตต้า และสตีฟ ราวด์ การดึง ดาบิด ราย่า เขามาเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันทั้งภายในและภายนอก แม้จะไม่มีใครสงสัยในเรื่องคุณภาพของราย่า แต่มีการถกเถียงกันมากในอาร์เซน่อล เกี่ยวกับตำแหน่งผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสโมสรเพิ่งมีการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ แอรอน แรมส์เดล ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ไม่มีใครโต้แย้งกับแนวความคิดนี้ของอาร์เตต้า และทาง อินากิ กาญา โค้ชผู้รักษาประตูก็เชื่อมั่นในคุณภาพของตัวราย่า เพราะเคยร่วมงานกันมาก่อน แต่มีหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย นั่นคือ สตีฟ ราวด์ หนึ่งในผู้ช่วยของอาร์เตต้า เขารู้สึกว่าการแทนที่ แรมส์เดล ที่เป็นนักเตะที่เพื่อนร่วมทีม และสต๊าฟชื่นชอบ อาจเป็นตัวทำลายวัฒนธรรมที่ได้มีการสร้างขึ้นที่อาร์เซน่อล ความไม่ลงรอยนั้น มีส่วนทำให้ อาร์เตต้า ตัดสินใจปลด ราวด์ ออกจากทีมสต๊าฟของเขา คาร์ลอส กูร์เอสต้า โค้ชหนุ่มอนาคตไกลถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาแทน อาร์เตต้า ได้มีการเลื่อนตำแหน่ง คาร์ลอส กูร์เอสต้า สต๊าฟหนุ่มอนาคตไกลวัย 28 ปี เขากลายเป็นคนที่อาร์เตต้าไว้ใจ เป็นคนที่อาร์เตต้าพร้อมรับฟังความเห็นในการประชุม และเขามีอิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นภายในศูนย์ฝึกลอนดอน โคลนี่ย์ การปรับเปลี่ยนนี้ เป็นการแสดงให้บรรดาโค้ชหนุ่มๆ ได้เห็นเส้นทางการทำงานโค้ชที่อาร์เซน่อล ความคิดเริ่มแรกในการเซ็นฮาแวร์ตซ์เพื่อแทน กรานิต ชาคา การเซ็นสัญญา ไค ฮาแวร์ตซ์ โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นการเข้ามาทดแทน กรานิต ชาคา ในตำแหน่งกองกลาง เวลานั้นอาร์เซน่อลได้มีการพิจารณาผู้เล่นคนอื่นด้วย อาทิ อิลคาน กุนโดกาน และเมสัน เมาส์ แต่สุดท้าย อาร์เตต้า และเอดู รู้สึกประทับใจกับจุดเด่นด้านกายภาพ และเทคนิคของฮาแวร์ตซ์ เปลี่ยนไอเดียตำแหน่งของทิมเบอร์จากฟอร์มปรีซีซั่น การเซ็นสัญญากับ ทิมเบอร์ จะเป็นการเพิ่มความยืนหยุ่น และคุณภาพให้กับตัวเลือกในแนวรับของอาร์เซน่อล แม้ว่าในตอนแรกที่เขาถูกซื้อเข้ามา จะถูกวางให้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวา และเซนเตอร์แบ็ค แต่ผลงานที่น่าประทับใจในช่วงปรีซีซั่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทิมเบอร์ ทำให้อาร์เซน่อลเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับตำแหน่งของนักเตะ อะไรคือความลับ ในความสำเร็จของทริปดูไบเมื่อเดือนมกราคม อาร์เซน่อลได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในช่วงเบรกหนีหนาวของพรีเมียร์ลีก ด้วยการจัดแคมป์ฝึกซ้อมท่ามกลางอากาศที่อบอุ่นในดูไบเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากผลงานที่น่าผิดหวังในการแพ้ 3 นัดรวด จนเสียตำแหน่งจ่าฝูงในลีก และตกรอบเอฟเอ คัพ พวกเขากลับมาเหมือนเป็นคนละทีม มีความสดชื่นขึ้น ฟิตขึ้น และทุกอย่างมันลงตัวไปหมด อาร์เซน่อลชนะ 8 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก พร้อมกระซวกประตูคู่แข่งไป 33 ประตู อันที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่เป็นความลับ มันเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ พักจากการฝึกซ้อมที่จำเจ และได้เจอสภาพที่แตกต่างออกไป ก่อนที่จะมีการเดินทางไม่นาน อาร์เตต้า ตัดสินใจที่จะให้ครอบครัวของนักเตะได้เดินทางไปที่ดูไบด้วย นั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้พบปะกับครอบครัวซึ่งกันและกัน บางคนใช้เวลาว่างในการไปเล่นกอล์ฟ บางคนก็ไปเที่ยวสวนสัตว์ รวมถึงการเล่นปาร์ตี้เกมส์ที่ชื่อว่า "Werewolf" ซึ่งเป็นเกมส์ที่นิยมเล่นกันมากในหมู่นักเตะอาร์เซน่อลและทีมสต๊าฟ สามเหลี่ยมฝั่งขวาของอาร์เซน่อล ได้แก่ บูคาโญ ซาก้า, โอเดการ์ด, และเบน ไวท์ พวกเขาต่างพาแฟนสาวไปดินเนอร์ด้วยกัน ซึ่งอาร์เตต้า เชื่อว่ามิตรภาพเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ในสนามของพวกเขามีความลงตัวมากขึ้น แบบที่อาร์เตต้าให้สัมภาษณ์ว่า: "พวกเขาสนิทกันมาก ใช้เวลาร่วมกันเยอะทั้งในและนอกสนาม นั่นคือสิ่งที่สำคัญ คุณสามารถจะบอกว่าได้จากวิธีการสื่อสาร และวิธีที่พวกเขามองกันและกัน มันมีบางอย่างที่พิเศษ" ในแง่ของการฝึกซ้อม อาร์เตต้า ซ้อมหนักมาก พยายามกดดันผู้เล่นของเขา โดยรู้สึกว่าจำเป็นต้องเตรียมพวกเขาให้พร้อม สำหรับการแข่งขันที่ดุเดือด และเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไปอยู่ในจุดที่พีกที่สุดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้าน นิโคลัส โยเวอร์ ก็มีการปรับแต่งวิธีการซ้อมลูกตั้งเตะ อย่างที่เราได้เห็น เดแคลน ไรซ์ มาเป็นคนเปิดลูกเตะมุม เป็นต้น ความผิดหวังในเกมส์แพ้วิลลาคาบ้าน ผู้เล่นจำนวนหนึ่งของอาร์เซน่อล รู้สึกหงุดหงิด หลังเกมส์กับแอสตัน วิลล่า พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เล่นอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ความเหนื่อยล้าเป็นปัจจัยสำคัญในขณะนั้น ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาชนะในเกมส์กับวูลฟ์ วันรุ่งขึน อาร์เซน่อล ได้มีการพบปะกันสำหรับทีมชุดใหญ่ ทีมงาน และครอบครัวของพวกเขา มันเป็นรูปแบบของ Sunday Roast (ประเพณีการรับประทานอาหารร่วมกันของคนอังกฤษ และไอริช ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์) ตลอดทั้งฤดูกล อาร์เตต้าใช้การรวมตัวแบบไม่เป็นทางการเหล่านี้เพื่อพยายามสร้างมิตรภาพภายในทีม ก่อนจะถึงช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล ทำให้ทุกอย่างมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อจากนั้นพวกเขาเอาชนะในศึกดาร์บี้แมตซ์สำคัญได้กับทั้ง เชลชี และสเปอร์ หลังเกมส์นักเตะไปเฉลิมฉลองกับแฟนบอลที่ตามมาเชียร์ ก่อนจะกลับห้องแต่งตัว ซึ่งมี ทิม ลูอิส รองประธานสโมสร และสมาชิกในบอร์ดบริหารบางคนร่วมยินดี อาร์เซน่อลไม่มีโปรแกรมแข่ง 6 วันหลังจากเกมส์กับสเปอร์ ผู้เล่นได้รับอนุญาติให้หยุดพัก 2 วัน โดยปกติแล้วข่าวแบบนี้ จะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้เล่น แต่กรณีนี้พวกเขาเหนื่อยล้าเกินไปที่จะมาดีใจกับอะไรแบบนี้อีก ไม่มีอะไรบรรเทาความเหนื่อยล้า ได้เท่ากับชัยชนะอีกแล้ว นักเตะอาร์เซน่อลกลับมาฝึกซ้อมด้วยความมุ่งมั่น ก่อนเกมส์กับบอร์นมัธ มีการจัดมินิทัวร์นาเมนท์กันขึ้น เป็นศึก 3 เส้าระหว่าง อังกฤษ, บราซิล และทีมนานาชาติ ซึ่งมันกลายเป็นการแข่งขันที่ดูจะจริงจังกันเกินไป จนถึงขั้น อาร์เตต้า ต้องสั่งให้หยุดซ้อมก่อนเวลา เพราะหวั่นจะมีใครได้รับบาดเจ็บไปเสียก่อน
-
ลอนดอน อีฟนิ่งสแตนดาร์ท รายงานข่าวว่า บอร์ดบริหาร พร้อมที่จะหนุนหลัง มิเกล อาร์เตต้า ในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ พวกเขาตั้งเป้าทำได้ดีกว่าเดิมในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า หลังจากจบในอันดับ 2 มาตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา จอซ ครองกี้ ประธานสโมสรของอาร์เซน่อล และเป็นลูกชายสแตน ครองกี้ เจ้าของสโมสร ออกมายืนยันเมื่อวานนี้ว่า ไม่มีใครในสโมสรจะไม่หยุดนิ่ง และจะผลักดันสโมสรให้ก้าวไปข้างหน้า เพราะมีหลายอย่างที่ทีมอยากทำให้สำเร็จอาร์เซน่อล พร้อมจะทุ่มเงินหนักอีกครั้งในซัมเมอร์นี้ และมีเป้าหมายในการเซ็น 3 ตำแหน่ง ได้แก่ กองหลัง, กองกลาง และกองหน้า โดยตำแหน่งกองหน้ายังเป็นระดับความสำคัญต้นๆ โดยพวกเขากำลังให้ความสนใจ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าอนาคตไกลของไลป์ซิก ที่ทำไป 14 ประตูในบุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้ และมีค่าฉีกสัญญา 55 ล้านปอนด์ แม้ว่าอาร์เซน่อล จะทำไปถึง 91 ประตูในฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นสถิติใหม่ของสโมสร แต่การเติมกองหน้าก็ยังเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ ซึ่งเซสโก้ ที่มีส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว จะช่วยเพิ่มคุณภาพที่แตกต่างจากที่อาร์เซน่อลมีได้ แต่ก็ต้องเจอการแข่งขันกับอีกหลายสโมสรในยุโรปที่อยากได้กองหน้าวัย 20 ปี ไปร่วมทีด้วยเช่นกัน ขณะที่ทางไลป์ซิก กอยากที่จะรั้งให้นักเตะอยู่กับทีมต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล และพร้อมยื่นสัญญาใหม่ให้นักเตะพิจารณาเปโดร เนโต้ ปีกของวูลฟ์แฮมตัน ก็เป็นนักเตะที่อาร์เซน่อลสนใจมานาน แล้วพวกเขายังให้ความสนใจ นิโก้ วิลเลี่ยม ปีกของบิลเบา ที่มีค่าฉีกสัญา 43 ล้านปอนด์ แต่ปัญหาคือเรื่องค่าเหนื่อยของนักเตะ ที่เรียกร้องสูงมาก อาร์เซน่อลยังชื่นชอบ อเล็กซานเดอร์ อิซัค แต่นิวคาสเซิ่ล ไม่เต็มใจที่จะปล่อยกองหน้าตัวเก่งออกไปจากทีม อาร์เซน่อล ยังคงต้องการกองกลางคนใหม่ที่จะเข้ามาเล่นร่วมกับ เดแคลน ไรซ์ และมาร์ติน โอเดการ์ด พวกเขาให้ความสนใจนักเตะอยู่ 3 คน ประกอบด้วย บรูโน่ กริมาไรซ์, อมาดู โอนาน่า และมาร์ติน ซูบิเมนดี้ นอกจากนี้อาร์เซน่อล ยังอยากที่จะได้ ยอร์เรล ฮาโต้ กองหลังของอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัม ที่สามารถเล่นแบ็คซ้ายได้ แม้ว่าเขาจะอายุแค่ 18 ปี แต่ก็ได้เป็นกัปตันทีมของอาแจ็กซ์แล้ว และถูกประเมินว่าจะเป็นหนึ่งในกองหลังระดับท็อปในอนาคต ยังมีตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่อาจจะต้องหาผู้รักษาประตูมือสองมาแทนที่ แอรอน แรมส์เดล ที่คาดว่าจะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีนิวคาสเซิ่ล ที่แสดงความสนใจมือกาววัย 26 ปีอย่างจริงจัง ขณะที่ขาออก อาร์เซน่อล ก็หวังว่าจะทำเงินได้จากการปล่อยนักเตะบางคนออกไปเช่นกัน เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, เอมิล สมิธโรว์ และริสส์ เนลสัน สามแข้งเด็กปั้น ยังอนาคตไม่แน่นอน อัลเบิร์ต แซมบี้ โลกองก้า, นูโน ตาวาเรซ และคีแรน เทียร์นี่ย์ คาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมแบบถาวรแล้วอาร์เซน่อล ยังต้องตัดสินใจอนาคตของ โธมัส ปาร์เตย์ ที่เหลือสัญญาปีสุดท้าย และได้รับความสนใจจากทีมในซาอุดิอาราเบีย ในรายของ ยาคุบ คิวิออร์ ก็อาจถูกพิจารณาขายเช่นกัน หากได้ข้อเสนอที่น่าสนใจจากสโมสรในลีกอิตาลี
-
Premier League League 2023/24 Arsenal 2 - 1 Everton Sun 19 May 2024, 22.00 น. GOAL: 0-1 อิดรินซา กานา เกรย์ (นาทีที่ 40) 1-1 ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ (นาทีที่ 43, โอเดการ์ด) 2-1 ไค ฮาแวร์ตซ์ (นาทีที่ 88, โอเดการ์ด) ดาวิด ราย่า: 6.0 จังหวะเสียประตูก็ถือว่าหมดสิทธิ์จะป้องกัน เพราะบอลเปลี่ยนทางค่อนข้างเยอะ ส่วนการป้องกันประตู ราย่าก็มีได้บินรับติดมือลูกยิงของคาลเวิร์ต เลวิน กาเบรียล มากัลเญส: 6.0 ลงเล่นไปได้แค่ครึ่งชั่วโมงของเกมส์ ก็เล่นต่อไม่ไหว หลังจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวไหล่ ภาพรวมในเกมส์กาเบรียล เกมส์รับก็ยังทำได้ดี แต่การจ่ายบอล บางครั้งก็เร่งจนจ่ายเสียเองง่ายๆ วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0 ทำได้ดีในหลายๆ จังหวะที่ต้องชิงจังหวะเล่นเวลาที่ทางเอฟเวอร์ตันใช้บอลยาวสวนกลับ ก็ถือว่าซาลิบาเก็บบอลสองได้ดี แม้บางครั้งจะเหมือนยืนเป็นตัวสุดท้าย แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ เบน ไวท์: 5.5 จังหวะการเล่นของไวท์วันนี้ทำได้ไม่ดีเลย โดยเฉพาะในการขึ้นไปรับบอลในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง หลายครั้งที่ไวท์ทำเสียบอลแบบง่ายๆ ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ: 7.0 โทมิยาสุเป็นคนที่เติมเข้ามาด้านหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะกดจังหวะเดียวช่วยให้ทีมตีเสมอ 1-1 เกมส์รับถือว่าโทมิป้องกันเกมส์ด้านข้างของทางเอฟเวอร์ตันได้ดี ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไร ช่วง 30 นาทีสุดท้ายได้ไปเล่นเป็นเซนเตอร์ ก็ไม่ได้มีปัญหา โธมัส ปาร์เตย์: 5.5 พอลงเล่นต่อเนื่องหลายๆ นัด ปาร์เตย์อาการเริ่มออก จริงๆ ก็เห็นมาตั้งแต่นัดก่อนกับแมนยูที่จังหวะการเล่นแปลกๆ นัดนี้ปาร์เตย์ก็มีปัญหาพอสมควร ตรงกลางตัดเกมส์ไม่ค่อยได้ เดแคลน ไรซ์: 6.0 จังหวะเสียประตูให้เอฟเวอร์ตันจากจังหวะฟรีคิก บอลไปแฉลบหัวไรซ์เปลี่ยนทางเข้าประตู ตอนเล่นเบอร์ 8 วันนี้ไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มาทำได้ดีในช่วงที่มาเล่นเบอร์ 6 ช่วยตัดเกมส์สวยๆ ได้หลายครั้ง มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.0 © จังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายในวันนี้ของทีมมาจากโอเดการ์ดเกือบทั้งหมด ประตูตีเสมอ ก็เป็นการแอสซิทของเขา โอเดการ์ดมีจังหวะที่จะยิงประตูได้ แต่ก็พลาดไป ประตูแซงนำ 2-1 ก็เหมือนจะยิงไม่ดี แต่โชคดีบอลทะลักไปถึงฮาแวร์ตซ์ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 ได้โอกาสลงแทนซาก้าที่มีปัญหาบาดเจ็บทางกราบขวา ตั้งแต่หายเจ็บกลับมา ก็ยังหาฟอร์มเก่งกลับมาไม่เจอ หลายครั้งที่มาร์ตี้ฝืนจังหวะจะไปเอง โอกาสยิงก็มีแต่ก็ไม่เด็ดขาดมากพอที่จะยิงผ่านมือพิคฟอร์ด เลอันโดร ทรอสซาร์: 5.0 ทรอสซาร์เงียบมาก ได้บอลมักจะลากไปไม่ค่อยผ่านแนวรับของเอฟเวอร์ตัน เจอเบียดเจอแซะนิดหน่อย ก็เสียการครอบครองบอลแล้ว ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.5 บอลที่เปิดเข้ามาก็เข้าหัวของฮาแวร์ตซ์อยู่ 2-3 หน แต่บอลมาในทิศทางและนำ้หนักที่ทำให้เขาเล่นยาก แต่ท้ายที่สุดฮาแวร์ตซ์ก็เป็นคนยิงประตูให้ทีมนำ 2-1 เป็นประตูที่ 13 ของเขาในฤดูกาลนี้ ตัวสำรอง: โอเล็กซานเดอร์ ชินเชนโก้: 6.0 (นาทีที่ 59, กาเบรียล) ดร็อปไปพอสมควร สำหรับชินเชนโก้ ที่หายหน้าหายตาไปนาน ลงมาสนิมเกาะ บอลง่ายๆ ก็ยังจ่ายเสียดาย เอมิล สมิธ โรว์: 6.0 (นาทีที่ 69, ปาร์เตย์) โชคร้ายเหมือนเดิมสำหรับเอมิล สมิธ โรว์ โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ยังได้แค่เกือบ แต่มันยังไม่เป็นประตูสักที ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 6.0 (นาทีที่ 69, ไวท์) ลงเล่นนัดเปิดฤดูกาล และปิดฤดูกาล เป็นจุดที่น่าเสียดายสำหรับทีม เพราะถ้าทิมเบอร์ไม่เจ็บจนพักยาว น่าจะเป็นกำลังสำคัญอีกคนของทีมในฤดูกาลนี้ กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 78, ทรอสซาร์) น่าจะส่งเฆซุสลงมาเร็วกว่านีสักหน่อย ประตูชัยก็มีส่วนร่วมที่เริ่มจากการไปฉกบอลจากผู้เล่นของเอฟเวอร์ตันในจังหวะแรก
-
ลุค เอ็ดเวิร์ดส์ นักข่าวจาก The Telegraph สื่อดังของอังกฤษ รายงานข่าวว่า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าทำข้อตกลงในการเซ็นสัญญา แอรอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษของอาร์เซน่อล แม้ว่าจะยังมีรายส่ิงที่ต้องดำเนินการ แต่คิดว่าทาง นิวคาสเซิ่ล ยินดีจ่ายเงินราว 15 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญาระยะยาว 5 ปี เวลานี้ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ แต่ทางทีมสาลิกาดวงหวังว่าดีลนี้จะเกิดขึ้น โดยทางแรมส์เดล เสียตำแหน่งมือหนึ่งให้กับ ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน ที่ย้ายจากเบรนท์ฟอร์ดมาอยู่กับอาร์เซน่อลเมื่อซัมเมอร์ปีก่อนด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่จะเซ็นสัญญาแบบถาวรด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์หลังจบฤดูกาลนี้ เป็นเรื่องยากที่แรมส์เดล จะแย่งตำแหน่งมือหนึ่งคืนจากราย่า หลังจากราย่า ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และคว้ารางวัลถุงมือทองคำพรีเมียร์ลีก จากการทำไป 16 คลีนซีตในฤดูกาลนี้ และเสียไปแค่ 23 ประตูจาก 31 เกมส์ที่ลงเฝ้าเสา Christian Falk นักข่าวดังชาวเยอรมัน ยืนยันว่า อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสองทีมดังจากอังกฤษ ที่อยากได้ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าวัย 20 ปีของเอแบร์ ไลป์ซิก ไปร่วมทีม นอกจากนี้เขายังได้บอก ข้อมูลของไลป์ซิก ระบุวา เซสโก้ มีความแข็งแกร่งด้านร่างกายที่มากกว่าเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จากการที่ทั้งคู่เคยเป็นนักเตะเก่าของเร้ดบลูย์ ซัลบวร์ก ก่อนหน้านี้มีความเข้าใจกันว่าค่าฉีกสัญญาของนักเตะคือ 50 ล้านยูโร แต่ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักเตะในฤดูกาลนี้ ทำให้ค่าฉีกสัญญาของเขาเพิ่มเป็น 75 ล้านยูโรในช่วงซัมเมอร์นี้ Telegraph และ The SUN รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล เป็นตัวเต็งที่คว้าตัว เบนจามิน เซสโก้ ไปล่าตาข่ายในฤดูกาลหน้า โดยทางอาร์เซน่อลยินดีที่จะจ่ายค่าฉีกสัญญาของนักเตะ และพร้อมเสนอสัญญาระยะยาว 4 ปี บวกออปชันขยายเพิ่มอีก 1 ปีให้นักเตะพิจารณา พาทริค เบอร์เกอร์ นักข่าวจาก Sky Germany เปิดเผยว่า เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และอาร์เซน่อล เป็นสามสโมสรที่หวังจะเซ็นสัญญากับ โจซัว เซิร์กซี กองหน้าวัย 22 ปีของโบโลญญ่าไปร่วมทีมในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตามดาวยิงดัตซ์แมน อยากที่จะอยู่ในลีกอิตาลีต่อไป แล้วมีการเจรจาคืบหน้ากับทางมิลาน แต่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย รูเอล วอลเตอร์ ปราการหลังดาวรุ่งของอาร์เซน่อล ออกมาโพสต์ข้อความอำลาทีมหลังจากเขากำลังจะหมดสัญญากับทีมหลังจากจบฤดูกาลนี้ แม้ว่าสโมสรพยายามจะรั้งดาวเตะวัย 19 ปีให้อยู่กับทีมด้วยสัญญาฉบับใหม่ แต่เป็นเรื่องยากที่เขาจะสามารถเบียดขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในเวลานี้ วอลเตอร์ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า: "ขอบคุณทุกคนที่ทำให้เส้นทางอาชีพนี้ของผมพิเศษ ดีใจที่ได้เล่นกับสโมสรแห่งนี้ และผมขออวยพรให้สโมสรโชคดีในอนาคต"
-
แซม ดีน นักข่าวสายอาร์เซน่อล จาก The Telegraph รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล มีความสนใจอย่างจริงจังในตัว เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าดาวรุ่งอนาคตไกลของแอร์เบ ไลป์ซิก และกำลังพิจารณายื่นข้อเสนอในช่วงซัมเมอร์นี้ ทีมข่าวของเทเรกราฟ เข้าใจว่าบรรดาคู่แข่งในการแย่งตัว เชื่อว่าเวลานี้อาร์เซน่อลเป็นตัวเต็งที่จะเซ็นสัญญากับกองหน้าวัย 20 ปีรายนี้ไปร่วมทีม หากทีมดังจากลอนดอนเหนือเลือกที่จะแสดงความสนใจอย่างเป็นทางการ หนึ่งในควาามสำคัญช่วงซัมเมอร์นี้ของอาร์เซน่อล คือ การเสริมแกร่งแนวรุก และเซสโก้ ซึ่งเป็นกองหน้าที่มีรูปร่างสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว จะเพิ่มทางเลือกในแนวรุกให้กับ มิเกล อาร์เตต้า ได้ ก่อนหน้านี้ เซสโก้ อยู่กับเร้ดบลูส์ ซัลบวร์ก 4 ฤดูกาล ก่อนที่จะย้ายมาแอร์เบ ไลป์ซิก ในปี 2023 เซสโก้ ยิงไป 13 ประตูในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ และช่วงท้ายฤดูกาลเขาทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ด้วยการยิงประตูได้ 6 นัดติดต่อกัน จากรายงานข่าวของสื่อเยอรมัน เกี่ยวกับเงื่อนไขการฉีกสัญญาของนักเตะเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ระบุว่า ค่าฉีกสัญญาของนักเตะจะขยับขึ้นจาก 43 ล้านปอนด์ มาเป็น 64 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์นี้ เซสโก้ ที่กำลังจะอายุครบ 21 ปีในช่วงสิ้นเดือนนี้ เขาจะเป็นกำลังเสริมในระยะยาวของอาร์เซน่อล ที่พร้อมจะเติบโตพร้อมกับทีม ซึ่งเป็นมุมมองที่เปลี่ยนแปลงของอาร์เซน่อล หลังจากที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตำแหน่งกองหน้าในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง นักเตะได้ให้สัมภาษณ์กับเทเรากราฟช่วงต้นฤดูกาล เขากล่าวว่า: "มันคงเป็นเรื่องที่เยี่ยมไปเลยถ้าได้มาเล่นในพรีเมียร์ลีก"
-
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์บุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในเกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกลากไปถึงเกมส์สุดท้าย ฟอร์มการเล่นของทีม ผมมีความสุขจริงๆ แน่นอนทุกอย่างอยู่ในความเสี่ยง แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดมากนับตั้งแต่เดือนมกราคม เราต้องชนะต่อไปและชนะได้ในทุกบริบท วันนี้เราต้องเล่นในสถานที่ที่พิเศษ เรามีสถิติที่ไม่ค่อยดีนักในการมาเล่นที่นี่ แต่เราก็พบวิธีที่จะเอาชนะจนได้ และนั่นบ่งบอกว่าทีมเราต้องการชัยชนะมากแค่ไหน กังวลไหมกับผลการแข่งขันที่ออกมา ใช่ เพราะในท้ายที่สุด เราทราบดีว่าผมเสมอ จะมีผลอะไรตามมา ผมรู้สึกว่าทีมเล่นได้ดีในช่วงต้นเกมส์ แล้วเราทำประตูขึ้นนำได้ แล้วเราก็เริ่มเล่นแบบระมัดระวังเกินไป ไม่เคารพโครงสร้างและเป้าหมายที่เราเตรียมตัวมา ซึ่งผมไม่ชอบเลย ผมต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้น เราต้องดิ้นรนอย่างหนัก แต่ถ้าคุณไม่มีคุมเกมส์ได้ คุณจะต้องมีความพิเศษทดแทน ซึ่งเกมส์รับของเราก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ผลการแข่งขันของสเปอร์ในการเจอซิตี้ ประสบการณ์ของผมในลีกนี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือทีมไหนก็สามารถกันได้หมด และผมใช้ชีวิตอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันสุดท้าย เรารู้ว่าเราต้องการผลการแข่งขัน (เกมส์กับยูไนเต็ด) เพื่อให้ยังอยู่จนเกมส์สุดท้าย วันนี้เราได้เคาะประตู และเปิดกล่องแห่งความฝันในวันสุดท้ายของฤดูกาล ต่อหน้าแฟนบอลของเรา พร้อมการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และนั่นคือสิ่งที่เราจะทำร่วมกัน และผมดีใจมากที่เราจะได้อยู่ร่วมกับนักเตะและทีมงานเหล่านี้ การเดิมพันในวันสุดท้ายของฤดูกาล เราต้องการอยู่ในช่วงเวลาแบบนั้นแหละ ดังนั้นตอนนี้เราได้รับสิทธิ์นั้นแล้ว ในการทุกอย่างให้ถูกต้องในวันสุดท้าย และใช้ชีวิตในช่วงเวลานั้น นั่นคือส่วนหนึ่งในการเดินทางของเรา และเป็นโอกาสดีที่เราจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เราจะเตรียมตัวตามปกติเหมือนทุกสัปดาห์ เพื่อพยายามอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดสำหรับการแข่งขัน และพยายามเอาชนะเอฟเวอร์ตันให้ได้ สถิติของทีมนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่ ผมคิดว่าเรามั่นใจมากขึ้นในการชนะภายใต้บริบทที่แตกต่างกัน พวกเขาเพิ่งพูดถึงชัยชนะนัดที่ 27 ในพรีเมียร์ลีก ถือเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้ ดีที่สุดใน 130 ปี นั่นไม่ใช่ความก้าวหน้า นั่นคือประวัติศาสตร์ และเป็นเรื่องยากที่จะทำ โดยเฉพาะในลีกที่เรากำลังเล่นในตอนนี้ ขอชมเชยผู้เล่นและทีมงานทุกคน สำหรับสิ่งที่พวกเขาทำ เตรียมตัวอย่างไร หากแชมป์อาจตัดสินกันด้วยผลต่างประตูได้เสีย ไม่ๆ เราจะเตรียมตัวสำหรับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น จะเชียร์สเปอร์ในคืนวันอังคารนี้หรือไม่ เรารู้ว่าเราต้องการมัน และพวกเขาเป็นทีมที่ยากในการต้องเจอ เราก็เคยเจอปัญหามาแล้วเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ดังนั้นหวังว่าพวกเขาจะสามารถทำได้ บูคาโญ ซาก้าโอเคหรือเปล่า ใช่ เขาน่าจะโอเค แมนซิตี้จะรู้สึกกดดันหรือเปล่าแบบนี้ ผมไม่ทราบ มันเป็นคำถามสำหรับพวกเขา เราทำงานของเรา และรอดู ความภูมิใจที่ทำสถิติการเก็บคะแนน และการยิงประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ผมไม่รู้ เรามีสมาธิอย่างเดียวกัสิ่งที่เรากำลังทำ แล้วเราค่อยมาวิเคราะห์ฤดูกาล เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น พยายามเข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้น และพยายามดีขึ้นกว่านั้นอีก
-
Premier League League 2023/24 Man Utd 0 - 1 Arsenal Sun 12 May 2024, 22.30 น. GOAL: 0-1 เลอันโดร ทรอสซาร์ (นาทีที่ 20, ฮาแวร์ตซ์) ดาวิด ราย่า: 6.5 ไม่ได้มีจังหวะเซฟลูกยากๆ อะไร โอกาสที่แมนยูตรงกรอบมีไม่กี่ครั้งเท่านั้นส่วนใหญ่จะยิงหลุดกรอบออกไปเอง แต่จุดที่ทำได้ดีขึ้นจังหวะออกมารับบอลด้านข้างทำได้ค่อนข้างชัวร์ กาเบรียล มากัลเญส: 7.0 ทำหน้าที่ประกบฮอยลุนด์ จนกระดิกไม่ออกทั้งเกมส์ รวมถึงพวกแม็คโทมิเนย์ที่สอดจะเข้าทำตรงกลางก็เจอกาเบรียลอัดเอาไว้ได้หมด วิลเลี่ยม ซาลิบา: 8.0 จังหวะสกัดบอลจากเท้าการ์นาโซ่เป็นช็อตออฟเดอะแมตซ์เลย เวลาที่ทีมต้องการเกมส์รับ ซาลิบาจะปรากฏตัวออกมาช่วยทีมไว้ได้เสมอ ไม่ว่าจะช่วยสกัด ช่วยแย่งบอล จังหวะดวล เบน ไวท์: 6.5 มีจังหวะต้องอยู่ในสถานการณ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับการ์นาโซ่อยู่หลายหนเลย ก็มีทั้งที่ไวท์สามารถหยุดได้ แล้วก็มี 2-3 ครั้งที่การ์นาโซ่ผ่านเขาไปได้ แบบนี้เลยทำให้ไวท์ไม่กล้าที่จะเติมขึ้นสูง โดยเฉพาะหลังได้ประตู ไวท์ลงไปเล่นเกมส์รับตลอด ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ: 6.0 โทมิพยายามจะ Inverted เข้ามาช่วยขึ้นเกมส์ แต่ก็ช่วยได้ค่อนข้างน้อย ด้วยความที่ไม่ได้ถนัดอยู่แล้ว ส่วนเกมส์ก็เจออาหมัด ป่วนอยู่เล็กน้อย โธมัส ปาร์เตย์: 5.5 ติดประมาทจนพลาดโดนฉกบอลหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง ดีที่ฮอยลุนด์ยิงข้ามคาน ผิดฟอร์มไปเยอะมากสำหรับปาร์เตย์ในวันนี้ พลังงานหายไปหมด หลายจังหวะทุลักทุเล เดแคลน ไรซ์: 6.0 ไรซ์นานๆ จะหาจังหวะลากตะลุยขึ้นหน้าได้ การขึ้นเกมส์ทางซ้ายดูจะมีปัญหาพอสมควร แม้ไรซ์จะถอยลงมาช่วย แต่ก็ยังอยู่ในสภาพอึดอัดอยู่ มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 © บอลจากหลังขึ้นมาด้านบนของทีมทำไม่ได้แบบที่ควรจะทำ สามารถนับครั้งได้ที่โอเดการ์ดได้มีโอกาสจ่ายบอลสวยๆ เข้าไปในพื้นที่สุดท้าย บูคาโญ ซาก้า: 5.5 เจอดาโรต์ตามประกบเป็นเงา ทำให้ซาก้าก็พลิกบอลไปเล่นได้ค่อนข้างลำบาก รวมถือเป็นวันนี้ซาก้าเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปเยอะมาก ก็ไม่แน่ใจว่าสภาพร่างกายเต็มร้อยหรือเปล่าด้วย เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.5 บทบาทกับเกมส์ไม่เยอะ แต่โผล่มาเป็นคนทำประตูได้ตลอด วันนี้เป็นอีกครั้งที่ทรอสซาร์โฉบเข้ามาชาร์จจ่อๆ ให้ทีมนำ 1-0 ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.5 ประตูแรกต้องชมฮาแวร์ตซ์ด้วย ไปแอบรอรับบอลอยู่ด้านข้าง ในจังหวะที่คาเซมิโร่ไม่ทันระวัง ทำให้ฮาแวร์ตซ์ไม่ล้ำหน้า ก่อนลากไปถวายพานให้ทรอสซาร์ทำประตู แต่บอลยาวจากเพื่อนที่ขึ้นมาให้เขา มีแต่ลูกที่เอามาเล่นยากๆ ทั้งนั้น ตัวสำรอง: กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 (นาทีที่ 65, ทรอสซาร์) กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 81, ซาก้า) ยาคุบ คิวิออร์: N/A (นาทีที่ 90+2, โอเดการ์ด) จอร์จินโญ่: N/A (นาทีที่ 90+2, จอร์จินโญ่)
-
เนื่องจากมีการอัพเกรดบอร์ดเวอร์ชันใหม่ สำหรับสมาชิกเดิมดูรายละเอียดที่นี่ ท่านที่เคยสมัครสมาชิก หรือลงทะเบียนกับเว็บบอร์ดเดิม สามารถใช้งาน Username เดิมของตนเองได้ ไม่ต้องทำการสมัครใหม่ โดยระบบจะดำเนินการทยอยส่ง Password ใหม่ไปให้กับท่านผ่านทางอีเมล์ที่เคยใช้ลงทะเบียน โดยท่านสามารถเปลี่ยน Password ได้หลังจาก Login แล้ว หากไม่เจออีเมล์ใน Inbox รบกวนตรวจสอบที่ Junk Mail อีกครั้ง หากไม่ได้เมล์ หรือว่าลืมไปแล้วว่าเคยลงทะเบียนด้วยอีเมล์อะไร รบกวน Register สมัครใหม่อีกครั้ง ขอบคุณครับ ADMIN GUNNERTHAILAND
-
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์บุกเอาชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ อริร่วมกรุงลอนดอน 3-2 ในเกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ความกังวลของเขาในช่วงท้ายเกมส์: ผมต้องภาวนา เวลาที่สเปอร์โยนบอลเข้าเขตโทษของเรา มันเป็นเกมส์ที่มีความเข้มข้น มันเป็นสถานที่ที่ยากในการมาเล่นสนามแห่งนี้ และเป็นทีมที่ยากที่ต้องเจอ เรานำ 3-0 เราครองเกมส์ในช่วงเริ่มครึ่งหลัง และสร้างโอกาสทำประตูได้ แล้วความผิดพลาดส่วนบุคคลก็เกิดขึ้น เราต้องรับมือกับสถานการณ์ให้ดีกว่านี้ แล้วอีกประตูก็มา ทำให้เกมส์เปิดกว้างขึ้น เราต้องอดทนและตอบสนอง ผมดีใจที่เราทำได้สำเร็จ ความผิดพลาดของดาบิด ราย่า: มันเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล มันสามารถเกิดขึ้นได้ คุณตัดสินใจสถานการณ์ผิดพลาด คุณพยายามที่จะจ่ายบอล และคุณทำไม่ได้ ซึ่งสเปอร์ฉกฉวยโอกาสตรงนั้นได้ และจังหวะจุดโทษ ในกรอบเขตโทษคุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล แต่สิ่งที่ผมรักจากดาบิด เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วง 20 หรือ 25 นาทีสุดท้าย นั่นคือสิ่งที่ผมรักในนักเตะของผม การวางแผนในเกมส์นี้: เรามีปัญหากับการเพลสซิ่งสูง เราจ่ายบอลเสียง่ายๆ ซึ่งเราทำได้ไม่ดีพอ แต่เราดูอันตรายเวลาที่เราได้สวนกลับ พวกเขามีผู้เล่นตัวรุกหลายคน และบังคับให้เราต้องถอยลงไปลึกอีกหน่อย บางช่วงในครึ่่งเวลาหลังเราควรต้องทำได้ดีกว่านี้ ฟอร์มของไค ฮาแวร์ตซ์: เขาโดดเด่นมากๆ ในวันนี้ เขาไม่ได้สมบูรณ์เต็ม 100 ในวันนี้ เขามีอาการป่วยก่อนเกมส์ และมีปัญหานิดหน่อย แต่เขาก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผมคิดว่าเขาน่าเหลือเชื่อมากๆ ในวันนี้ อาร์เซน่อลกลับมาชนะติดต่อกันหลังเจอความผิดหวังช่วงต้นเดือน อันดับแรก คือพวกเขาต้องการมันมากแค่ไหน อย่าไปรู้สึกเสียใจกับตัวเอง มันเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทาง เมื่อคุณเล่นอยู่ในระดับสูง คุณต้องเจอกับความผิดหวัง ด้วยความแตกต่างเพียงเล็กน้อย ดังนั้นมันอาจจะไม่เข้าทางคุณเสมอไป มันอยู่ที่ว่าคุณตอบสนองอย่างไร เผชิญหน้ากับความท้าทาย และมีความกล้าหาญ ผมคิดวามทีมชุดนี้มีความกล้าหาญ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้มันเกิดขึ้น เขาเชื่อมั่นในนักเตะของตัวเองมากแค่ไหน มั่นใจ แต่ในช่วงไม่กี่นาทีก่อนหมดเวลา ผมมีข้อสงสัยกับพวกเขา (หัวเราะ) พวกเขาจะพร้อมสำหรับเกมส์วันนี้ไหม เพราะพวกเขาลงเล่นกันมาอย่างต่อเนื่อง และมีเกมส์ต้องเล่นมากมาย และในด้านอารมณ์ความรู้สึกมันมีความต้องการที่สูงมาก แต่เมื่อวาน ผมต้องหยุดพวกเขาในการฝึกซ้อม เพราะพวกเขาต้องการซ้อมมากกว่านี้ นั่นเป็นสัญญาณที่ดี อาร์เซน่อลกับการรับมือกับการลุ้นแชมป์ดีขึ้นกว่าปีก่อน ผมคิดว่าแบบนั้น ปีก่อนเกมส์กับลิเวอร์พูลเราเสียประตูในนาทีที่ 91 จากนั้นเราไปที่เวสต์แฮมแล้วพลาดเสียจุดโทษ วันนี้ถ้าเราเสียประตูในนาทีสุดท้าย สกอร์มันก็อาจจะจบ 3-3 แต่เราจะไม่หลงตัวเอง แค่เข้าใจว่าเราจต้องดีขึ้น พัฒนามากขึ้น และเตรียมตัวให้ดีในเกมส์กับบอร์นมัธ เขาสามารถมองไปในตาของนักเตะแล้วพวกเขาจะสู้ไปจนสุดทางหรือไม่ แน่นอน 100% ผมเห็นมันมาตลอดทั้งฤดูกาล และพวกเขามองความเชื่อมั่นนั้นให้กับผมในทุกวัน
