-
Content Count
627 -
Joined
-
Last visited
-
Days Won
25
Posts posted by admin
-
-
FA Cup Round 3
Portsmouth 1 - 4 Arsenal
Sun 11 January 2025, 21.00 น.
GOAL:
1-0 คอร์บี้ บิสชอป (นาทีที่ 3)
1-1 อังเดร ดอร์เซลล์ (นาทีที่ 8, ทำเข้าประตูตัวเอง)
1-2 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (นาทีที่ 25, มาดูเอเก้)
1-3 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (นาทีที่ 50, เฆซุส)
1-4 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (นาทีที่ 72, มาดูเอเก้)
ดูบอลสดฟรี
บอลสด
เกปา อาร์ริซซาบาลาก้า: 6.5
เสียประตูเร็วตั้งแต่ต้นเกมส์ จังหวะแรกเกปาเซฟได้แล้ว แต่ปัดบอลไปเข้าทางผู้เล่นพอร์ทสมัธที่ซ้ำดาบสองเข้าไป หลังจากนั้นก็ยังมีต้องออกแรงอีก 2 ครั้ง แต่บอลสาดยาวขึ้นหน้าของเกปา วันนี้ไม่ค่อยดี
กาเบรียล มากัลเญส: 6.5
เป็นตัวจริงเพียงคนเดียวจากนัดก่อนที่ยังต้องลงเล่นต่อในเกมส์นี้ เพราะไม่เหลือตัวจะเล่นแทนแล้ว ก็ถือว่าโดนกดดันเป็นระยะอยู่เหมือนกัน การป้องกันในกรอบเขตโทษ กาเบรียลทำได้ดี
คริสเตียน นอร์การ์ด: 6.0
อีกครั้งที่นอร์การ์ด ถูกจับมายืนในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค ทางพอร์ทสมัธมาเล่นแบบสาดโด่งขึ้นมา รูปร่างของนอร์การ์ดค่อนข้างเสียเปรียบในการแย่งโหม่ง แต่ภาพรวมก็พอเอาตัวรอดไปได้ การออกบอลก็มีเสียง่ายๆ อยู่ 2-3 หน
ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0
มันเป็นอะไรที่น่าห่วงจริงๆ ทั้งกับตัวไมล์ส และอาร์เซน่อล ที่ตอนนี้แบ็คซ้ายเจ็บหมด เจอกับแนวรุกระดับทีมท้ายตารางแชมเปี้ยนชิพ ไมล์สยังออกอาการ การเติมเกมส์รุกก็ยังไม่ได้ดีอะไรมาก แต่ลูกสาม ต้องชมการเล่นเร็วของไมล์ส
เบน ไวท์: 6.0
เกมส์รับฝั่งขวาก็มีปัญหาอยู่เหมือนกัน มีถูกเจาะเข้ามาได้ง่ายๆ อยู่ 2-3 ครั้ง ครึ่งหลังไวท์ดูเล่นได้คึกคักมากขึ้น มีบล็อกสำคัญในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่พอคึกก็ฟาล์วโฉ่งฉ่างมากตามไปด้วย
มิเกล เมริโน่: 7.0 (C)
ต้องใช้เวลาเกือบ 15 นาทีในการปรับตัวในการเล่นหมายเลข 6 ช่วงแรกมีปัญหาทั้งการขึ้นเกมส์ และลงไปป้องกันพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษ แต่พอปรับตัวได้ เมริโน่ ก็มีบทบาทมากขึ้น มีลูกจ่ายสวยๆ จังหวะเดียวให้มาร์ตี้หลุดเดี่ยวไปยิงแต่ยิงหลุดกรอบไปนิดเดียว
อีธาน วาเนรี: 6.5
อีธานถือว่าหายไปนานกับทีมชุดใหญ่ นัดนี้เป็นการลงตัวจริงนัดที่ 4 ในซีซั่นนี้เท่านั้น อีธานมีจังหวะทะลุทะลวงในการเลี้ยงบอลขึ้นหน้า แต่ปัญหาก็ยังอยู่ตอนเข้าพื้นที่สุดท้ายที่มันยังติดนิดติดหน่อย ครึ่งหลังถือว่ามีบทบาทเยอะทีเดียว
เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0
กลับมาสตาร์ทตัวจริงในรอบเดือนเลยสำหรับเอเซ่ เขาเล่นในบทบาทกองกลางเบอร์ 8 ฝั่งซ้าย บทบาทกับเกมส์ก็ยังน้อยอยู่ แต่เวลาบอลอยู่กับเอเซ่ เข้าครองบอลได้ดี เสียบอลยาก ท้ายๆ เกมส์ถึงจะมีโอกาสได้ลุ้นส่องประตู
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 8.0
ขึ้นโขกลูกเตะมุมให้ทีมแซงขึ้นนำ 2-1 ต้องบอกว่าครึ่งแรกมาร์ติเนลลี่ควรจะยิงแฮตทริกได้ด้วย แต่อีกสองยิงได้แค่ใกล้เคียง ต้นครึ่งหลังมายิงลูกที่สองของตัวเองจนได้ ก่อนจะมาโหม่งลูกเตะมุมอีกลูก เป็นแฮตทริกของเขา
โนนี่ มาดูเอเก้: 7.5
ท้ายครึ่งเวลาแรก ลากไปจนเรียกจุดโทษได้ แล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นมายิงเอง แต่ดันยิงไม่เข้า ถ้าความวูบวาบในเกมส์รุกต้องยกให้เค้าเลย ส่วนจังหวะสุดท้ายต้องไปลุ้นเอา แล้วลูกตั้งเตะวันนี้ แม่นกับมาร์ตี้ดีเหลือเกิน ส่วนเกมส์รับก็มีบางจังหวะที่ไม่ดี อย่างประตูแรกที่เสียก็มาจากเขาที่เสียบอล
กาเบรียล เฆซุส: 6.5
ได้สตาร์ทตัวจริงในเกมส์นี้ ครึ่งแรกเฆซุส เร่งทุกจังหวะเวลาที่ได้บอล มันกลายเป็นทำเสียมากกว่าที่จะเป็นจังหวะที่ดี ครึ่งหลังเฆซุสเป็นคนหลุดไปเปิดให้มาร์ตี้ยิงลูกนำ 3-1
ตัวสำรอง:
ไค ฮาแวร์ตซ์: 6.0 (นาทีที่ 68, เฆซุส)
กลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง หลังจากพักยาวมาตั้งแต่เกมส์นัดเปิดซีซั่นกับแมนยู
มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.5 (นาทีที่ 68, วาเนรี)
ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 6.0 (นาทีที่ 68, ไวท์)
มาร์ลี แซลมอน: 6.0 (นาทีที่ 76, กาเบรียล)
มาร์ติน ซูบิเมนดี้: N/A (นาทีที่ 82, มาร์ติเนลลี่) -

ดูบอลสดฟรี
บอลสด
บทความโดย: แซม ดีน (The Telegraph, 11 Jan 2026)
ข้อมูลที่อธิบายว่าทำไม วิคตอร์ โยเคเรส ถึงฟอร์มตกอย่างหนักในพรีเมียร์ลีกอาร์เซนอลอาจกำลังบินสูง แต่ผลงานที่เงียบหายของกองหน้าค่าตัว 64 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ ทำให้แฟนบอลเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
อาร์เซนอลนำเป็นจ่าฝูงทั้งในพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก แต่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกเป็นห่วงผลงานของกองหน้าตัวความหวังอย่าง วิคตอร์ โยเคเรส แข้งใหม่ค่าตัว 64 ล้านปอนด์ ที่ยังไม่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังมหาศาลที่มาพร้อมกับการย้ายทีมได้
เกมที่โยเคเรสแทบไม่มีตัวตนในนัดเจอลิเวอร์พูลคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สัมผัสบอลเพียง 8 ครั้ง และไม่สามารถยิงได้แม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับกองหน้าวัย 27 ปีรายนี้ให้ชัดเจนขึ้นไปอีก
ในพรีเมียร์ลีก เขายิงได้เพียง 1 ประตูจากโอเพ่นเพลย์ จาก 15 นัดหลังสุด นับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน
โยเคเรสลงเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษไปแล้ว 19 นัด ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากพอที่จะเริ่มสรุปแนวโน้มผลงานได้ โดย Telegraph Sport จะพาไปดูข้อมูลเชิงลึกเบื้องหลังฟอร์มของเขา และวิเคราะห์รูปแบบที่น่ากังวลซึ่งเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่ย้ายมาจาก สปอร์ติง ลิสบอน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเคลื่อนที่ที่ย่ำแย่สิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดเกี่ยวกับฟอร์มของโยเคเรสในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คือ การหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษที่ทำได้ไม่ดี ภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเกมของอาร์เซนอลคือ การเปิดบอลผ่านหน้าประตูไปอย่างอันตราย โดยที่โยเคเรสไม่อยู่ใกล้บอลเลย
หลายครั้งในฤดูกาลนี้ เขามักจะช้าเกินไป ตอนที่บอลถูกเปิด หรือ ยืนประชิดกับกองหลังคู่แข่งมากเกินไป จนไม่สามารถสร้างอิทธิพลใด ๆ ได้ อาร์เซนอลมีปีกระดับท็อป โดยเฉพาะ บูกาโย ซากา และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่เปิดบอลได้ยอดเยี่ยม แต่โยเคเรสกลับไม่สามารถโจมตีลูกเปิดจากด้านข้างเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แกรี ลินิเกอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ ได้วิจารณ์แนวทางการเล่นของโยเคเรสไว้ว่า: “ผมดูเขาอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และผมคิดว่าเขาเหมือนกองหน้าทั่วไป เขารอดูว่าบอลจะไปทางไหน รอให้บอลถูกเปิดก่อน แล้วค่อยขยับ นั่นคือสิ่งที่กองหลังทำ"
"ในฐานะกองหน้า คุณต้อง ‘กล้าเสี่ยง’ คาดเดาว่าบอลอาจจะไปตรงไหน แล้วออกตัวในจังหวะที่กำลังจะเปิดบอล แบบนั้นคุณจะได้เปรียบกองหลัง หลายครั้งบอลอาจไม่มา แต่ผมไม่ค่อยเห็นเขาทำแบบนั้น”
ในช่วงหลัง มีอย่างน้อย 3 จังหวะชัดเจน ที่สะท้อนปัญหานี้:
- เกมกับแอสตัน วิลลา เดแคลน ไรซ์ เปิดบอลเรียดอันตรายจากฝั่งซ้าย แต่โยเคเรสไม่อ่านเกมล่วงหน้า ทำให้ไปไม่ทัน
- เกมกับไบรท์ตัน ซาก้าพาบอลทะลุลงทางขวา แต่โยเคเรสกลับยืนนิ่ง ไม่พุ่งไปเสาแรกหรือเสาสอง

- เกมกับลิเวอร์พูล เขาตอบสนองช้าอีกครั้ง เมื่อไรซ์เปิดบอลคุณภาพจากฝั่งซ้าย
คำถามคือ ปัญหานี้เกิดจากเกมริมเส้นของอาร์เซนอล หรือเป็นปัญหาส่วนตัวของโยเคเรส?
คำตอบดูจะชัดเจนจากผลงานของ มิเกล เมริโน ที่เคยถูกจับมาเล่นเป็นกองหน้าตอนโยเคเรสบาดเจ็บ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษที่ชาญฉลาด และยิงประตูจากลูกเปิดได้ในเกมกับ สลาเวีย ปราก, เชลซี และเบรนท์ฟอร์ด สิ่งที่โยเคเรสยังทำไม่ได้
ในแง่หนึ่ง การที่โยเคเรสไม่เก่งลูกกลางอากาศไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ จาก 39 ประตูในลีกกับสปอร์ติงฤดูกาลก่อน ไม่มีแม้แต่ลูกเดียวที่มาจากลูกโหม่ง แต่สำหรับกองหน้าที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวยิงอันตรายที่สุดของยุโรป อาร์เซนอลย่อมคาดหวังความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายมากกว่านี้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การจับบอลแรกที่มีปัญหาปัญหาของโยเคเรสไม่ได้มีแค่ตอนวิ่งหาพื้นที่เท่านั้น แม้แต่ตอนมีบอลอยู่กับตัว เขาก็ประสบปัญหาอย่างหนักเมื่อต้องเจอกองหลังพรีเมียร์ลีกที่แข็งแกร่งและดุดัน
จากกองหน้าทั้งหมด 33 คน ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอย่างน้อย 500 นาทีในฤดูกาลนี้ โยเคเรสอยู่อันดับ 33 (สุดท้าย) ในด้านอัตราการเสียการครองบอล หมายความว่าเขาเสียบอลบ่อยที่สุดต่อจำนวนครั้งที่สัมผัสบอล โดยมีอัตราสูงถึง 42.7%
ความผิดพลาดนี้เกือบทำให้อาร์เซนอลเสียประตูในเกมกับวิลลา เมื่อโยเคเรสโดนแย่งบอลในแดนตัวเอง จนเกิดเกมสวนกลับที่โอลลี่ วัตกินส์น่าจะยิงเข้าได้ นอกจากนี้ อัตราความสำเร็จในการดวลของเขาอยู่ที่เพียง 33.6% ซึ่งแย่กว่ากองหน้าส่วนใหญ่ในลีก และมีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่แย่กว่าเขา
คุณภาพกองหลังในอังกฤษสูงกว่าพรีเมียร์ลีกโปรตุเกสอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นลีกที่โยเคเรสยิงไป 97 ประตูจาก 102 นัด ให้กับสปอร์ติง ฤดูกาลก่อน เขาเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้ 46% (60 จาก 132 ครั้ง) แต่ในพรีเมียร์ลีก เขาประสบความสำเร็จเพียง 19% (5 จาก 27 ครั้ง)
แน่นอนว่ามีข้อแก้ตัวอยู่บ้าง: อาร์เซนอลเป็นทีมครองบอล ทำให้โยเคเรสมักเจอแนวรับที่ตั้งต่ำและแน่น ทีมเน้นต่อบอลผ่านแดนกลาง มากกว่าวางยาวให้กองหน้า แต่ผลลัพธ์คือ โยเคเรส แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกม อย่างที่ควรจะเป็น
เกมกับลิเวอร์พูล เขาสัมผัสบอลแค่ 8 ครั้ง และเป็นเกมที่ 7 ในฤดูกาลนี้ ที่เขาไม่สามารถยิงได้เลย ที่น่ากังวลที่สุดคือ ฟอร์มของเขา แย่ลงเรื่อย ๆ 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก: ยิง 2 ประตูจากโอเพ่นเพลย์, เฉลี่ย 20 สัมผัสต่อเกม 5 เกมหลังสุด: ยิง 0 ประตูจากโอเพ่นเพลย์, เฉลี่ย 15 สัมผัสต่อเกม
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การปรับตัวแม้คำวิจารณ์จะพุ่งเป้าไปที่โยเคเรส แต่ก็อาจกล่าวได้ว่าเพื่อนร่วมทีมเองก็ไม่ได้ช่วยเขามากนัก หลายครั้งเขาพยายามขอบอลแทงเร็วจากแดนกลาง แต่เพื่อนเลือกจ่ายบอลปลอดภัยแทน เช่นในเกมกับลิเวอร์พูล ที่ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ เลือกจ่ายให้ซากา แทนการแทงให้โยเคเรสหลุดไป
ความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือ เขายัง ไม่อยู่บนคลื่นความถี่เดียวกัน กับตัวสร้างสรรค์เกมของทีม ข้อโต้แย้งคือ โยเคเรสช่วยตรึงเซ็นเตอร์แบ็ก เปิดพื้นที่ให้คนอื่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาร์เซนอลคาดหวังมากกว่านี้ จากการลงทุนครั้งใหญ่
เมื่อ กาเบรียล เชซุส, เมริโน พร้อมใช้งาน และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ใกล้หายเจ็บ โยเคเรสกำลังต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเอง ขณะที่เสียงไม่พอใจบนอัฒจันทร์ก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ
-
-
แซม ลี สายข่าวของ The Athletic ออกมาเปิดเผยอนาคตของ มาร์ก เกฮี เซนเตอร์แบ็คทีมชาติอังกฤษของคริสตัล พาเลซ เขากล่าวผ่านรายการ Podcast ว่า: "แหล่งข่าวบอกว่า นักเตะต้องการอยู่กับพาเลซต่อจนจบฤดูกาล เขาอยากจะย้ายไปเล่นกับอาร์เซน่อล หรือลิเวอร์พูลมากกว่า"
-
Kaveh Solhekol นักข่าวจากสกายสปอร์ต บอกว่า เขามีความรู้สึกส่วนตัว มาร์ก เกฮี สุดท้ายแล้วจะเลือกไปเล่นกับอาร์เซน่อล เขากล่าวว่า: “ผมมีความรู้สึกแปลกๆ ว่า มาร์ก เกฮี อาจจะไปลงเอยกับอาร์เซนอล หากเขาต้องการอยู่ในลอนดอนต่อ และเล่นให้กับสโมสรที่มีโอกาสสูงจะคว้าแชมป์ ผมคิดว่าอาร์เซนอลน่าจะตอบโจทย์หลายอย่าง นี่เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น”
-
ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง ออกมายืนยันว่า อาร์เซน่อล ได้มีการติดต่อทาบทาม มาร์ก เกฮี ในการย้ายมาร่วมทีมแบบฟรีเอเยนต์หลังจากจบฤดูกาลนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมทุ่มเงินซื้อนักเตะไปร่วมทีมในเดือนนี้
เขากล่าวว่า “มาร์ก เกฮี กำลังใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับครอบครัวและเอเยนต์ของเขา เพื่อประเมินทุกโอกาสที่มีอยู่ เนื่องจากอาร์เซนอลได้ติดต่อเข้ามาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการย้ายทีมช่วงซัมเมอร์นี้ มิเกล อาร์เตตา เป็นแฟนตัวยงของนักเตะรายนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่อาร์เซนอลให้ความสนใจ” -
David Lynch สายข่าวฝั่งลิเวอร์พูล บอกว่า จากข้อมูลที่ผมได้รับมา เกฮีต้องการอยู่ต่อจนถึงช่วงซัมเมอร์ เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พิจารณาทางเลือกทั้งหมดอย่างรอบคอบ และแน่นอนว่าค่าเหนื่อยก็จะสูงขึ้นด้วย
สิ่งเดียวที่ยังคาดเดาไม่ได้ ซึ่งอาจเปลี่ยนสถานการณ์ทั้งหมด คือหากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยื่นข้อเสนอมหาศาลให้กับคริสตัล พาเลซ นั่นอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของสโมสร และรวมถึงตัว มาร์ก เกฮี เองด้วย ในกรณีนั้น ก็ไม่อาจตัดชื่อพวกเขาออกไปได้ และทุกอย่างยังคงเป็นไปได้เสมอ
-
เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังบอกว่า อาร์เซน่อล จะไม่กระโดดเข้าไปร่วมวงในการไล่ล่าตัว แอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์วัย 23 ปี ที่คาดว่าจะมีหลายทีมยักษ์ใหญ่พร้อมทุ่มเงินมหาศาลในการซื้อตัวเขาในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้
-
THE SUN รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกระโดดลงมาไล่ล่า อิกอร์ ไทจอน กองหน้าดาวรุ่งวัย 17 ปีของแบล็คเบิร์น โรเวอร์กับทางฝั่งอาร์เซน่อล ที่ให้ความสนใจในตัวนักเตะรายนี้เช่นกัน
-
เจมส์ แม็คนิโคลัส สายข่าวอาร์เซน่อลประจำ The Athletic เผยเบื้องหลังสัญญาใหม่ของ บูกาโย ซาก้า ทางอาร์เซนอลเชื่อว่าพวกเขาเข้าใกล้การนำความสำเร็จมามอบให้กับแฟนบอลมากกว่าที่เคยเป็นมา
ไม่ใช่แค่เพียง “เด็กปั้นตัวความหวัง” ของสโมสรอีกต่อไป ความคาดหวังคือข้อตกลงนี้จะเป็นสัญญาณของยุคสมัยใหม่ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ยุคของซาก้า ในฐานะผู้นำและซาก้าในฐานะผู้ที่จะพาสโมสรกวาดความสำเร็จ -
แกรี่ จาค็อบบ์ จาก The Times รายงานข่าวว่า สัญญาฉบับใหม่ระยะเวลา 5 ปี ของบูกาโย ซาก้า กับอาร์เซน่อล เขาจะได้รับค่าเหนื่อยระดับ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และทำให้เขาเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในทีม
หลังจากซาก้า อาร์เซน่อล มั่นใจว่าพวกเขาใกล้บรรลุข้อตกลงในการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ แบ็คขวาคนสำคัญ ได้แล้ว นอกจากนี้ อาร์เซน่อล มีแผนที่จะคุยสัญญาใหม่กับ ไค ฮาแวร์ตซ์, มาร์ติน โอเดการ์ด, มิเกล เมริโน่ และดาวิด ราย่า ที่สัญญาจะหมดในปี 2028 รวมถึง เดแคลน ไรซ์ ที่ก็มีสัญญาจนถึงปี 2028 แต่มีออปชันขยายได้อีกหนึ่งปี
เขายังบอกอีกว่าบัญชีการเงินของสโมสรอาร์เซนอลบ่งชี้ว่าสโมสรยังมีพื้นที่ทางการเงินเหลืออยู่ ตราบใดที่ยังสามารถรักษารายได้ประจำจากศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเอาไว้ได้แม้ว่าค่าใช้จ่ายด้านค่าเหนื่อยของสโมสรจะเพิ่มขึ้นจาก 235 ล้านปอนด์ เป็น 328 ล้านปอนด์ ตามงบการเงินล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคิดเป็นเพียงประมาณ 53% ของรายได้รวมทั้งหมด 616 ล้านปอนด์เท่านั้น
สโมสรมีรายได้ราว 97 ล้านปอนด์ จากการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว นอกจากนี้ยังได้รับเงินอีก 171.5 ล้านปอนด์ จากการจบอันดับสองในพรีเมียร์ลีก
-
Hand Of Arsenal สายข่าววงในของอาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ จะกลับมามีชื่อในทีมที่จะลงพบกับพอร์ทสมัธในคืนนี้ และเขาพร้อมแล้วที่จะลงเล่น หล้งจากเจ็บยาวมาตั้งแต่เกมส์แรกของฤดูกาล
-
Telegraph รายงานข่าวว่า โธมัส กรอนเนมาร์ก เข้าร่วมกับอาร์เซนอลในฐานะที่ปรึกษาด้านการทุ่มบอล เพื่อช่วยสโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก โค้ชชาวเดนมาร์กใช้ระบบที่ซับซ้อนในการเปลี่ยนจังหวะทุ่มบอลให้กลายเป็นโอกาสในเกมรุกและเป็นเครื่องมือในการครองบอล
ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลทำประตูจากลูกเตะมุมไปแล้ว 12 ประตู แต่สโมสรเชื่อว่าการทุ่มบอลยังเป็นพื้นที่เชิงแท็กติกที่ถูกมองข้ามและยังมีคุณค่าอีกมาก
-
ร็อบ โฮลดิ้ง อดีตกองหลังของอาร์เซน่อล เปิดเผยว่า มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล เป็นคนที่จริงจังมากๆ และเมื่อลูกทีมแสดงอะไรที่ยังไม่ดีพอออกมา สายตาของกุนซือหนุ่มชาวสเปนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเห็น
เขาเล่าให้ฟังว่า: “อาร์เตตามีสายตาแบบนั้น ที่พอเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเขาจริงจัง และสิ่งที่คุณทำออกมายังไม่ดีพอ ผมเคยโดนสายตาแบบนี้มาหลายครั้ง และผมคิดว่าใครก็ตามที่บอกว่าไม่เคยโดน คงโกหกแน่นอน มันเป็นสายตาที่น่ากลัวมาก และไม่มีพื้นที่ให้กับความหย่อนยานหรือความบกพร่องใดๆ เลย”
-
The Athletic อาร์เซนอล ทีมหญิง ถูกคาดหมายว่าจะเป็นตัวเต็งหลักในการคว้าตัว จอร์เจีย สแตนเวย์ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากเธอยืนยันแล้วว่าจะอำลาบาเยิร์น มิวนิค เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงหลังจบฤดูกาลนี้
-
อาร์เซน่อล ทีมหญิง ทำได้เพียงแค่เปิดบ้านเสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 ในเกมส์เอฟเอ วีเมนส์ซุปเปอร์เมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้อาร์เซน่อลยังรั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน ตามหลังจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 7 คะแนน และแข่งมากกว่า 1 นัด นับว่าโอกาสคว้าแชมป์น่าจะเป็นเรื่องยากแล้ว
ปัญหาของทีมฟุตบอลหญิงของอาร์เซน่อล ในลีกฤดูกาลนี้ ชัดเจนคือ เกมส์รุก เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้แค่ 11% เท่านั้น -
อาร์เซน่อล U18 เปิดบ้านแพ้เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ในเกมส์ลีกเมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้พวกเขายังรั้งอยู่อันดับ 10 (จาก 15 ทีม) ของพรีเมียร์ลีก U18 โซนใต้
-
เดแคลน ไรซ์ สตาร์ของอาร์เซนอล ถูกสั่งห้ามขับรถ หลังถูกจับได้ว่าขับรถเร็วเกินกำหนดถึงสองครั้งในสัปดาห์เดียว บนถนนสายเดียวกัน ขณะขับรถ Land Rover มูลค่า 40,000 ปอนด์ของเขา
กองกลางค่าตัว 105 ล้านปอนด์ วัย 26 ปี ถูกจับความเร็วได้ที่ 37 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเขตจำกัดความเร็ว 30 ไมล์ต่อชั่วโมง บนถนน A217 ใกล้บ้านหรูมูลค่าหลายล้านปอนด์ของเขาในซาร์รี เมื่อวันที่ 3 มกราคม เพียง 5 วันต่อมา คือวันที่ 8 มกราคม กองกลางรายนี้ถูกจับได้อีกครั้งว่าขับด้วยความเร็ว 49 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเขตจำกัด 40 ไมล์ต่อชั่วโมง บนถนนสายเดิม
แข้งทีมชาติอังกฤษ ซึ่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์มูลค่า 3 ล้านปอนด์ในซาร์รี ไม่ได้เดินทางไปปรากฏตัวที่ศาลแขวงครอว์ลีย์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ถูกปรับเงินจำนวน 2,185 ปอนด์
-
-
-
เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังจาก The Athletic รายงานข่าวว่า บูกาโย ซากา ได้ฝากอนาคตของเขาไว้กับอาร์เซนอลเรียบร้อยแล้ว หลังตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่ที่ดีขึ้น เป็นระยะเวลา 5 ปี
เดิมที ซากามีสัญญาอยู่กับสโมสรจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2027 แต่การเจรจาเกี่ยวกับการขยายสัญญาได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้เงื่อนไขใหม่กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการสรุป สัญญาฉบับใหม่นี้จะผูกมัดปีกทีมชาติอังกฤษวัย 24 ปี ให้อยู่ค้าแข้งในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม ไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2031 ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับทีมของมิเกล อาร์เตตา
หากซากาเป็นนักเตะที่สามารถย้ายทีมได้ เขาจะเป็นที่ต้องการของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วโลกอย่างแน่นอน แต่ทุกฝ่ายรู้ดีว่าเขาสนใจเพียงแค่การอยู่กับสโมสรที่เขาเติบโตมานับตั้งแต่เยาวชนเท่านั้น
ข้อตกลงฉบับล่าสุดนี้จะอยู่ในระดับที่สะท้อนถึงสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป รวมถึงบทบาทสำคัญของเขากับทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกปี 2026 อีกด้วย
-
ซามี่ ม็อกเบล นักข่าวจาก BBC เปิดเผยว่า สัญญาฉบับใหม่ของ บูกาโย ซาก้า จะทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของสโมสรอาร์เซน่อล
-
อเล็กซ์ ฮอลเวลล์ นักข่าวจาก BBC บอกว่า อีธาน วาเนรี แนวรุกวัย 18 ปี มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะประสบความสำเร็จกับอาร์เซน่อล และในเวลานี้ทั้งสโมสรและตัวนักเตะเอง ไม่ได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการปล่อยยืมตัวในช่วงตลาดเดือนมกราคมนี้ มีความรู้สึกภายในว่า วาเนรี จะได้เรียนรู้และพัฒนามากกว่า จากการได้อยู่ท่ามกลางการแข่งขันลุ้นแชมป์ที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้ มากกว่าจะไปหาโอกาสลงเล่นกับสโมสรอื่น
-
ไรอัน เทย์เลอร์ นักข่าวจาก Daily Miror บอกว่า เปียโร่ อินคาปิเอ้ กองหลังของอาร์เซน่อล จะเข้ารับการตรวจอาการบาดเจ็บอย่างละเอียดกับทีมแพทย์ ท่ามกลางความกังวลว่านักเตะจะมีอาการตึงบริเวณกล้ามเนื้อต้นขา ในจังหวะที่เร่งสปีดวิ่ง ซึ่งเราได้เห็นเขาพันผ้าบริเวณต้นขามาตั้งแต่เกมส์ชนะแอสตัน วิลล่า 4-1 เมื่อช่วงปลายปีก่อน
-
Jack Rosser นักข่าวจากเดอะซัน รายงานข่าวว่า อาร์เซนอลกำลังจับตาดู ติโน ลิฟราเมนโต อย่างใกล้ชิด โดยมีการประเมินค่าตัวเบื้องต้นสูงถึงราว 60 ล้านปอนด์
ลิฟราเมนโตถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันแย่งตัวระหว่าง อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ดาวเตะรายนี้ยืนยันเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า เขา ยังไม่ได้อนุญาตให้มีการเจรจาใดๆ เกี่ยวกับการต่อสัญญา กับต้นสังกัด อย่างไรก็ตาม เป็นที่เข้าใจกันว่า การบรรลุข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่ยังคงเป็น หนึ่งในลำดับความสำคัญของผู้บริหารนิวคาสเซิล
ด้าน มิเกล อาร์เตต้า กำลังมองหาการ เสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ เป็นหลักในแผนงานของอาร์เซนอล โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเสริมในตำแหน่งแบ็คขวา
-
ฟลอเรียน แพตเทนแบร์ก นักข่าวดังจากสกายเยอรมัน บอกว่า อาร์เซน่อล กับเอซี มิลาน สองทีมยักษ์ใหญ่ ได้มีการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับ โรเมโอ ริตเตอร์ เซนเตอร์แบ็คอนาคตไกลวัย 17 ปีของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตอนนี้อนาคตของเจ้าหนูรายนี้กำลังถูกจับตามองว่าเขาจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมเสือเหลืองหรือไม่ โดยสัญญาปัจจุบันมีอยู่จนถึงปี 2027
-
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ไม่ต้องเผชิญกับการดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอ หลังจากแนวรุกของอาร์เซน่อล พยายามผลัก คอนเนอร์ แบรดลี่ย์ แบ็คขวาของลิเวอร์พูล ที่ได้รับบาดเจ็บออกจากสนาม ระหว่างเกมส์พรีเมียรืลีกเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินในเกมส์ดังกล่าวได้ให้ใบเหลืองกับมาร์ติเนลลี่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามไปแล้ว เขาจะไม่ได้รับบทลงโทษใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งภายหลัง มาร์ติเนลลี่ ก็ได้โพสต์ความผ่านอินสตราแกรมส่วนตัวในการขอโทษ แบรดลี่ย์ ไปเป็นที่เรียบร้อย
-
OFFICIAL - เรเน่ สเลเกอร์ส เฮดโค้ชของอาร์เซนอล ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร ยาวไปจนถึงปี 2029 สัญญาฉบับเดิมที่สเลเกอร์สตกลงไว้ตอนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเฮดโค้ชถาวรเมื่อเดือนมกราคม 2025 มีกำหนดจะหมดลงเมื่อจบฤดูกาลนี้
“ฉันดีใจมากที่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับที่นี่ เพราะฉันเชื่อว่าเรายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องประสบความสำเร็จร่วมกัน ทั้งในฤดูกาลนี้และในปีต่อ ๆ ไป” สเลเกอร์สกล่าวในแถลงการณ์ของสโมสร
อาร์เซนอลยังประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า โจดี เทย์เลอร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมฟุตบอลหญิง อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษวัย 39 ปีรายนี้ เคยมีช่วงเวลาค้าแข้งกับสโมสรถึงสองครั้ง ก่อนจะผันตัวมารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริการเทคนิค หลังจากประกาศเลิกเล่นในปี 2023แคลร์ วีทลีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลหญิงของสโมสร กล่าวว่า เทย์เลอร์จะ “ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้า” ในบทบาทใหม่ของเธอ
“จากรากฐานอันแข็งแกร่งที่มีอยู่แล้ว เราต้องการต่อยอดและหล่อหลอมสภาพแวดล้อมแห่งประสิทธิภาพสูง ที่ซึ่งนักเตะ เรเน่ และทีมงานทั้งหมด จะมีเครื่องมือที่เหมาะสมและสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างผลงานในระดับสูงสุด” เทย์เลอร์ กล่าว
-
-
เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวดังของ The Athletic รายงานข่าวว่า อาร์เซนอลยังคงให้ความสนใจในตัว มาร์ค เกฮี กัปตันทีมคริสตัล พาเลซ มาอย่างยาวนาน โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกแนวรับสำหรับตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์
ทีมจากลอนดอนเหนือได้มีการหารือภายในเกี่ยวกับการเดินหน้าคว้าตัวแนวรับทีมชาติอังกฤษรายนี้ และเป็นหนึ่งในหลายสโมสรที่ได้ติดต่อกับตัวแทนของเกฮีแล้ว
ลิเวอร์พูลยังคงอยู่ในข่ายเช่นกัน แต่เป็นความสนใจที่เชื่อมโยงกับช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ ไม่ใช่ตลาดปัจจุบัน เนื่องจากสัญญาของเกฮีจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายน
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา The Athletic รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังพิจารณาว่าจะเร่งเดินหน้าคว้าตัวเกฮีในเดือนมกราคมหรือไม่ หลังจากที่ ยอสโก กวาร์ดิโอล และ รูเบน ดิอาส ได้รับบาดเจ็บในเกมล่าสุดกับเชลซี
ความสนใจของแมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นหลังมีข่าวว่า กวาร์ดิโอล จะต้องพักหลายเดือน ขณะที่ดิอาสอาจต้องพักยาวถึง 6 สัปดาห์ และจอห์น สโตนส์ ก็พักรักษาตัวมาตั้งแต่เดือนธันวาคมแล้ว ซิตี้จึงเรียกตัว แม็กซ์ อัลเลย์น แนวรับจากอะคาเดมีที่ปล่อยยืมให้วัตฟอร์ดกลับมา และเขาได้ออกสตาร์ทร่วมกับ นาธาน อาเก้ ในเกมเสมอไบรท์ตัน 1-1 เมื่อวันพุธ -
PREMIER LEAGUE LEAGUE 2025/26
Arsenal 0 - 0 Liverpool
Thu 8 January 2025, 03.00 น.
GOAL:

ดูบอลสดฟรี
บอลสด
ดาบิด ราย่า: 6.0
ไม่ได้มีจังหวะต้องออกแรงเซฟอะไร ลิเวอร์พูลยิงบอลไม่เข้ากรอบเลย ใกล้เคียงสุดก็คงเป็นจังหวะที่ราย่า เล่นกั๊กกับซาลิบา แล้วลิเวอร์พูลเก็บตกได้ แต่ยิงไปชนคาน
กาเบรียล มากัลเญส: 7.0
กาเบรียลยังคงทำได้ดีในจังหวะเล่นเกมส์ป้องกันในกรอบเขตโทษยังดีอยู่ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่บอลหลุดมาทางกราบซ้ายบ่อยขึ้น แต่จังหวะเปิดเข้ามากาเบรียลก็ยังเอาอยู่ รวมถึงจังหวะบล็อกลูกยิง หลายครั้งก็มาติดตรงเขานี่แหละ ทดเจ็บเกือบจะเป็นฮีโร่ จากลูกตั้งเตะ แต่จังหวะโหม่งไม่ถนัด
วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0
ซาลิบา ขยับดันขึ้นมาจ่ายบอลถึงในแดนลิเวอร์พูลอยู่ตลอด และมีจังหวะจ่ายทะลุช่องสวยๆ อยู่ 2-3 หน ครึ่งแรกมีจังหวะสื่อสารไม่ดีกับราย่า หวิดทำทีมเสียประตู แต่จังหวะอื่นซาลิบาก็ป้องกันได้เป็นอย่างดี
เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0
จังหวะเติมเกมส์รุกของอินคาปิเอ้ก็ยังเหมือนเดิม คือ เขาไม่ค่อยกล้าที่จะเล่นเอง เขามักจะเลือกจ่ายคืนหลัง เกมส์รับก็ยังถือว่าทำได้ดี แต่ต้นครึ่งหลังเขามีปัญหาบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว
ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 6.5
ทิมเบอร์สลับตำแหน่งเข้าด้านใน และหาพื้นที่สอดไปรับบอลที่เส้นหลังได้ดีหลายครั้ง แต่จังหวะเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษมันไม่เข้าจุดโฟกัสกับเพื่อน
มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.0
ครึ่งแรกซูบิเมนดี้ เก็บบอลจังหวะสองได้ดี ทำให้ทีมสามารถครองบอลบุกได้ต่อเนื่อง แล้วก็มีจังหวะที่ขยับดันสูงขึ้นไปบ้าง แต่จังหวะมันไม่ลงตัว ครึ่งหลังพยายามจะเร่งเอาบอลขึ้นไปข้างหน้า แต่บางครั้งก็เร่งจนจ่ายให้เพื่อนเล่นยากไปหน่อย
เดแคลน ไรซ์: 6.0
ไรซ์ไม่ได้โดดเด่นเหมือนที่เคย การเก็บบอลจังหวะสองทำได้น้อยมาก โดยเฉพาะครึ่งหลังกลายเป็นลิเวอร์พูลที่เก็บบอลมาครองได้ตลอด คนพลังงานเยอะแบบไรซ์ก็ยังเร่งไม่ขึ้น
มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (C)
พยายามที่จะเข้าไปสร้างสรรค์เกมส์บริเวณฮาร์ฟสเปซ แต่การจ่ายเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายของโอเดการ์ดทำได้น้อยมาก ส่วนครึ่งหลังก็หายไปจากเกมส์เลย
เลอันโดร ทรอสซาร์: 5.5
วันนี้อิมแพ็คในเกมส์รุกของทรอสซาร์มีไม่ค่อยมากนัก การประสานงานทั้งฝั่งซ้ายดูไม่ไหลลื่น มีหนเดียวที่หลุดไปเปิดได้
บูคาโญ ซาก้า: 6.0
ช่วง 15-20 นาทีแรก ซาก้ามีบทบาทและได้บอลในพื้นที่สุดท้ายต่อเนื่อง มีจังหวะที่เลี้ยงหลบสองคนหลุดทะลุไปถึงกรอบเขตโทษ แต่จังหวะเปิดย้อนหลังซูบิเมนดี้ ครึ่งหลังซาก้าจังหวะดวลหนึ่งต่อหนึ่งเริ่มชนะไม่ได้เหมือนกัน
วิคตอร์ เยอเคเรส: 4.0
ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรน้อยมากๆ เยอเคเรสจมหายไประหว่างคู่เซนเตอร์ของลิเวอร์พูล ไม่ได้พยายามที่จะวิ่งหาที่ว่าง หรือถอยลงมาเชื่อมเกมส์ เยอเคเรสได้จับบอลสามารถนับครั้งได้
ตัวสำรอง:
ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 4.0 (นาทีที่ 57, อินคาปิเอ้)
ตั้งแต่เปลี่ยนลงมา เกมส์รับของทีมยวบไปเลย ไมล์สไม่ตื่นตัว และปล่อยให้ฟริมปงเลี้ยงผ่านง่ายๆ ไม่ต่างจากกรายจราจรเลย เหมือนไม่ได้พกหัวใจลงมาเล่นเลย น่าผิดหวังมาก
กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 64, เยอเคเรส)
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.0 (นาทีที่ 64, ทรอสซาร์)
โนนี่ มาดูเอเก้: 6.0 (นาทีที่ 78, ซาก้า)
เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0 (นาทีที่ 78, โอเดการ์ด) -
-
Isaan Khan สายข่าวอาร์เซน่อลของ Daily Mail ออกมาเปิดเผยว่า เลอันโดร ทรอสซาร์ เคยต้องการขยายสัญญากับอาร์เซนอลออกไปเกินปี 2027 แต่สุดท้ายแล้ว มิเกล อาร์เตต้าเป็นคนโน้มน้าวให้เขาอยู่ต่อ พร้อมกับการปรับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น
ก่อนจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ ทรอสซาร์ ได้รับแจ้งอย่างชัดเจนว่า บทบาทของเขามีแนวโน้มจะเป็นผู้เล่นสำรองมากกว่าตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนั้นสะท้อนให้เห็นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลนี้ เมื่อปีกชาวเบลเยียมถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองเพียง 2 ครั้งจาก 4 เกมลีกแรก อย่างไรก็ตาม ทรอสซาร์ กลับมาพิสูจน์ตัวเอง จนกลายเป็นปีกซ้ายตัวหลักของอาร์เตต้าในเวลาต่อมา
อาร์เตต้าประทับใจอย่างมากกับสปิริตการแข่งขันของทรอสซาร์ โดยเฉพาะเวลาที่เขาไม่ได้ลงเล่น เขาจะมีอารมณ์หงุดหงิดและเดือดดาลมากเป็นพิเศษ อาร์เตต้ากล่าวถึงทรอสซาร์ดว่า “เขาอยากเป็นคนที่ดีที่สุดอยู่เสมอ และเมื่อเขาไม่ได้มีส่วนร่วม เขาจะไม่มีความสุขเลย”
“แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ขับเคลื่อนเขา เขามีความกระหาย มีความโกรธในตัวแบบที่บอกว่า ‘เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดู’ ผมรักสิ่งนั้นในตัวเขา”
มิเกล อาร์เตต้า กล่าวถึงทรอสซาร์ ซึ่งมีสัญญากับทีมถึงซัมเมอร์ปี 2027 ว่า “สำหรับผม เรื่องการปล่อยเขาออกจากทีมเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่มีพื้นที่ให้พูดถึงเรื่องนั้นเลย ผมรู้จักเขาดี และกับนักเตะระดับพิเศษแบบเขา เขาเป็นผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างให้กับเราได้อย่างมาก”แทนที่จะขายออกไป อาร์เซนอลเลือกปรับปรุงค่าเหนื่อยของทรอสซาร์ให้ดีขึ้น แม้ว่าสัญญาปัจจุบันของเขาจะยังมีผลถึงซัมเมอร์ปี 2027 ก็ตาม
-
James Benge นักข่าวจาก CBS Sport เปิดเผยว่า กาเบรียล มาร์ติเนลลี ปฏิเสธการย้ายออกจากอาร์เซนอลเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เป็นไปได้ที่เขาอาจจะถูกปล่อยตัวออกไปในซัมเมอร์ปี 2026 เมื่อ อันเดรีย แบร์ต้า กำลังมองหาการเซ็นสัญญาแนวรุกคนใหม่เข้ามาเพิ่ม
“จากการทำข่าวของผมในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเขาคิดรอบคอบมาก เขามองว่าด้วยเป้าหมายในการติดทีมชาติบราซิลและพิสูจน์ตัวเองในฟุตบอลโลก การย้ายทีมในปี 2025 อาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดที่สุด และอาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม”
“อันเดรีย แบร์ตา ต้องการเซ็นสัญญากับแนวรุกคนใหม่ในปี 2026 ซึ่งอาจทำให้เวลาลงสนามของมาร์ติเนลลีน้อยลงไปอีก”
“บางทีเมื่อผ่านรอบฟุตบอลโลกไปแล้ว ถ้าเขามีฟุตบอลโลกที่ยอดเยี่ยม ก็อาจมีบางทีม อย่างเช่น บาเยิร์น มิวนิค หรือทีมระดับท็อปไม่กี่ทีม ที่อาจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและสอบถามเกี่ยวกับตัวมาร์ติเนลลี”
-
มิเกล อาร์เตตา ถูกถามว่าเหตุใด เอเบเรซี่ เอเซ่ จึงยังถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่ “ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ” ทั้งที่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมลงสนามมากนัก:
“เพราะระดับความมุ่งมั่นของเขายิ่งสูงขึ้น วิธีการฝึกซ้อมในทุก ๆ วัน และความกระหายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อเปลี่ยนความคิดของผม และให้เหตุผลกับผมในการส่งเขาลงเล่นมากขึ้น
สิ่งที่เขานำมาสู่ทีมมันยอดเยี่ยมมาก และนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย มันอาจฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ควรคาดหวังได้ แต่ด้วยระดับของนักเตะที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ มันไม่ง่ายเลยจริงๆ และผมมั่นใจมากว่าเราจะได้เห็นเอเซ่ ในเวอร์ชันที่ยอดเยี่ยมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”
อาร์เตตา ถูกถามว่าการมาของ เอเซ่ ที่อาร์เซนอลช่วยยกระดับฟอร์มของมาร์ติน โอเดการ์ดหรือไม่: เขากล่าวว่า: “ใช่ แต่ผมคิดว่าเราสามารถมองภาพรวมไปถึงทุกตำแหน่งในทีมได้เลย และนั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำจากการมาของเปียโร่ (อินคาปิเอ้) และคริสเตียน (มอสเกร่า)บางทีนักเตะอาจไม่ได้คาดหวังระดับผลงานที่สูงขนาดนี้จากเขา แต่สิ่งนั้นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ และเอเซ่ ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะตอนที่เขาได้ลงเล่น หรือแม้แต่ตอนที่เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนักก็ตาม
และนี่คือคุณภาพที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งที่เรามีในทีม ซึ่งเราต้องให้การยอมรับ เพราะมันช่วยให้นักเตะคนอื่นๆ สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ และทุกคนก็มีความสุข เพราะทีมกำลังทำผลงานได้ดีและเก็บชัยชนะได้”
เมื่อถูกถามว่า การใส่ เอเบเรชี เอเซ่ ลงทีมก่อนเกมเจอลิเวอร์พูลเป็นปัญหาเรื่องตำแหน่งหรือไม่ อาร์เตต้า กล่าวเสริมว่า “มันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่เขามีกับผู้เล่นรอบตัวเขา และลักษณะของเกมที่เราจำเป็นต้องเล่นก็จริงที่เขามักจะถูกขยับไปเล่นทางฝั่งซ้ายมากกว่า ไม่ว่าจะยืนกว้างหรือเล่นในพื้นที่ว่างระหว่างไลน์ แต่เขาก็เคยมีเกมที่ยอดเยี่ยมทางฝั่งขวาเช่นกัน เขาเป็นนักเตะที่ฉลาด และมีคุณภาพมากพอที่จะเล่นได้ในทุกพื้นที่
ผมให้ความสำคัญกับการตัดสินใจว่าจะให้เขาเล่นตรงไหน โดยดูจากผู้เล่นรอบตัวเขามากกว่าการยึดติดกับตำแหน่งของเขาเอง”
-
Indepent รายงานข่าวว่า บอร์นมัธ ต้องการยืมตัว อีธาน วาเนรี แนวรุกดาวรุ่งวัย 18 ปีของอาร์เซน่อล ซึ่งทางอาร์เซน่อลก็เปิดทางสำหรับการย้ายแบบยืมตัวเพื่อโอกาสในการลงสนามที่มากขึ้นในช่วงที่เหลือของฤดูกาล อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวใกล้ชิดกับนักเตะมองว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้น
เข้าใจว่า วาเนรี รู้สึกว่าเขาสามารถเรียนรู้จากการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่กำลังลุ้นแชมป์อย่างจริงจังในตอนนี้ และเขาก็พอใจกับการรอคอยโอกาสอย่างอดทน แล้วพร้อมประเมินสถานการณ์ของตัวเองอีกครั้งเมื่อจบฤดูกาล
-
มิเกล อาร์เตต้า พอใจมากๆ กับการปรับตัวของ เปียโร่ อินคาปิเอ้ กองหลังที่ยืมตัวมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เขาบอกว่า: "ผมประทับใจมาก เพราะชัดเจนว่าเขาเข้ามาในช่วงท้ายของตลาด ไม่มีเวลาปรีซีซั่น แถมเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาอีกด้วย แต่เขาทำได้ยอดเยี่ยมกับทุกสิ่งที่เราขอให้เขาทำ เขาตอบสนองได้ครบถ้วน และทำได้ดีในหลายบทบาทอีกด้วย"
-
อาร์เตต้า ออกมายืนยันว่า คริสเตียน มอสเกร่า และริคาร์โด้ คาลาฟิออรี สองแนวรับยังไม่หายเจ็บกลับมาลงเล่นในเกมส์กับลิเวอร์พูลคืนนี้ ส่วน ไค ฮาแวร์ตซ์ กลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ทีมอาจไม่เร่งรีบในการคืนสนามของดาวยิงรายนี้
-
โธมัส แฟรงค์ ผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ถูกผู้สื่อข่าวถามหลังเกมส์ที่บุกไปแพ้บอร์นมัธ 3-2 เมื่อมีภาพที่เขากำลังถือแก้วกาแฟที่มีโลโก้ของอาร์เซน่อลอยู่ เขากล่าวว่า: "ผมยืนยันเลยว่าผมไม่ได้สังเกตเห็นจริงๆ ถ้าผมรู้ ผมคงไม่หยิบมันมาแน่นอน มันคงเป็นเรื่องโง่อย่างมากที่ทำแบบนั้น ทั้งๆ ที่รู้"
"มันค่อนข้างน่าเศร้าที่ในวงการฟุตบอล ผมต้องมาถูกถามเรื่องแบบนี้ ผมไม่มีวันทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นเด็ดขาด ผมคิดว่าเรากำลังเดินไปผิดทางแล้ว ถ้าเราต้องมานั่งกังวลว่าผมถือแก้วที่มีโลโก้ของอีกสโมสรหนึ่ง แน่นอน ผมไม่มีวันทำแบบนั้น มันโง่มากจริงๆ"
-
Isaan Khan สายข่าวอาร์เซน่อลของ Daily Mail ออกมาเปิดเผยว่า เลอันโดร ทรอสซาร์ เคยต้องการขยายสัญญากับอาร์เซนอลออกไปเกินปี 2027 แต่สุดท้ายแล้ว มิเกล อาร์เตต้าเป็นคนโน้มน้าวให้เขาอยู่ต่อ พร้อมกับการปรับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น
-
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกที่อาร์เซน่อล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ในคืนวันพฤหัสบดีนี้
คาลาฟิออรี กับมอสเกร่า:
“ผมคิดว่าอีกไม่นานพวกเขาจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการฟื้นฟูร่างกาย และถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ก็หวังว่าในเร็ว ๆ นี้พวกเขาจะพร้อมสำหรับการถูกเลือกลงสนาม”
ฮาแวร์ตซ์จะพร้อมกลับมาเมื่อไหร่?
“เรากำลังติดตามภาระการใช้งานของเขาอย่างใกล้ชิด เขาห่างหายจากสนามไปนานมาก วันนี้เขากลับมาซ้อมอีกครั้ง และหวังว่าอีกไม่นานเราจะได้เห็นเขาพร้อมลงเล่น และเป็นไค ฮาแวร์ตซ์ ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด”การเจอกับลิเวอร์พูล:
“ผมตื่นเต้นมาก เป็นเกมใหญ่กับแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด และเรามีบางอย่างที่ต้องพิสูจน์ เราจะได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลของเราเอง ผู้สนับสนุนจะมาเต็มตั้งแต่ก่อนสองทุ่ม ทุกคนช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม และผมก็ตั้งตารอเกมนี้มากจริงๆ”
“พวกเขามีผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมมาก มีโครงสร้างการทำงานที่ยอดเยี่ยม และมีความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าควรทำอะไรกับนักเตะที่พวกเขาจะเลือกลงเป็นตัวจริงในวันพรุ่งนี้ พวกเขาสามารถเล่นได้หลากหลายรูปแบบ เพราะท้ายที่สุดแล้วสิ่งนั้นจะทำให้พวกเขามีความแตกต่าง และมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นในแง่ของสิ่งที่เราคาดว่าจะต้องเจอในวันพรุ่งนี้ เราจำเป็นต้องตระหนักถึงเรื่องนั้นให้ดี และจากนั้นก็โฟกัสไปที่สิ่งที่เราต้องทำให้ได้”
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ยังต้องพิสูจน์:
“พวกเรา (อาร์เซนอล) เป็นจ่าฝูงของตาราง เราได้เล่นในบ้าน เจอกับคู่แข่งที่ดีมาก ๆ และเราต้องการรักษาตำแหน่งนั้นเอาไว้ และเพื่อที่จะทำแบบนั้นได้ เราจำเป็นต้องเล่นให้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกมเพื่อคว้าชัยชนะ นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องพิสูจน์”
เรียกร้องให้แฟนบอลเตรียมพร้อมสำหรับเกมส์นี้:
“แฟนบอลของเรายอดเยี่ยมมากอีกครั้งในฤดูกาลนี้ และมันสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาล เราจะกลายเป็นทีมที่แตกต่างออกไป ระดับพลังงาน ความทุ่มเท ความมั่นใจ และความกระหายที่เราสามารถแสดงออกมาในการตอบสนองต่อเกมนั้น ถูกส่งต่อมาจากพวกเขา และเราต้องการพวกเขาในวันพรุ่งนี้ สำหรับทุกจังหวะของบอล”นี่คือทีมอาร์เซนอลที่ดีที่สุดที่เขาสร้างขึ้นมาหรือไม่:
“ผมไม่รู้เหมือนกันนะ ผมไม่ค่อยชอบการเปรียบเทียบเท่าไร และผมคิดว่าทุกสัปดาห์ทีมก็แตกต่างกันไป เพราะผู้เล่นที่พร้อมลงสนามไม่เหมือนกัน ตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการรักษาสิ่งดี ๆ ทั้งหมดที่ทีมกำลังทำอยู่ รวมถึงฟอร์มของนักเตะแต่ละคน และความสม่ำเสมอจะเป็นกุญแจสำคัญของทุกอย่างนี้เรารู้ดีว่าทุกเกมมีความยากแค่ไหน และเรากำลังเผชิญกับมันด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก เข้าใจดีว่าเรายืนอยู่ตรงไหนในตอนนี้ และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะไปให้ถึงสิ่งที่เราต้องการทำให้สำเร็จในเดือนพฤษภาคม”
ทรอสซาร์เป็นนักเตะยอดเยี่ยมเดือนธันวาคม
“ผมคิดว่าความเข้าใจเกมและความสม่ำเสมอของเขา เขามีความสามารถอยู่แล้ว แต่ระดับความสม่ำเสมอที่เขาแสดงออกมาในฤดูกาลนี้เป็นพิเศษจริง ๆ ผมคิดว่าเขายอดเยี่ยมมาก ผมคิดว่าเขาเข้ากับทีมได้อย่างลงตัวในทุกมิติของเกม และเป็นนักเตะที่มอบบางสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว” -
ในอีกเส้นทางหนึ่งของชีวิต เกมส์ถัดไปของอาร์เซนอลอาจแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงสำหรับ มาร์ติน ซูบิเมนดี
หากเขาตัดสินใจย้ายไปลิเวอร์พูลตามข้อเสนอในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนอาจได้ลงสนามที่เอมิเรตส์ สเตเดียม คืนวันพรุ่งนี้ (พฤหัสบดี) ในฐานะทีมเยือน แต่สุดท้ายเขาเลือกอยู่กับสโมสรในวัยเด็กอย่าง เรอัล โซเซียดัด ต่อไป หนึ่งปีให้หลัง เขาย้ายมาร่วมทีมอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราว 65 ล้านยูโร (ประมาณ 55.8 ล้านปอนด์ / 76.6 ล้านดอลลาร์)
ก่อนที่ซูบิเมนดีจะย้ายมานอร์ทลอนดอน บทสนทนาส่วนใหญ่โฟกัสไปที่สิ่งที่เขาจะมอบให้ทีมในยามครองบอล ในบทบาทหมายเลข 6 จุดเด่นคือการคุมจังหวะเกมส์และการจ่ายบอลทะลุไลน์ แต่หลังผ่านไปหกเดือน ดูเหมือนว่าอีกด้านหนึ่งของเกมส์เขาจะถูกมองข้ามไปพอสมควร
ชัยชนะนอกบ้าน 3-2 เหนือบอร์นมัธ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คือภาพที่ชัดเจนที่สุดของงานเกมส์รับของเขา ซูบิเมนดีแย่งบอลคืนได้ถึง 12 ครั้ง ในเกมส์นั้น มากที่สุดของผู้เล่นอาร์เซนอลในหนึ่งนัดตลอดฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลจำนวนไม่น้อยสังเกตเห็นความดุดันในการเข้าสกัดของเขาตั้งแต่ช่วงปรีซีซัน โดยเฉพาะในเกมอุ่นเครื่องกับ แอธเลติก คลับ คู่ปรับร่วมแคว้นบาสก์ของเรอัล โซเซียดัด ซึ่งมิดฟิลด์วัย 26 ปีรายนี้ทำสถิติแท็กเกิลสูงสุดในเกมส์ถึง 4 ครั้ง (หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นหลังจากเขาโดนแตะลอดขา)
เมื่อผ่านครึ่งฤดูกาลแรกของปีเปิดตัว หากพิจารณาเฉพาะผู้เล่นอาร์เซนอลที่ลงสนามอย่างน้อย 90 นาทีไม่ต่ำกว่า 10 นัดในทุกรายการ ซูบิเมนดีอยู่อันดับ 6 ในด้านจำนวนแท็กเกิลต่อ 90 นาที (1.5 ครั้ง) และอันดับ 2 ในด้านการตัดบอล (1.2 ครั้ง)
เมื่อเทียบกับมิดฟิลด์ตัวกลางและตัวรับทั่วพรีเมียร์ลีก เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่ดุดันที่สุดยามไม่มีบอล โดยอยู่อันดับ 28 ในสถิติ “True Tackle Attempts” (สถิติที่รวมแท็กเกิลที่สำเร็จ ไม่สำเร็จ และการฟาวล์ขณะพยายามแท็กเกิล เพื่อสะท้อนความถี่ในการ “ยื่นเท้าเข้าไปแย่งบอล”)
แต่ซูบิเมนดีเลือกใช้การยืนตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อเคาน์เตอร์เพรส และมักจะอยู่ในตำแหน่งพร้อมตัดบอลของคู่แข่ง นั่นจึงทำให้เขาอยู่อันดับ 10 ในสถิติ True Interceptions ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
ในเกมส์กับบอร์นมัธ บทบาทด้านเกมส์รับของเขาแสดงให้เห็นตั้งแต่ 10 วินาทีแรกของเกมส์ เมื่อเขาขัดขวางไม่ให้ อองตวน เซเมนโย ยิงประตูจากในเขตโทษ
ตลอดทั้งเกมส์ เขาตัดบอลได้อย่างแม่นยำบริเวณเส้นกึ่งกลางสนาม หยุดเกมรุกตั้งแต่ยังไม่เริ่ม รวมถึงสกัดลูกครอสแรง ๆ ที่ถูกเปิดเข้ามาบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของอาร์เซนอล สิ่งนี้ยังเกิดขึ้นในเกมชนะ ไบรท์ตัน 2-1 เมื่อเดือนก่อน ซึ่งซูบิเมนดีช่วยทีมปิดพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม
และในเกมส์ชนะ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งอาร์เซนอลชนะด้วยสกอร์เฉือนเพียงประตูเดียว ตำแหน่งยืนของเขาก็ทำให้สามารถเคลียร์ลูกครอสต่ำที่อาจทำให้ทีมเสียสามแต้มได้อีกครั้ง
ซูบิเมนดีเป็นนักเล่นหมากรุกตัวยง ซึ่งถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางตอนที่เขาย้ายมาอาร์เซนอล เมื่ออายุ 11 ปี เขาเคยคว้าแชมป์หมากรุกเยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปีของแคว้นกีปุซโกอา บ้านเกิดของเขา เช่นเดียวกับ เอเบเรชี เอเซ นักเตะใหม่ของอาร์เซนอลอีกรายหนึ่งที่ชื่นชอบหมากรุก หลายคนอาจคิดว่าทักษะจากกระดานหมากรุกช่วยให้ซูบิเมนดีอ่านเกมส์และหลบหลีกคู่แข่งได้ดีขึ้น แต่ในเดือนพฤศจิกายน เขาเปิดเผยถึงประโยชน์ที่ลึกกว่านั้น
“มันคือเรื่องสมาธิมากกว่าสิ่งอื่นใด” เขาบอกกับ Sky Sports “หมากรุกเป็นเกมส์ที่คุณพลาดไม่ได้เลย ทั้งตัวหมากและพื้นที่ และคุณต้องมีสมาธิตลอดเวลา ฟุตบอลก็เหมือนกัน ในพรีเมียร์ลีก แค่คุณเสียสมาธิเสี้ยววินาที คู่แข่งก็ทำประตูได้ทันที ซึ่งมันเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว (จังหวะที่ ริชาร์ลิซอน ยิงตีไข่แตกในนอร์ทลอนดอนดาร์บี้)”
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าประหลาดใจในเกมส์ของซูบิเมนดี คือความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ ทั้งที่เขาสูงเพียง 180 ซม.
สถิติแสดงให้เห็นว่า เขาอยู่อันดับ 8 ในบรรดามิดฟิลด์ตัวกลางและตัวรับของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ สำหรับการชนะลูกกลางอากาศ ด้วยอัตราสำเร็จ 63.3% และหากดูเฉพาะภายในสโมสรอาร์เซนอลในทุกรายการ เขาอยู่อันดับ 6 ในจำนวนการชนะดวลกลางอากาศต่อ 90 นาที (2.2 ครั้ง) เป็นรองเพียง กาเบรียล, มิเกล เมริโน, วิลเลียม ซาลิบา, ปิเอโร ฮินคาเปีย และ ริคคาร์โด คาลาฟิออรี แต่เขามีอัตราชนะดีที่สุดในกลุ่มนั้น (64.6%)
เกมส์คัมแบ็กที่พลิกกลับแซงชนะ นิวคาสเซิล 2-1 เมื่อเดือนกันยายน แสดงให้เห็นซูบิเมนดีในฟอร์มที่ดีที่สุด เมื่อเขาโหม่งชนะ โจลินตอน (185 ซม.), นิค โวลเทมาเดอ (198 ซม.) และ แดน เบิร์น (201 ซม.) ได้
และในเกมส์แชมเปียนส์ลีกที่อาร์เซนอลชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซูบิเมนดีกระโดดโหม่งชนะ แฮร์รี เคน (188 ซม.) และ คอนราด ไลเมอร์ ก่อนจะวิ่งตามบอล แย่งคืนจากไลเมอร์ และเรียกเตะมุมที่นำไปสู่ประตูขึ้นนำ 1-0 ของอาร์เซนอล จากจูร์เรียน ทิมเบอร์
หลายคนอาจคาดหวังว่า เดแคลน ไรซ์ จะเป็นคนทำหน้าที่เหล่านี้เพียงลำพัง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมีมากกว่าแค่การเปิดทางให้ไรซ์เติมเกมส์รุก
หลังการออกสตาร์ตร่วมกันครั้งแรกในช่วงปรีซีซัน คู่กับ มาร์ติน โอเดการ์ด ในเกมส์กับแอธเลติก คลับ มิเกล อาร์เตตา กล่าวว่า “วันนี้เราเห็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่ง”
นั่นหมายถึงการที่ทั้งไรซ์และซูบิเมนดีไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง บางจังหวะไรซ์ถอยต่ำ บางครั้งเป็นซูบิเมนดี และทั้งคู่สามารถสลับตำแหน่งกันได้ในจังหวะเดียวกัน ยามไม่มีบอล ซูบิเมนดีอยู่อันดับ 1 ของอาร์เซนอลในสถิติแท็กเกิลแดนกลางต่อ 90 นาที (0.94) ขณะที่ไรซ์อยู่อันดับ 6 (0.63) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไรซ์ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า
นอกจากนี้ ไรซ์ยังโดดเด่นในการเก็บบอลจังหวะสอง มีเพียง มอยเซส ไกเซโด (เชลซี) และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) เท่านั้น ที่เก็บบอลคืนต่อการสัมผัสบอลของคู่แข่ง 1,000 ครั้ง ได้มากกว่าเขาในบรรดามิดฟิลด์พรีเมียร์ลีก ทำให้ซูบิเมนดีไม่ต้องวิ่งไล่มากนัก และสามารถโฟกัสกับการยืนตำแหน่งได้
ไรซ์ กล่าวถึงความเข้าใจกันในสนามกับซูบิเมนดีหลังเกมส์กับบาเยิร์นว่า “ปกติการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เล่นคนหนึ่งต้องใช้เวลา แต่ตั้งแต่ปรีซีซันครั้งแรกที่เราเล่นด้วยกัน ผมรู้ทันทีว่าเราจะเล่นฟุตบอลด้วยกันได้ดี”
หลังเกมส์ชนะบอร์นมัธ เขาเสริมว่า “เขาไม่ใช่ผู้เล่นที่ตัวใหญ่หรือแข็งแกร่งที่สุด แต่สมองของเขาทำให้ทีมทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม”
ครึ่งแรกในเกมส์ชนะ แอสตัน วิลลา 4-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งคู่แข่งเจาะผ่านแดนกลางได้หลายครั้ง คือภาพสะท้อนชัดเจนของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคู่นี้ไม่ได้เล่นร่วมกัน — ในกรณีนี้เกิดจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าของไรซ์
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อย ไรซ์อยู่อันดับ 3 ของอาร์เซนอลในจำนวนเวลาลงสนาม (2,018 นาที) และออกสตาร์ตไปแล้ว 22 นัด ขณะที่ซูบิเมนดีเป็นผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดของทีม ด้วยเวลา 2,111 นาที จากการเป็นตัวจริง 24 นัด โดยอาร์เตตาพยายามลดภาระด้วยการไม่ให้เขาลงซ้อมในบางวัน
หากเขาได้ออกสตาร์ตอีกครั้งในคืนวันพรุ่งนี้ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ซูบิเมนดีคงหวังจะแสดงให้ลิเวอร์พูลเห็นว่า “สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น” นั้นเป็นอย่างไร
-
สัปดาห์นี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ในระดับทีมชุดใหญ่ ถือว่าค่อนข้างเงียบ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นอย่าง กาเบรียล กลับมาจากอาการบาดเจ็บและมีส่วนร่วมในสนามได้แล้ว ภาพรวมของขุมกำลังทีมดูอยู่ในสภาพที่ดีและสมบูรณ์การเสริมทัพจะช่วยให้อาร์เซนอลไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่?
อาจจะช่วยได้ แต่ในเวลานี้พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนเป็นทีมที่จำเป็นต้องเสริมผู้เล่นอย่างเร่งด่วน
แม้ มิเกล อาร์เตตา จะยืนยันว่าอาร์เซนอลจะ “มองหาตลาดอย่างจริงจัง” ในเดือนมกราคม แต่ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมทัพ อาร์เซนอลทุ่มเงินมากกว่า 250 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อสร้างทีมที่มีทั้งความลึกและคุณภาพ เพียงพอสำหรับการลุ้นความสำเร็จในหลายรายการ และจนถึงตอนนี้ ทีมก็ดำเนินไปตามเป้าหมายนั้นได้เป็นอย่างดีพวกเขากำลังมองหาตำแหน่งหรือผู้เล่นแบบไหน?
หากอาร์เซนอลจะเสริมทีมในเดือนมกราคม นักเตะที่เข้ามาน่าจะเป็นกลุ่มดาวรุ่งที่มีศักยภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอะคาเดมี และเป็นตัวเลือกสำหรับทีมชุดใหญ่ในอนาคตอิกอร์ ไทจอน กองหน้าวัย 17 ปีของแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ยังคงอยู่ในความสนใจ ความพยายามของอาร์เซนอลในการคว้าตัวเขาเมื่อช่วงซัมเมอร์ถูกปฏิเสธไป แต่หลังจากที่นักเตะปฏิเสธสัญญาอาชีพกับทีมในแชมเปียนชิพ เขาอาจมีโอกาสย้ายทีมได้ในเดือนมกราคมนี้
มีใครบ้างที่อาจย้ายออก?
แม้อาร์เซนอลอาจรับฟังข้อเสนอสำหรับผู้เล่นที่อยู่รอบ ๆ ทีมชุดใหญ่ แต่สโมสรไม่ได้รีบร้อนที่จะปล่อยใครออกไปกิจกรรมส่วนใหญ่ในเดือนมกราคมจะเกี่ยวข้องกับนักเตะในอะคาเดมี หลังจากการยืมตัวที่ประสบความสำเร็จกับมอร์แคมบ์ ซึ่งเขาได้รับเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนของสโมสรในเนชันแนลลีกถึงสองครั้ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 20 ปีอย่าง มัลดินี คาคูร์รี ได้กลับมายังลอนดอน โคลนีย์แล้ว
สัญญายืมตัวระยะแรกของเขาสิ้นสุดลง และแม้มอร์แคมบ์ต้องการรั้งตัวเขาไว้จนจบฤดูกาล แต่ก็มีสโมสรระดับสูงกว่านั้นให้ความสนใจเช่นกัน สัญญาของคาคูร์รีกับอาร์เซนอลจะหมดลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ดังนั้นทั้งดีลยืมตัวและการย้ายทีมถาวรกำลังถูกพิจารณาสำหรับกองหลังทีมชาติแอลเบเนียรายนี้ในเดือนนี้
อีกคนหนึ่งคือ แฮร์ริสัน ดูซิแอค กองกลางวัย 19 ปี ที่อาจมองหาการยืมตัวครั้งใหม่ในเดือนมกราคม เขาย้ายไปอยู่กับเบรนทรี ทาวน์ ทีมในลีกระดับที่ห้า เมื่อเดือนธันวาคม ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งเดือน ซึ่งจะหมดลงในวันที่ 21 มกราคม และมีหลายสโมสรจากฟุตบอลลีกสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัวเขาแล้ว
-
มาร์ติน ซูบิเมนดี้ (ลงเล่น 24(1) นัด 3 ประตู 2 แอสซิท) : A (8.5 คะแนน)
ณ ตอนนี้ขอยกเป็นดีลที่เสริมทัพที่ดีที่สุดของอาร์เซน่อลประจำฤดูกาลนี้ สำหรับซูบิเมนดี้ เป็นดีลที่แฟนบอลอาร์เซน่อลอาจจะฮือฮาน้อยไปหน่อย อาจเพราะเราทราบข่าวดีลนี้กันตั้งแต่กุมภาพันธ์ว่า ซูบิเมนดี้ มาแน่ อาจจะมีเสียวๆ หน่อยตอนที่มาดริดจะเข้ามาปาดในโค้งสุดท้าย แต่ซูบิเมนดี้ยังแน่วแน่และทำตามคำมั่นสัญญาว่าเขาจะมาอยู่กับอาร์เซน่อล
ซูบิเมนดี้ เหมือนฉีกซองแล้วกินได้เลย ด้วยร่างกายที่ไม่ได้เหมือนกับโธมัส ปาร์เตย์ เบอร์ 6 คนก่อนหน้า แต่ซูบิเมนดี้ทดแทนด้วยความฉลาดในการเล่น ใช้การอ่านจังหวะในการตัดเกมส์ แทนที่จะใช้ร่างกายเข้าไปเบียดปะทะโดยตรง แล้วการมาของซูบิเมนดี้ มันเข้ากันได้แบบลงตัวกับ เดแคลน ไรซ์ ยกระดับการเล่นของไรซ์ไปอีกขั้นได้ แล้วรายละเอียดการเล่นของทั้งคู่ ยังสามารถสลับตำแหน่งไปมาได้ด้วย ถ้าหากมองว่า หนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะพาอาร์เซน่อล ประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ก็คือ การที่ซูบิเมนดี้ - ไรซ์ สามารถเล่นในมาตรฐานนี้ไปได้จนจบฤดูกาล
โนนี่ มาดูเอเก้ (ลงเล่น 9(3) นัด 3 ประตู) : B (7.0 คะแนน)
ตอนที่มีข่าวว่าอาร์เซน่อล เตรียมทุ่มเงิน 48 ล้านปอนด์ เพื่อเซ็นสัญญา โนนี่ มาดูเอเก้ มาจากเชลชี แฟนบอลอาร์เซน่อลจำนวนมากต่างร้องยี้ แต่มาถึงตรงจุดๆ นี้ มาดูเอเก้ เปลี่ยนแปลงความคิดแฟนบอลเหล่านั้นไปหมดแล้ว กับผลงานที่เขาแสดงออกมาในสีเสื้อของอาร์เซน่อล รวมถึงทัศนคติต่างๆ มัน ไม่เหมือนที่เราเคยรับรู้มาตอนสมัยที่เขาอยู่กับเชลชี
ถ้าหากโนนี่ เป็นการเซ็นสัญญามาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระซาก้า เขาสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี มีช่วงต้นซีซั่นที่ซาก้าพักยาวไปร่วมเดือน มาดูเอเก้ก็ทดแทนได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่เขาก็บาดเจ็บเข่าจนต้องพักยาวไปเกือบ 2 เดือน พอหายเจ็บกลับมา โนนี่ก็ยังรักษาฟอร์มที่ดีไว้ได้ เขาทำไป 3 ประตูในแชมเปี้ยนลีก ประตูนำ 2-1 ในนัดชนะบาเยิร์น และสองประตูในนัดบุกชนะคลับบรูซ ส่วนในลีกแม้ว่าเขายังยิงประตูหรือแอสซิทไม่ได้ แต่เวลาได้โอกาสเขาก็ปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้อย่างดีวิตตอร์ เยอเคเรส (ลงเล่น 19(4) นัด 7 ประตู 1 แอสซิท) : C+ (6.5 คะแนน)
เยอเคเรส คือดีลที่แฟนบอลรอคอยมานานกับการเสริมทัพผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ที่สุดท้ายก็มาสักที แต่ผ่านไปครึ่งฤดูกาล กับการทำ 7 ประตู มันอาจจะต่ำกว่าสิ่งที่แฟนบอลคาดหวังไปสักหน่อย แต่เยอเคเรส ก็ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับแนวรุกของอาร์เซน่อล กับการเป็นตัวที่ค้ำ หรือยึดคู่เซนเตอร์ของคู่แข่งเอาไว้ เปิดโอกาสให้ผู้เล่นแนวรุกรอบข้าง มีพื้นที่เล่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตามเยอเคเรส ก็ยังต้องยกระดับผลงานของตัวเองขึ้นมาในอีกหลายด้าน ทั้งเรื่องแรงปะทะเมื่อต้องชนกับเซนเตอร์ในพรีเมียร์ลีก การเคลื่อนที่หาช่องในกรอบเขตโทษ การจับบอลแรก และความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีม จริงๆ มันมีช่วงที่เราเริ่มเห็นเยอเคเรส กำลังปรับตัวได้ดีขึ้น แต่เขาก็มาเจ็บในเกมส์กับเบิร์นลี่ย์ จนหายไปเกือบเดือน พอกลับมา มันก็เหมือนจังหวะที่ต้องมาปรับกันใหม่อีกรอบ ก็หวังว่าครึ่งซีซั่นหลังเยอเคเรสจะพัฒนาฟอร์มให้ดีขึ้นกว่านี้
คริสเตียน มอสเกร่า (ลงเล่น ) : B (7.0 คะแนน)
เป็นดีลที่แฟนบอลไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับเซนเตอร์ทีมชาติสเปน U21 แต่เริ่มซีซั่น มอสเกร่า ก็ฉายแววขึ้นมาทันที เมื่อ วิลเลี่ยม ซาลิบา มีปัญหาบาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกมส์ที่บุกไปเยือนลิเวอร์พูล แล้วมอสเกร่า ต้องลงเล่นแทนในเกมส์บิ๊กแมตซ์ แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความนิ่ง ไม่ได้มีอาการตื่นสนาม แม้ต้องเล่นในแอนฟิลด์ รวมถึงอีกหลายเกมส์ที่เขา เข้ามาทดแทนอาการบาดเจ็บของผู้เล่นในแนวรับในช่วงแรกของฤดูกาล ต้องบอกว่าดีเกินคาดจริงๆ ดีลนี้
ช่วงปลายปี มอสเกร่า ได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า ทำให้เขาต้องพักยาวจนถึงกลางเดือนมกราคมคริสเตียน นอร์การ์ด (ลงเล่น 5(5) นัด) : C (6 คะแนน)
ต้องยอมรับกันแบบตรงไปตรงมาว่า อาร์เตต้า ไม่ค่อยไว้วางใจนักกับ คริสเตียน นอร์การ์ด โดยเฉพาะเกมส์ในพรีเมียร์ลีก แม้กระทั่งจะส่งลงมาท้ายเกมส์ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อาร์เตต้าก็ไม่ทำเลย ทำให้ตลอดครึ่งฤดูกาล เขาลงมาเป็นตัวสำรองในพรีเมียร์ลีกแค่ 3 นัดเท่านั้น
เวลาลงเล่นส่วนใหญ่ของนอร์การ์ด ดูเหมือนจะเป็นในแชมเปี้ยนลีก กับคาราบาว คัพเสียมากกว่า แต่ก็พอเข้าใจได้ในเชิงของแท็กติกที่เป็นแบบนั้น ถ้าเราดูเขาเล่นจะเห็นว่าเขาไม่สามารถเล่นได้ยืดหยุ่นเหมือนกับที่ซูบิเมนดี้ทำ นอร์การ์ด สามารถเล่นได้ หากเขาทำหน้าที่แค่ฟังก์ชันเดียว คือ เป็นตัวตัดบอล พอตัดได้ก็จ่ายให้เพื่อนต่อทันที ซึ่งตรงนี้ ถือว่านอร์การ์ดทำได้ดี ระยะยาวก็น่าห่วงอยู่เหมือนกันว่าเขาจะมีอนาคตกับทีมอยู่หรือเปล่า เพราะก็มีข่าวว่าทีมจะเซ็นกองกลางเข้ามาเพิ่ม
เกป้า อาร์ริซซาบาลาก้า (ลงเล่น 3 นัด) : C+ (6.5 คะแนน)
ถ้าพูดถึงเกป้า เขาสามารถไปเป็นมือหนึ่งในทีมระดับกลางในพรีเมียร์ลีกได้สบาย แต่เขาเลือกที่จะมาอยู่กับอาร์เซน่อล ซึ่งก็ต้องยอมรับกับบทบาทประตูมือสองต่อจากราย่า ด้วยการที่ครึ่งฤดูกาลแรกจะมีแค่รายการคาราบาว คัพ ทำให้เกป้า ได้ลงเฝ้าเสาไปแค่ 3 นัดเท่านั้น แต่ทุกนัดที่เขาได้โอกาสลงสนาม เขาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งเกมส์ชนะไบรท์ตัน ที่ต้องออกแรงเซฟไป 6 ครั้ง หรือเกมส์รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่เป็นฮีโร่เอเบเรซี่ เอเซ่ (ลงเล่น 17(5) นัด 5 ประตู 3 แอสซิท) : B (7.0 คะแนน)
การมาของเอเบเรซี่ เอเซ่ เป็นอีกหนึ่งดีลที่แฟนบอลอาร์เซน่อลตื่นเต้น ยังจำความรู้สึกที่ตื่นมาไถข่าวตอนตีสาม แล้วเจอเดวิด ออร์นสตีน รายงานว่าอาร์เซน่อลปิดดีลคว้าเอเซ่ ปาดหน้าสเปอร์ไปแบบเจ็บแสบ
ในช่วงแรก เอเซ่ ลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ก่อนที่จะขยับเข้ามาเล่นตรงกลางเป็นเพลย์เมกเกอร์แทน โอเดการ์ด ที่ได้รับบาดเจ็บไป 2-3 รอบ เอเซ่ ถือว่าแทนที่ได้แบบไร้ร้อยต่อ แม้ว่าวิธีการเล่นจะแตกต่างจากโอเดการ์ด เขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมส์เยอะ แต่การเคลื่อนที่ในแดนสุดท้ายก็เป็นจุดที่ทดแทนเขามา ไฮไลท์ของเอเซ่ กับอาร์เซน่อล ก็หนีไม่พ้นการยิงแฮตทริกใส่ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พาทีมชนะอริร่วมกรุงลอนดอน 4-1
แต่หลังความผิดพลาดในเกมส์แพ้วิลล่า ในต้นเดือนธันวาคม จังหวะที่เขาไม่ได้โฟกัสกับการตาม แมตตี้ แคซ จนทีมเสียประตู จากนั้นเอเซ่ ไม่ได้ลงเล่นในเกมส์ลีกให้อาร์เซน่อลอีกเลย บวกกับฟอร์มของโอเดการ์ด เชื่อว่าหลังจากนี้ เอเซ่ จะได้กลับมาพิสูจน์คุณค่าของตัวเองอีกครั้งแน่นอน เพราะทีมมีโปรแกรมต้องเล่นถึง 4 รายการเปียโร่ อินคาปิเอ้ (ลงเล่น 11(3) นัด) : B (7.0 คะแนน)
นักเตะรายสุดท้ายที่ย้ายเข้ามาสู่ทีมอาร์เซน่อลในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มาแบบเซอร์ไพรซ์เล็กๆ เพื่อแทนที่ คิวิออร์ ที่ขอย้ายไปเล่นกับปอร์โต้ ช่วงแรกอินคาปิเอ้ ทั้งมีปัญหาบาดเจ็บ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวเขากับทีม เพราะเขาไม่ได้มีเวลาปรีซีซั่นกับทีมเลย แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังจาก กาเบรียล ไปบาดเจ็บกับทีมชาติบราซิล อินคาปิเอ้ ก็ถูกดึงขึ้นมาใช้งาน และได้ลงเล่นต่อเนื่อง ซึ่งเขา Cover ได้เป็นอย่างดีทั้งกับเซนเตอร์แบ็ค และแบ็คซ้าย
อาจจะมีจังหวะโฉ่งฉ่าง ลักลั่นไปบ้าง แต่ภาพรวมอินคาปิเอ้ ก็เป็นคนที่เรายังไว้ใจได้ เพียงแต่เราก็ยังเห็นวิธีการเล่นแบบเพลย์เซฟไปสักหน่อยสำหรับเจ้าตัว เหมือนกลัวจะทำผิดพลาด หลายครั้งเลยเห็นเขาเลือกจะจ่ายคืนหลังไปให้เพื่อน ไม่กล้าที่จะเล่นจังหวะเสี่ยงๆ ในการฝากบอลไปข้างหน้า
ดูบอลสดฟรี
บอลสด -
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอ่ล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมส์บุกมาเอาชนะบอร์นมัธได้แบบสนุก 3-2 ในเกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา
เก็บสามแต้มในเกมส์นี้:
“ใช่ ผมมีความสุขมาก เรารู้ดีว่าเกมนี้ยากแค่ไหน พวกเขาเป็นทีมที่คอยคุกคามคุณตลอดเวลา ทำให้คุณต้องเผชิญกับคำถามอยู่เสมอ พวกเขาเก่งมากในการดึงคุณเข้าไป เล่นบอลยาวไปยังผู้เล่นที่เหมาะสม เข้าปะทะในจังหวะที่ถูกต้อง เก็บบอลจังหวะสอง และเพรสซิ่งสวนกลับการเอาตัวรอดออกมาจากเกมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และเรายิ่งทำให้มันยากขึ้นไปอีกจากวิธีที่เราเสียประตูแรก แต่ผมรักคาแรกเตอร์ของทีมมาก ผมรักคาแรกเตอร์ของกาบี้ [มากัลเญส] วิธีที่เขาผ่านพ้นสถานการณ์นั้นมาได้ มันเหลือเชื่อจริงๆ และมันบอกอะไรได้มากมายว่าเราพัฒนาและเติบโตขึ้นแค่ไหนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และทีมก็หาหนทางคว้าชัยชนะครั้งใหญ่นี้มาได้”
พอใจฟอร์มของลูกทีมตอบสนองได้ดี:
“ผมชอบฟอร์มของวันนี้มากจริง ๆ นี่คือก้าวถัดไปของทีมในแง่ของบุคลิกภาพและความแข็งแกร่งในตัวบุคคล ผมคิดว่าสิ่งที่กาบี้ มากัลเญส ทำหลังจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ทำให้เสียประตู วิธีที่เขาตอบสนองต่อมัน วิธีที่เขาเล่นหลังจากนั้น และพลังที่เขาถ่ายทอดออกมา มันน่าทึ่งมากจริงๆและเดแคลน (ไรซ์) ก็อีกคน ทุกชั่วโมงสำหรับเขามีความหมายมากเพื่อให้พร้อมลงเล่นในวันนี้ เราไม่รู้เลยว่าเขาจะไหวได้นานแค่ไหน แต่ด้วยวิธีที่เขาสู้ แข่งขัน เล่นเกม และยิ่งไปกว่านั้นคือยิงได้สองประตู ผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก และเป็นสารที่ทรงพลังอย่างยิ่งถึงทั้งทีม”
พูดถึงเดแคลน ไรซ์:
“เดแคลนพัฒนาสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเข้าไปในเกมของเขาอยู่ตลอด และยังขยายบทบาทของตัวเองในทีมอย่างต่อเนื่อง เขายังสามารถพัฒนาได้อีก เรานั่งคุยกัน ตั้งเป้าหมายร่วมกัน และคุณจำเป็นต้องมีแผนเพื่อทำให้มันเกิดขึ้นจริง เขามีความสม่ำเสมออย่างยอดเยี่ยมในทุกสิ่งที่คุณขอให้เขาทำ”
ไรซ์ผลักดันตัวเองให้ลงเล่นเสมอ:
“เขาผิดหวังมากที่ไม่ได้ลงเล่นเจอกับวิลลา เขาอยากลงเล่น เขาพยายามแล้วในช่วงเช้า แต่มันยังห่างไกลจากความเป็นไปได้ เขาอยากซ้อมในวันถัดมาเช่นกัน แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้จนถึงนาทีสุดท้าย ผมถามเขาว่ารู้สึกยังไง เขาตอบว่า ‘ผมพร้อม’ และเขาก็แสดงให้เห็นเลยว่าเขาเป็นนักเตะระดับท็อปจริงๆ” -
เดแคลน ไรซ์ กองกลางของอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์ชนะบอร์นมัธ 3-2 เกมส์นี้เขาได้รับรางวัล Man of the match หลังจากเหมาทำคนเดียวสองประตู
ยิงสองประตูในเกมส์นี้:
“พูดตามตรง ผมยิงประตูได้ไม่มากในฤดูกาลนี้ ยิงไปแค่สองลูกเอง ดังนั้นการเหมาคนเดียวสองประตูในวันนี้ พร้อมกับชัยชนะที่สำคัญ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก เมื่อคุณชนะ และสามารถช่วยทีมได้แบบที่ผมทำในวันนี้ มันจะมีความพิเศษเพิ่มขึ้นมาเสมอ ผมดีใจกับประตูที่ทำได้ และแน่นอน ที่สำคัญที่สุดคือสามแต้ม เพราะพวกเขาเป็นทีมที่ดีมาก โดยเฉพาะเวลาเล่นที่นี่”
ชนะวิลล่าไม่มีความหมาย ถ้าไม่ชนะวันนี้:
“ใช่เลย มันสำคัญมาก แน่นอนว่าต่อเนื่องมาจากเกมกับแอสตัน วิลลา ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือการต่อยอดจากตรงนั้น แล้วออกไปคว้าชัยชนะให้ได้ ชัยชนะเหนือวิลลาจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเรามาที่นี่วันนี้แล้วไม่ได้อะไรกลับไป แต่มันสำคัญมากในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล โปรแกรมการแข่งขันมันโหดมาก เกมเตะถี่สุดๆถ้าคุณสามารถเก็บชัยชนะได้ในช่วงคริสต์มาส ต่อจากสิ่งที่เราทำมาแล้ว มันจะทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก ดังนั้นเราต้องเดินหน้าต่อไป รักษาทัศนคติให้ถูกต้อง และผลักดันกันต่อไป ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ดีมาก และหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกนาน”
รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น:
“ผมคิดว่าในครึ่งแรก เรากำลังทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการให้เราเล่น เราครองบอลและเล่นไปทางฝั่งซ้ายของเราตลอด แล้วพวกเขาก็วางกับดักใส่เราอยู่ตรงนั้น ทันทีที่เราเปลี่ยนมาเล่นบอลข้ามไปให้กาเบรียล พวกเขาก็กรูเข้ามากดดันทันที ทำให้เราต้องเลือกว่าจะถอยบอลกลับไปให้เดวิด (ราย่า) หรือไม่ก็เตะยาวออกไป อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ ในสนามมันรู้สึกเป็นแบบนั้นจริง ๆมันเหมือนกับว่าครึ่งแรกพวกเขารุมไล่กดดันเราไปหมด แต่เราเป็นทีมที่พอเข้าครึ่งหลัง หลังจากเข้าไปในห้องแต่งตัว ได้ฟังผู้จัดการทีมพูด และพวกเราคุยกันเอง เรารู้ว่าเรามีคุณภาพมากพอ และเรารู้ว่ามีพื้นที่ให้เล่นเพื่อเดินหน้าไปคว้าชัยชนะได้ เราเคยทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วในฤดูกาลนี้ ต้องให้เครดิตทุกคนที่ออกไปเล่นและแสดงผลงานในครึ่งหลังได้แบบนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ”
พูดถึงคู่หูในแดนกลางอย่างซูบิเมนดี้:
“ใช่ ผมคิดว่าอย่าประเมินเขาต่ำเกินไปกับการย้ายมาจากลาลีกาแล้วเข้ามาเล่นกับทีมนี้ เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่ตัวใหญ่หรือแข็งแกร่งที่สุด แต่สมองของเขา วิธีคิดและการอ่านเกมของเขา ทำให้ทีมสามารถเล่นได้อย่างมีระบบและลื่นไหลมาก เขายอดเยี่ยมจริงๆเขาลงเล่นให้เรามาแล้วหลายนาทีมากในฤดูกาลนี้ วิธีที่เขาคอยรับบอลและคุมจังหวะเกม รวมถึงตอนนี้เขาก็เป็นหมายเลข 6 ของทีมชาติสเปน ซึ่งก็เหมาะสมแล้ว เพราะคุณเห็นได้ชัดถึงคุณภาพที่เขานำมาให้ ทั้งความนิ่งและความสุขุม มันยอดเยี่ยมมากที่ได้เล่นร่วมกับเขา ผมได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะมาก และเราก็มีความร่วมมือกันที่ดีจริงๆ”
จะดูเกมส์แมนซิตี้ เจอกับเชลชีหรือเปล่า!?
“ผมยังไม่ได้ดูเกมกับซันเดอร์แลนด์เลยด้วยซ้ำ พูดตรงๆ นะ ผมคิดว่าถ้าพรุ่งนี้มีเวลา อาจจะเปิดดูบ้าง แต่ตอนนี้ผมโฟกัสแค่เรื่องของพวกเราเป็นหลัก ผมรู้ว่ามันฟังดูเหมือนคำพูดจำเจ แต่สิ่งสำคัญคือเรามีเกมให้ลงเล่นเยอะมาก การฟื้นฟูร่างกายต้องมาก่อน และผมไม่อยากไปหมกมุ่นกับสิ่งที่ทีมอื่นกำลังทำอยู่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่พวกเราทำ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้ ยังไงมันก็น่าจะเป็นเกมที่ดีแน่ๆ แต่ก็เอาเป็นว่า เรามุ่งหน้าลุยของพวกเราต่อไปก็พอ”
ฟอร์มของเยอเคเรส:
“ทุกคนอยู่ข้างเขานะ เพราะสิ่งที่เขาทำให้ทีม ถึงแม้เขายังไม่ได้ยิงประตูมากนัก แต่ดูสิ่งที่เขาช่วยเรา ทั้งการเพรสซิ่งและการพักบอล อย่างจังหวะประตูที่สอง เขาใช้ร่างกายบังผู้เล่นสองคนได้ดีมากจริงๆ สิ่งดี ๆ กำลังจะตามมาแน่นอนมันยากสำหรับเขา เพราะกองหลังประกบเขาแน่นมาก แต่เขาก็ทำงานหนักตลอด ผมเห็นเขาในสนามซ้อม เห็นวิธีที่เขาทุ่มเท เขาเป็นคนที่ดีมาก และเดี๋ยวมันก็จะเริ่มเข้าที่เข้าทางสำหรับเขาเอง”
-
PREMIER LEAGUE LEAGUE 2025/26
Bournemouth 2 - 3 Arsenal
Sat 3 January 2026, 00.30 น.
GOAL:
1-0 เอวาเนลสัน (นาทีที่ 10)
1-1 กาเบรียล มากัลเญส (นาทีที่ 18)
1-2 เดแคลน ไรซ์ (นาทีที่ 54, โอเดการ์ด)
1-3 เดแคลน ไรซ์ (นาทีที่ 71, ซาก้า)
2-3 จูเนียร์ คูปี้ (นาทีที่ 75)

ดูบอลสดฟรี
บอลสด
ดาบิด ราย่า: 6.0
ลูกแรกราย่าก็หมดสิทธิ์จริงๆ เพราะก็ไม่คิดว่าเอวานิลสันจะได้ส้มหล่นแบบนั้น ส่วนลูกสองที่เสียราย่า น่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่เหมือนเขา พุ่งช้าไป
กาเบรียล มากัลเญส: 6.5
ประตูที่เสีย กาเบรียลผิดพลาดแบบไม่น่าเชื่อ เหมือนไปจ่ายให้คู่แข่งยิงประตู แต่ไม่นานก็เป็นเขาที่มาแก้ตัวด้วยการยิงตีเสมอ 1-1 ได้ หลังจากนั้นกาเบรียลก็กลับมาทำได้ดี ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดอีก
วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.5
ซาลิบายังคงเก็บบอลจังหวะสองได้เป็นอย่างดี และการชิงจังหวะในการแย่งบอลกับกองหน้าของบอร์นมัธ ซาลิบาเอาชนะได้ตลอด ส่วนบอลไดเร็กซ์ที่บอร์นมัธสาดโด่งขึ้นมา ซาลิบาก็ป้องกันได้ดี
เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.0
เวลาเติมขึ้นไปสนับสนุนเกมส์รุก อินคาปิเอ้ไม่กล้าที่จะเปิดบอลจากด้านข้าง หรือกล้าที่จะลุยไปข้างหน้าเอง เขามักจะจ่ายคืนหลัง เกมส์รับต้องดวลกับเซเมโญ แต่ก็ถือว่าส่วนใหญ่เขายังรับมือได้
ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 6.5
เชื่อมกับทางมาดูเอเก้ไม่ค่อยติดเหมือนกัน จังหวะการประสานงานทางฝั่งขวา เกมส์รับภาพรวมยังทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง มีจังหวะสไลด์ตัดสำคัญไปหนนึง ทิมเบอร์เข้าถึงก่อนที่บรู๊คจะเข้ามายิง
มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 6.5
ครึ่งแรก ซูบิเมนดี้มีจังหวะทำเสียบอลง่ายๆ อยู่ 2-3 หน เมื่อถูกทางบอร์นมัธไล่บีบแดนบน ครึ่งหลังซูบิเมนดี้เริ่มตัดบอลตรงกลางได้มากขึ้น แล้วเริ่มคุมเกมส์ตรงกลางได้ดีขึ้นกว่าครึ่งแรก
เดแคลน ไรซ์: 8.5
หายเจ็บกลับมาลงเป็นตัวจริงให้ทีมได้อีกครั้ง แล้วเป็นไรซ์ที่เติมขึ้นมาแปบอลเสียบมุมให้ทีมแซงขึ้นนำ 2-1 ยังไม่พอแค่นั้นไรซ์ซัดลูกที่สามได้อีก ด้านเกมส์รับไรซ์ก็ยังโดดเด่น ครึ่งหลังเขาช่วยตัดบอลไว้ได้เยอะมาก
มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.5 (C)
ต้องลงต่ำไปช่วยล้วงบอลในแดนตัวเองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน เมื่อถูกทางบอร์นมัธบีบเวลาขึ้นบอลจากแดนหลัง ครึ่งหลังโอเดการ์ดได้เล่นบอลหน้าเขตโทษของบอร์นมัธมากขึ้น แล้วได้เรื่องเลย เขาเป็นคนจ่ายให้ทีมได้ลูกสอง และลูกสามก็เป็นคนจ่ายทำทางอีก
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 5.0
ได้สลับมาลงตัวจริงบ้าง แต่มาร์ติเนลลี่เวลาได้ลงตัวจริงก็มักจะเป็นแบบนี้ คือ ไม่สามารถฉกฉวยโอกาสได้ และไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีจังหวะนึงที่ได้ใช้ความเร็วสอดขึ้นไปถึงบอล แต่จังหวะเปิดเข้ามาให้เพื่อนยิง ก็จ่ายน้ำหนักไม่ดี
โนนี่ มาดูเอเก้: 7.0
ประตูตีเสมอ 1-1 ก็ต้องยกเครดิตให้กับโนนี่ในการลากตะลุยจนหลุดทะลุเข้าไปถึงในกรอบเขตโทษ แต่หลังจากนั้นโนนี่ คุกคามแนวรับของบอร์นมัธได้ลดลงไป ครึ่งหลังกลับมาวูบวาบอีกครั้ง สามารถเรียกเตะมุมได้อยู่ 2-3 ครั้งก่อนโดนเปลี่ยนตัวออก
วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.5
ครึ่งแรก บอลมาถึงเยอเคเรสไม่ค่อยเยอะ และเขาเองก็เก็บบอลไม่ค่อยได้มากนัก ครึ่งหลังประตูแซงนำ 2-1 ก็ต้องชมความแข็งแกร่งของเยอเคเรสในการเบียดแย่งบอลก่อนที่บอลจะทะลักกลับมาที่โอเดการ์ด พอเปลี่ยนเยอเคเรสออก ก็พอเห็นผลเหมือนกัน ว่าไม่มีตัวค้ำในแดนหน้า
ตัวสำรอง:
กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 66, เยอเคเรส)
เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 (นาทีที่ 66, มาร์ติเนลลี่)
บูคาโญ ซาก้า: 6.5 (นาทีที่ 66, มาดูเอเก้)
ลงมาไม่นาน ซาก้าก็แผลงฤทธิ์ได้เลย เมื่อได้บอลจากโอเดการ์ดหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนจ่ายตัดหลังกลับมาให้ไรซ์ยิงเข้าไปให้ทีมนำห่าง 3-1
มิเกล เมริโน่: 6.0 (นาทีที่ 80, โอเดการ์ด) -
-
Isaan Khan นักข่าวสายอาร์เซน่อลจาก Daily Mail ออกมาอัพเดทเกี่ยวกับตลาดซื้อขายนักเตะของอาร์เซน่อลในช่วงเดือนมกราคมนี้ โดยเขาบอกว่า อาร์เซน่อลจะไม่มีการปล่อยผู้เล่นออกไปแบบถาวรในช่วงตลาดเปิดเดือนมกราคมนี้
ส่วนขาเข้า ผู้บริหารของอาร์เซน่อล เชื่อว่าทีมมีขุมกำลังและคุณภาพมากพอที่จะพาทีมคว้าความสำเร็จในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงจับตามองความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในตลาด กับผู้เล่นในตำแหน่งเกมส์รับ โดยการเซ็นสัญญานักเตะใหม่ ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บเพิ่มเติมหรือไม่ หรือผู้เล่นบางคนบาดเจ็บนานกว่าที่คาดเอาไว้
อาร์เซนอลมีเงินพร้อมสำหรับการใช้จ่ายและมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหากประสบความสำเร็จในรายการแข่งขันต่าง ๆ ของฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม การทุ่มเงินจำนวนมากไปแล้วในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้การใช้จ่ายก้อนใหญ่ในตลาดเดือนมกราคมไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของสโมสรในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนทางการเงิน
อนาคตของ ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ ที่ฤดูกาลนี้ตกเป็นตัวสำรองของริคาร์โด้ คาลาฟิออรี แม้ว่าเจ้าตัวจะมีความกระตือรือร้นที่อยากติดทีมชาติอังกฤษไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกลางปีนี้ และโธมัส ทูเคิ่ล ก็บอกชัดเจนว่าดาวเตะวัย 19 ปี จะต้องได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ หากต้องการมีโอกาสติดทีมชาติอังกฤษ อย่างไรก็ตาม สเกลลี่ ยังมีความสุขดีกับสโมสร และความเป็นไปได้ในการย้ายทีมแบบยืมตัวแทบไม่มีเลย
ทางด้าน อีธาน วาเนรี ที่มีโอกาสถูกปล่อยยืมตัวในช่วงตลาดรอบสองเดือนมกราคม เนื่องจากโอกาสลงสนามมีค่อนข้างจำกัดในฤดูกาลนี้ มีความเข้าใจกันว่า บอร์นมัธ ไม่ใช่สโมสรเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ให้ความสนใจในการยืมตัว วาเนรี ในเดือนนี้ สโมสรตระหนักดีว่าเขาจำเป็นต้องการลงเล่นกับทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง และนักเตะเองก็อยากลงสนามเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ เขายืนยันว่าอาการบาดเจ็บต่างๆ ของอาร์เซน่อลที่เกิดขึ้น นั้นเป็นผลมาจากจำนวนเกมการแข่งขันที่มากเกินไปและความโชคร้าย ไม่ได้เกิดจากวิธีการทำงานของโค้ชหรือความเข้มข้นในการฝึกซ้อม
-
Sky Sport รายงานข่าวว่า อาร์เซนอลจะจับตาดูโอกาสพิเศษในตลาดนักเตะอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นระดับท็อปหรือเป้าหมายระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก็ยอมรับกันว่า ดีลในระดับนั้นมักเกิดขึ้นได้ยากในตลาดซื้อขายช่วงเดือนมกราคม
อาร์เซนอลจับตามองตลาดนักเตะในยุโรปอยู่เสมอ เพื่อค้นหาดาวรุ่งที่มีศักยภาพ และเป็นที่เข้าใจกันว่าพวกเขาได้ส่งแมวมองไปดูฟอร์มของ โรดริโก เมนโดซา (20 ปี, กองกลางตัวกลาง) จากเอลเช่, ดาวิเด บาร์เตซากี (20 ปี, แบ็กซ้าย) จากเอซี มิลาน และ ฌอง-มัตเตโอ บาโฮยา (20 ปี, แนวรุก) จากไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต
-
กาเบรียล เชซุส อาจเผชิญบทลงโทษจากเอฟเอ หลังจากการฉลองประตูของเขาที่มีการเปิดเผย “ข้อความทางศาสนา” ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเอฟเอจะดำเนินการหรือไม่ แต่เมื่อปีที่แล้ว โคดี กัคโป เคยทำในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเอฟเอเพียงแค่ส่งหนังสือไปแจ้งเตือนนักเตะและสโมสรลิเวอร์พูลเกี่ยวกับกฎระเบียบเท่านั้น
-
กาเบียล มากัลเญส ปราการหลังตัวเก่งของอาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังการแสดงท่าดีใจล้อเลียน อามาดู โอนาน่า กองกลางของแอสตัน วิลล่า หลังเกมส์ที่อาร์เซน่อล เปิดบ้านชนะวิลล่า 4-1 เมื่อสุดสุปดาห์ที่ผ่านมา
เขากล่าวว่า: "ใช่ อย่างที่ผมบอกคุณไป เราจะเก็บสามแต้มได้ ใช่ไหมล่ะ? เรื่องแบบนี้แหละที่ยิ่งกระตุ้นให้คุณฮึดสู้ มันสนุกดีนะ มันสนุกสำหรับพวกเขา และก็สนุกสำหรับพวกเราด้วยเหมือนกัน อย่างที่ผมบอกไป เราจะเก็บสามแต้มได้"“มันไม่ใช่เพื่อเอาคืนใคร หรือเพื่อเอาคืนโอนาน่า ผมรู้ว่าเขาเป็นคนดี ดังนั้นก็ไม่มีการทะเลาะ ไม่มีอะไรทั้งนั้น แค่เป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อฉลองเท่านั้น”
-
ไมกาห์ ริชาร์ด อดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่าการขับเคี้ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจะลากยาวไปถึงช่วงโค้งสุดท้าย แม้ว่าล่าสุดแมนซิตี้จะทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอซันเดอร์แลนด์ 0-0 ทำให้ถูกอาร์เซน่อลขยับทิ้งห่างเพิ่มเป็น 4 คะแนน
โดยเขากล่าวว่า: “ผมคิดว่ามันจะยืดเยื้อไปจนถึงช่วงสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังคงดูอันตรายอยู่เสมอ ส่วนอาร์เซนอลก็ดูแข็งแกร่งมาก การที่พวกเขาฝ่าด่านคว้าชัยเหนือแอสตัน วิลลา มาได้ในลักษณะนั้น จะช่วยสร้างแรงกระตุ้นครั้งใหญ่ให้กับสโมสรเลยทีเดียว!” -
Nizaar Kinsella นักข่าวสายเชลชี จาก BBC แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ เอ็นโซ มาเรสกา ระบุว่า เขารู้สึกว่าตนเองควรได้รับการสนับสนุนในระดับเดียวกับที่ มิเกล อาร์เตต้า ได้รับ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของโปรเจกต์ โดยกุนซือชาวสเปนรายหลังมีอิทธิพลอย่างมากต่อ นโยบายการเสริมทัพของอาร์เซนอล
-
Kaveh Solhekol นักข่าวจาก Sky Sport บอกว่า คาราบาว คัพ ไม่ใช่ถ้วยรางวัลที่เชลซีให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก และหากพวกเขาตกรอบด้วยน้ำมือของอาร์เซนอลก็ถือว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือจุดจบของโลกแต่อย่างใด”
-
Footy Headline เว็บไซต์ข้อมูลชุดแข่งชื่อดัง ออกมาเปิดเผยข้อมูลหลุดเกี่ยวกับชุดแข่งทั้ง 3 แบบของอาร์เซน่อล ที่จะใช้ในฤดูกาลหน้า
สำหรับชุดเหย้า ฤดูกาล 2026/27 ใช้สีแดงสองเฉด ได้แก่ สีแดงอาร์เซนอลแบบดั้งเดิม และสีแดงเบอร์กันดีเข้ม บริเวณปกเสื้อ ขอบแขนเสื้อ และแถบ Adidas โดยมาพร้อมแขนเสื้อสีขาว
ชุดเยือนฤดูกาล 2026/27 เป็นสีน้ำเงินกรมท่า ตัดด้วยโลโก้ Adidas และสปอนเซอร์ Emirates สีเหลือง มีปกเสื้อแบบสามสี พร้อมกางเกงและถุงเท้าสีน้ำเงินกรมท่าที่แต่งขอบสีเหลือง
ชุดที่สามฤดูกาล 2026/27 เป็นสีเหลืองอ่อน ใช้โลโก้สีน้ำเงินกรมท่า พร้อมลวดลายสายฟ้า ได้แรงบันดาลใจจากชุดอาร์เซนอลในยุคทศวรรษ 1990 และมาพร้อมกางเกงและถุงเท้าสีน้ำเงินกรม
-
Isaan Khan นักข่าวสายอาร์เซน่อลจาก Daily Mail ออกมาอัพเดทเกี่ยวกับตลาดซื้อขายนักเตะของอาร์เซน่อลในช่วงเดือนมกราคมนี้ โดยเขาบอกว่า อาร์เซน่อลจะไม่มีการปล่อยผู้เล่นออกไปแบบถาวรในช่วงตลาดเปิดเดือนมกราคมนี้
-
เพียง 24 วัน เท่านั้นที่คั่นกลางระหว่างเกมลีกสองนัดของอาร์เซนอลกับแอสตัน วิลลา แต่เกมรีแมตช์ในคืนวันอังคารที่เอมิเรตส์ สเตเดียม กลับเป็นสิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
ความพ่ายแพ้ 2-1 ที่วิลลา พาร์ก คือรอยด่างเพียงจุดเดียวท่ามกลางผลงานอันยอดเยี่ยมไร้ที่ติของอาร์เซนอลในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และกุนซือทีมปืนใหญ่ก็ต้องการอย่างยิ่งที่จะลบล้างความผิดพลาดที่ทีมของเขาเผชิญในช่วงต้นเดือน
“เราจะย้อนกลับไปดูเกมนั้นอีกครั้ง ผมมีไอเดียอยู่บ้าง และมีหลายอย่างที่เราต้องทำให้ดีกว่านี้” อาร์เตต้ากล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกม “วิธีที่เราแพ้เกมนั้นมันโหดร้ายพอสมควร แต่เราจะเรียนรู้จากมัน”
หนึ่งในไอเดียของอาร์เตต้าอย่างแน่นอนคือการทำให้เกมรับในจังหวะที่ไม่มีบอลรัดกุมขึ้น หลังจากที่วิลลามักจะวิ่งทำทางในช่องว่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเล่นงานพื้นที่ที่ฟูลแบ็กอย่าง ริคคาร์โด คาลาฟิออรี และ เบน ไวท์ ทิ้งไว้ เมื่อพวกเขาดันขึ้นสูงในเกมที่วิลลา พาร์ก
ในคืนวันอังคาร ปิเอโร่ อินคาปิเอ้ และ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ถูกใช้งานเป็นฟูลแบ็ก ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในเกมรับบริเวณริมเส้น และเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้านหน้าเล่นเกมเพรสซิ่งสูงได้อย่างกล้าหาญ
เมื่อวิลลาสร้างเกมจากผู้รักษาประตู เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ผู้เล่นแนวรุกห้าคนของอาร์เซนอลต่างมีหน้าที่ที่ชัดเจน วิคตอร์ เยอเคเรส จะคอยปิดทางจ่ายไปยังเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวา บูกาโย ซาก้า มีบทบาทแบบไฮบริด ระหว่างเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายกับแบ็กซ้าย ขณะที่ มิเกล เมริโน และ มาร์ติน โอเดการ์ด ประกบแบบตัวต่อตัวกับกองกลางสองคนของวิลลา
ส่วน ทิมเบอร์ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ก็อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะพุ่งเข้าเพรสได้ทันทีหากจำเป็น
รูปแบบนี้ไม่ต่างจากโครงสร้างเกมรับยามไม่มีบอลตามปกติของอาร์เซนอล และเป็นแนวทางเดียวกับที่ใช้รับมือเกมบิลด์อัพของวิลลาในช่วงต้นเดือนธันวาคม เพียงแต่เปลี่ยนตัวผู้เล่น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือแนวคิดของอาร์เตต้ายังไม่สัมฤทธิ์ผล หากดูจากช่วง 20 นาทีแรกของเกม วิลลาขึ้นชื่อเรื่องการต่อบอลจากแดนลึกเพื่อดึงคู่แข่งเข้ามาเพรส และในเกมนี้พวกเขาใช้วิธีล่อเพรสของอาร์เซนอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถหาผู้เล่นที่ว่างอยู่ได้เสมอ
ในจังหวะหนึ่ง โอเดการ์ดและเมริโนสลับตัวประกบกันในแดนกลางเพียงชั่วครู่ แต่เมริโนช้าเกินไปที่จะเข้าประชิด ยูริ ตีเลอม็องส์ ก่อนที่มาร์ติเนซจะจ่ายบอลออกมา
เมื่ออาร์เซนอลทุ่มผู้เล่นถึงห้าคนในการเพรส การจ่ายเพียงครั้งเดียวจากตีเลอม็องส์ก็สามารถแทงให้ มอร์แกน โรเจอร์ส หลุดเข้าไปด้านหลังแนวรับได้ทันที

การขาดหายไปของ เดแคลน ไรซ์ ที่บาดเจ็บในแดนกลางส่งผลชัดเจน และในครึ่งแรก วิลลาสามารถบุกเข้าใส่แนวรับอาร์เซนอลได้ง่ายเกินไป
การเคลื่อนที่ของโรเจอร์สมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดยเขาช่วยสนับสนุนการขึ้นเกมของวิลลาด้วยการถอยลงมาเพิ่มจำนวนผู้เล่นในพื้นที่ลึก บางจังหวะเขาถอยลงมารับบอลแล้วสะกิดต่ออย่างชาญฉลาดเพื่อปล่อย อามาดู โอนาน่า หลุดไป หรือบางครั้งโรเจอร์สก็ถอยต่ำเอง ดึง กาเบรียล มากัลเญส ออกมาด้วย จากนั้นเก็บบอลไว้ พลิกหนีแรงกดดัน และเอาชนะการเพรสของอาร์เซนอลได้ด้วยตัวเอง
อูไน เอเมรี น่าจะเป็นฝ่ายที่พอใจกว่าจากการเปิดเกมของทั้งสองทีม แต่สัญญาณเตือนก็ยังคงมีอยู่ว่า การเพรสสูงของอาร์เซนอลจะเริ่มได้ผล
การยืนตำแหน่งอย่างดุดันและสม่ำเสมอของแนวรุกห้าคนทำให้มาร์ติเนซแทบไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องเตะยาวผ่านกลางสนาม ซึ่งอาร์เซนอลสามารถเก็บบอลจังหวะสองได้ หรือไม่ก็ต้องจ่ายบอลพลาด จนเสียการครองบอลในพื้นที่แดนบน
เมื่อแบ็กซ้ายอย่าง ลูก้า ดีญ มักถูกปล่อยให้เป็นผู้เล่นที่ว่างอยู่ และทิมเบอร์ก็พร้อมจะขยับเข้าหา หากจำเป็น มาร์ติเนซจึงมักเลือกวางบอลโด่งไปที่ริมเส้น อย่างไรก็ตาม การเปิดบอลเหล่านั้นไม่ได้แม่นยำเสมอไป ทำให้อาร์เซนอลสามารถแย่งบอลกลับมาได้บ่อยครั้ง
ลูกตั้งเตะในสไตล์ถนัดของอาร์เซนอลเป็นจังหวะที่ปลดล็อกสกอร์ขึ้นนำ 1-0 แต่ในครึ่งหลัง ทีมของอาร์เตต้ายังคงเดินหน้ากดดันต่อ หลังจากจับทางวิธีหยุดเกมบิลด์อัพของวิลลาได้แล้ว การเพรสแบบตัวต่อตัวคือกุญแจสำคัญของประตูที่สอง เมื่อวิลลาพยายามเล่นบอลผ่านกลางสนามอีกครั้ง
คราวนี้ มาร์ติน ซูบิเมนดี ยืนสูงขึ้นเพื่อปิดพื้นที่ของตีเลอม็องส์ หลังจากโอเดการ์ดถอยต่ำลงจากจังหวะขึ้นเกมของอาร์เซนอลเองเมื่อทุกทางเลือกถูกตัด ซูบิเมนดีบีบให้ตีเลอม็องส์ต้องจ่ายบอลเร็วไปทาง เจดอน ซานโช ซึ่งถูกโอเดการ์ดเข้ากดดันทันที ขณะที่กัปตันทีมอาร์เซนอลลากบอลขึ้นหน้า ตำแหน่งที่ยืนสูงของซูบิเมนดีทำให้เขารับบอลแทงทะลุช่องได้ ก่อนจะยิงจบสกอร์ด้วยจังหวะแรกอย่างเฉียบขาด
ไม่กี่นาทีถัดมา อาร์เซนอลก็เดินหน้าบีบวิลลาอย่างหนัก ขณะที่ทีมเยือนพยายามต่อบอลจากแดนหลัง
รูปแบบการยืนตำแหน่งทั่วทั้งสนามเป็นภาพที่คุ้นตาแล้วในตอนนี้ แต่ความมั่นใจของอาร์เซนอลเพิ่มสูงขึ้น และการเพรสสูงก็ไหลลื่น เด็ดขาด และไม่ลดระดับ ภายในไม่กี่วินาที ลูกตั้งเตะจากหน้าประตูของแอสตัน วิลลาก็กลับกลายเป็นอีกระลอกเกมบุกของอาร์เซนอล

“10 นาทีแรกมันดูยังไม่มั่นคงนิดหน่อย เราต้องปรับบางอย่าง” อาร์เตต้ากล่าวหลังเกม “ต้องให้เครดิตพวกเขา เพราะพวกเขาทะลุการเพรสของเราได้ และมีจังหวะที่สามารถวิ่งเข้าใส่เราได้”
“การเจอกับทีมแบบนี้ คุณต้องพิถีพิถันมาก และเข้าใจเรื่องจังหวะเวลา โดยที่ทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้มันสำเร็จ เราปรับแก้ได้ดี จังหวะต่าง ๆ ลงตัว ผู้เล่นทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ต้องยกเครดิตให้พวกเขา เพราะมันไม่ง่ายเลยเมื่อเจอกับทีมนี้”
ในเกมคืนวันอังคาร อาร์เซนอลแย่งบอลกลับมาได้ในพื้นที่สุดท้ายถึง 8 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดของพวกเขาในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าสนใจที่ปริมาณการแย่งบอลสูงของพวกเขาลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 ซึ่งก่อนหน้านี้อาร์เซนอลเคยบีบคู่แข่งจนแทบหายใจไม่ออกด้วยการเพรสที่แน่นหนาจากแดนหน้า
ส่วนหนึ่งของแนวโน้มนี้เป็นสิ่งที่อาร์เซนอลควบคุมไม่ได้
เมื่อรู้ถึงอันตรายยามไม่มีบอลที่อาร์เซนอลสร้างได้ ทีมคู่แข่งจึงเลือกเล่นบอลยาว (มากกว่า 35 หลา) มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่แล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้จัดการทีมฝ่ายตรงข้ามมักเลือกข้ามการเพรสของอาร์เซนอล มากกว่าพยายามต่อบอลฝ่ามันขึ้นมา
แต่เมื่อต้องเจอกับทีมอย่างแอสตัน วิลลา ที่ดื้อดึงและยึดมั่นกับการขึ้นเกมจากแนวลึก อาร์เซนอลสามารถงัดจุดแข็งของตัวเองออกมาใช้ได้เต็มที่กับการเพรสสูง แม้จะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าที่เข้าทาง แต่สิ่งนี้คือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของพวกเขาในค่ำคืนนั้น
-
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์ที่อาร์เซน่อล เปิดบ้านเอาชนะแอสตัน วิลล่า คู่แข่งแย่งแชมป์ไปแบบขาดลอย 4-1 ในเกมส์พรีเมียร์ลีกเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
ชัยชนะในเกมส์นี้:
ผมมีความสุขมากๆ เราลงเล่นทุกๆ สามวัน วันนี้เราเจอกับคู่แข่งที่กำลังชนะมา 11 นัดติดต่อกัน เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมาก และเล่นด้วยยากจริงๆ เรารู้อยู่แล้วว่าตลอดทั้งเกมจะมีช่วงเวลาขึ้นๆ ลงๆ และเราก็พูดคุยกันถึงความหนักหนาทางอารมณ์ที่จะต้องเผชิญ เราออกสตาร์ตได้ค่อนข้างลำบากใน 10 นาทีแรก มาช้านิดหน่อย ปล่อยให้พวกเขาเล่นทะลุผ่านเรา และสร้างสถานการณ์พื้นที่โล่ง ๆ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาอันตรายมาก ก่อนที่เราจะปรับแก้เกมได้จากนั้นเราคุมเกมได้ดีขึ้น วิคตอร์ (เยอเคเรส) มีโอกาสทองสองครั้ง รวมถึงจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ในครึ่งหลัง เรายกระดับทุกอย่างขึ้นมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม นักเตะแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพสูงมากในทุกสิ่งที่เราทำ และต่างจากหลายเกมก่อนหน้านี้ที่เรามีโอกาสสำคัญมากมายแต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ วันนี้เราเด็ดขาดและเฉียบขาด จนสร้างความแตกต่างได้
ชนะวิลล่าที่ดูเหมือนอาร์เซน่อลจะแพ้ทาง:
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องเจอกับทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีแบบนี้ พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก พวกเขาได้รับการโค้ชมาอย่างยอดเยี่ยม มีความชัดเจนมากว่าต้องการทำอะไร จะเล่นแบบไหนเพื่อทำร้ายคุณ และพวกเขาก็ทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง จนสามารถดึงคุณให้เข้าไปอยู่ในเกมของพวกเขาได้มันเป็นเส้นบางๆ ตลอดเวลา คุณต้องรู้จักควบคุมและประคองเกมให้ดี ซึ่งมันอาจจะทำได้อย่างสบายถ้าคุณจัดการได้ถูกทาง และเราก็ทำได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากนั้นเราก็ฉวยโอกาสที่มีได้อย่างยอดเยี่ยม
การแก้เกมส์ในช่วงพักครึ่งแรก:
เราคุยกันในช่วงพักครึ่งถึงสิ่งที่เราต้องปรับปรุงเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หลังจากนั้นคุณต้องเล่นให้ดุดันมากขึ้น และที่สำคัญคือต้องคว้าโอกาสนั้นให้ได้ ซึ่งเราก็ทำมันได้จริงๆ ในแง่ผลงานรายบุคคล เรามีหลายคนที่เล่นได้ดีมาก เรามีประสิทธิภาพสูงมากในพื้นที่สุดท้าย โดยเฉพาะจังหวะเข้าทำในกรอบเขตโทษ และนั่นคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง
การขาดผู้เล่นคนสำคัญไปในเกมส์นี้:
เราชนะทั้งที่มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน วันนี้เราเสีย เดแคลน (ไรซ์) และ ริคชี (คาลาฟิออรี) ไป ขณะที่บางคนก็กลับมาได้ กาเบรียล เฆซุส ลงสนามหลังจากไม่ได้ทำประตูมานานมาก และเขาก็ยิงประตูที่ยอดเยี่ยมได้ ผมหมายความว่า ทุกคนพร้อมมีส่วนร่วม และนั่นเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก
โอกาสที่ไรซ์จะลงเล่นในเกมส์หน้ากับบอร์นมัธ:
มันขึ้นอยู่กับอาการบวมจะยุบลงมากพอหรือไม่ เพื่อให้เขามีโอกาสกลับมาลงเล่นได้ ซึ่งวันนี้เขายังไม่พร้อม แต่อาการก็ดีขึ้นแล้ว เราต้องรอดูว่าในช่วง 2-3 วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
จบในตำแหน่งจ่าฝูงก่อนจะขึ้นปี 2026:
ปี 2025 เป็นปีที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัวและการทำงาน วิธีที่สโมสรและทีมงานทำให้ผมมีความสุขกับการทำงานในทุกๆ วัน ปี 2026 เรารู้ดีว่าเราต้องการอะไร และเราจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักต่อไป เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น
อูไนหนึเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกมส์ (ไม่รอจับมือ):
คุณก็เห็นกันแล้ว แต่มันไม่เป็นไร ทุกอย่างโอเคดี
-
PREMIER LEAGUE LEAGUE 2025/26
Arsenal 4 - 1 Aston Villa
Tue 30 December 2025, 03.15 น.
GOAL:
1-0 กาเบรียล มากัลเญส (นาทีที่ 47, ซาก้า)
2-0 มาร์ติน ซูบิเมนดี้ (นาทีที่ 53, โอเดการ์ด)
3-0 เลอันโดร ทรอสซาร์ (นาทีที่ 69, ทิมเบอร์)
4-0 กาเบรียล เฆซุส (นาทีที่ 78, ทรอสซาร์)
4-1 โอลี่ย์ วัตกินส์ (นาทีที่ 90+3)

ดูบอลสดฟรี
บอลสด
ดาบิด ราย่า: 6.5
แม้ว่าช่วงเริ่มเกมส์วิลล่าจะมีโอกาสสวนกลับมาถึงกรอบเขตโทษของอาร์เซน่อล แต่โอกาสสองครั้งของวัตกินส์ยิงหลุดกรอบไปเอง ทดเจ็บอุตสาห์เซฟในการรักษาคลีนซีต แต่ไม่วายก็มาเสียประตูอยู่ดี
กาเบรียล มากัลเญส: 7.5
ต้นๆ เกมส์กาเบรียล ดูจะเล่นเสี่ยงแบบไม่จำเป็นมากไปนิด ทั้งการจ่ายบอลยัดกลางแบบเสี่ยง และมีขึ้นไปบีบสูงถึงกรอบเขตโทษฝั่งวิลล่า ต้นครึ่งหลังเป็นกาเบรียลที่ขึ้นโขกลูกเตะมุมให้ทีมนำ 1-0 ส่วนเกมส์ป้องกันในกรอบเขตโทษ กาเบรียลก็ยังคงแข็งแกร่ง
วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0
รับหน้าที่หลักในการตามประกบกับวัตกินส์ ซึ่งซาลิบาก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ไฮไลท์คือจังหวะที่สไลด์สะกิดบอลก่อนที่บอลจะหลุดมาถึงวัตกินส์ ครึ่งหลังซาลิบาเจองานยากน้อยลง ลูกโดนตีไข่แตก ซาลิบาเจอพลิกหนีง่ายไปนิด
เปียโร่ อินคาปิเอ้: 6.5
ขยับออกมาเล่นเป็นแบ็คซ้าย จังหวะเติมเกมส์รุกก็ยังดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ มีช็อตหัวทิ่มไปครึ้งนึง ส่วนเกมส์รับก็ถือว่ารับมือกับปีกของวิลล่าได้ดี
ยูร์เรียน ทิมเบอร์: 7.0
ผ่านความฟิตกลับมาลงสนามช่วยทีมได้ทันเวลา ครึ่งแรกจังหวะยังดูติดขัด ก่อนที่ทิมเบอร์จะมาคึกในครึ่งหลัง ที่เติมเกมส์สนุกเลย มีส่วนร่วมกับลูกสาม และเกือบทำประตูได้ด้วยจากส้มหล่นลูกเตะมุม แต่เจ้าหวดไม่กี่หลาข้ามคาน
มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 7.5
ไม่มีพลังงานของไรซ์ช่วยตรงกลางสนาม ทำให้ซูบิเมนดี้ก็แบกภาระหนักในจังหวะที่วิลล่าได้สวนกลับ ในช่วง 15-20 นาทีแรก บอลทะลุตรงกลางของทีมมาง่ายมาก แต่หลังจากนั้นทีมดูจะจูนตำแหน่งกันได้ดีขึ้น แล้วเป็นซูบิเมนดี้ที่สอดเข้าไปยิงให้ทีมนำ 2-0 นอกจากนี้ซูบิยังเป็นคนช่วยทำทางสู่ประตูที่สี่ด้วย พอขยับมาเล่นเบอร์ 8 เขาก็เล่นดีเหมือนกันนะ
มิเกล เมริโน่: 6.0
ด้านเกมส์รับทดแทนการขาดหายไปของไรซ์ไม่ได้เลย ยิ่งมาเจอพวกโรเจอร์กับโอนาน่า ที่คล่องกว่า เร็วกว่า เมริโน่ช้ากว่าแบบชัดเจนมากๆ หวาดเสียวจะโดนใบเหลืองสองด้วย แต่เมริโน่ก็ทำได้ดีในจังหวะการขึ้นเกมส์ฝั่งซ้ายในการเชื่อมกับทรอสซาร์
มาร์ติน โอเดการ์ด: 8.0 (C)
โอเดการ์ด บทบาทและส่วนร่วมกับเกมส์รุกของทีมมีไม่มากอย่างที่เคยเป็น แต่ครึ่งหลังโอเดการ์ดยกระดับตัวเองขึ้นมาชัดเจน เป็นคนแอสซิทอย่างสวยให้ซูบิเมนดี้ยิงลูกที่สอง และมีโอกาสได้ลุ้นประตูเองอีก 2-3 หน แบบใกล้เคียง
เลอันโดร ทรอสซาร์: 8.0
การขึ้นเกมส์รุกของอาร์เซน่อล เทมาทางทรอสซาร์เป็นหลักเลย สองครั้งที่เยอเคเรสได้ขึ้นโหม่งในครึ่งแรกก็มาจากการทำเกมส์จากฝั่งซ้าย ทรอสซาร์เป็นคนยิงให้ทีมหนีห่างเป็น 3-0 ด้วยการยิงแบบสุดเด็ดขาด ตามด้วยแอสซิทให้เฆซุสยิงลูกสี่
บูคาโญ ซาก้า: 6.0
เป็นวันที่ซาก้ามีบทบาทกับเกมส์รุกของทีมน้อยมาก ครึ่งหลังแม้ว่าจะมีบทบาทมากขึ้นหน่อย และเป็นคนเปิดเตะมุมให้กาเบรียลโขกประตูแรก แต่ซาก้าถือว่าเงียบไปหน่อย
วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.5
ครึ่งแรกมีโอกาสได้ขึ้นโหม่ง 2 ครั้ง แต่เยอเคเรสไม่สามารถคุมทิศทางบอลให้เข้ากรอบได้เลย ส่วนบทบาทกับเกมส์ เยอเคเรสก็ยังจมหายไประหว่างคู่เซนเตอร์ ครึ่งหลังดูพยายามจะมีส่วนร่วมมากขึ้น และมีจังหวะช่วยเกมส์รับดีอยู่ 2-3 จังหวะ
ตัวสำรอง:
คริสเตียน นอร์การ์ด: 6.0 (นาทีที่ 73, เมริโน่)
นานๆ จะได้รับความไว้วางใจให้ลงมาเล่นในเกมส์พรีเมียร์ลีกสำหรับนอร์การ์ด แต่เกมส์นี้จำเป็น เพราะเขาเป็นกองกลางกึ่งเกมส์รับคนเดียวบนม้านั่งสำรอง และเมริโน่ก็เจอเหลืองแก่ๆ แล้วด้วย ภาพรวมนอร์การ์ด
กาเบรียล เฆซุส: 7.0 (นาทีที่ 76, เยอเคเรส)
อยู่ในสนามไม่กี่นาที กาเบรียล เฆซุส ก็ยิงประตูให้ทีมนำ 4-0 เป็นประตูแรกของเขาหลังจากพักยาวมาร่วมปีจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า สิ่งที่ชัดเจนคือเฆซุส เก็บบอลแดนหน้าได้ แล้วพลิกไปเล่นเองได้
ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0 (นาทีที่ 76, มากัลเญส)
โนนี่ มาดูเอเก้: N/A (นาทีที่ 83, ซาก้า)
เบน ไวท์: N/A (นาทีที่ 83, ทิมเบอร์)
ดูบอลสดฟรี
บอลสด -
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเกมส์เปิดบ้านรับแอสตัน วิลล่า ในเกมส์พรีเมียร์ลีกคืนวันอังคารนี้
การเจอกับแอสตัน วิลล่า
“เรามีเกมที่ยากมาก เรารู้ระดับของพวกเขา รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่มันก็เป็นเกมที่สวยงามในการเตรียมตัวและลงเล่นเช่นกัน พวกเขาสมควรอยู่ตรงนั้น ดูสิ่งที่พวกเขาทำ ความสม่ำเสมอที่แสดงออกมา และสิ่งที่อูไนทำกับสโมสร ผมคิดว่าพวกเขาสมควรได้รับเครดิตอย่างเต็มที่ เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นในสนาม ซึ่งเป็นที่ที่คุณต้องพิสูจน์ระดับของตัวเอง“เราจะกลับไปดูเกมนั้นอีกครั้ง ผมมีไอเดียและหลายสิ่งที่เราต้องทำให้ดีกว่านี้ มันเป็นความพ่ายแพ้ที่โหดร้ายพอสมควรจากวิธีที่เราเสียประตู แต่เราจะเรียนรู้จากมัน”
ความพ่ายแพ้เมื่อช่วงต้นเดือนจะเป็นแรงกระตุ้นพิเศษของทีมหรือไม่?
"ถ้าคุณใช้แรงจูงใจและความโกรธนั้นในทางที่ถูกต้อง แน่นอนว่ามันช่วยได้”การเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคม:
“เราต้องตระหนักถึงสถานการณ์และกรอบเวลาของผู้เล่นบางคนในการกลับมาจากอาการบาดเจ็บอย่างมาก ถ้าคุณไล่ดูตั้งแต่แนวรุกไปจนถึงแนวรับ นั่นคือขุมกำลังที่คุณจำเป็นต้องมี เมื่อมองไปยังสโมสรอื่น ๆ พวกเขามีนักเตะ 24 หรือ 25 คน ดังนั้นทีมของเราก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษแตกต่างออกไป“ประเด็นคือ เรามีอาการบาดเจ็บมากกว่าที่คาดไว้ บางอย่างผมคิดว่าเลี่ยงไม่ได้ แต่เราต้องการทำให้ดีกว่านี้ และเรารู้ดีว่าการมีนักเตะพร้อมใช้งานในระดับที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อฤดูกาลมากแค่ไหน
“ตลาดมันเปิดอยู่ เราคืออาร์เซนอล และเราต้องมองมันแล้วถามว่า ‘โอเค เราต้องการอะไร?’ เราต้องมองหาอย่างจริงจัง จากนั้นจะทำได้หรือไม่ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หน้าที่ของเราคือต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้”
โอกาสย้ายออกของผู้เล่นในทีม:
“เช่นเดียวกัน เราประเมินทุกสถานการณ์ ผมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอันเดรีย แบร์ต้ามากกว่าในการทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในตลาด รวมถึงตัวนักเตะแต่ละคนด้วย เราต้องประเมินสถานะของทุกคน และหาทางออกที่ดีที่สุด”-----------------------------------------------------------------------------
-
AFCAmden สายวงในพูดถึงโอกาสกลับมาฟิตทันลงเล่นของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ และริคาร์โด้ คาลาฟิออรี ในเกมส์กับแอสตัน วิลล่า เขาบอกว่า:
"หวังว่าเราจะได้อย่างน้อยหนึ่งคน หรือถ้าเป็นไปได้ก็ทั้งสองคน ระหว่าง ทิมเบอร์ กับ คาลาฟิออรี กลับมาพร้อมลงเล่นในเกมพรุ่งนี้ เราไม่ได้ใช้งานแผงหลังตัวจริงครบทั้งสี่คนพร้อมกันเลยนับตั้งแต่เกมกับซันเดอร์แลนด์ ซึ่งก็เกือบสองเดือนมาแล้วทิมเบอร์ถือว่าสำคัญมากกว่า เพราะฝั่งซ้ายเรายังมีตัวเลือกทดแทนมากกว่า แถมเรายังจำเป็นต้องให้ ไรซ์ ลงเล่นในแดนกลางด้วย หวังว่าจะเป็นข่าวดีนะ"
-
AFCAmden สายวงในพูดถึงโอกาสกลับมาฟิตทันลงเล่นของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ และริคาร์โด้ คาลาฟิออรี ในเกมส์กับแอสตัน วิลล่า เขาบอกว่า:
-
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์เปิดบ้านชนะไบรท์ตัน 2-1 ทำให้พวกเขายังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกต่อไป
รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น:
“มีความสุขมากกับฟอร์มการเล่น ทั้งในแง่รายบุคคลและภาพรวมของทีม เราคุมเกมได้อย่างเหนือกว่ามาก และสร้างความอันตรายได้เยอะมาก ผมพอใจอย่างยิ่งกับทุกอย่างตรงนั้น แต่ช่องว่างของสกอร์มันควรจะขาดกว่านี้มาก ผมหมายถึง จากจำนวนสถานการณ์ โอกาส และโอกาสจะแจ้งที่เราสร้างขึ้นมาตลอดทั้งเกม มันไม่ควรจะจบที่สกอร์ 2-1 เลย“แต่นั่นแหละคือพรีเมียร์ลีก นั่นคือก้าวที่เรายังต้องพัฒนา ผมคิดว่าจังหวะยิงครั้งแรกของพวกเขา ก็กลายเป็นประตูทันที แล้วจากนั้น เดวิด [ราย่า] ก็ยังต้องเซฟอีกครั้งเพื่อรักษาผลการแข่งขันเอาไว้ ดังนั้นใช่ แต่สิ่งที่ผมชอบคือ เรากำลังเผชิญกับปัญหามากมาย และเราจัดการกับมันได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ
“เมื่อวานนี้เราเสีย เยอร์เรียน ทิมเบอร์ไป และวันนี้เราก็เสียคาลาฟิออรี ตั้งแต่ช่วงวอร์มอัพ เดแคลน (ไรซ์) ต้องลงเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ก และคุณก็ได้เห็นฟอร์มการเล่นที่เขาทำออกมา นั่นแหละคือสปิริต และนั่นคือระดับความมุ่งมั่นที่นักเตะของเรามี”
สามารถเดินหน้าทำผลงานและเก็บผลการแข่งขันได้ต่อไปหรือไม่ แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย?
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้เราประคองตัวผ่านมาได้ 6 เดือนแล้ว งั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป เรายังเหลืออีกประมาณ 5 เดือนครึ่ง หวังว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะดีขึ้น ข่าวดีเหมือนกัน อย่างเช่น เราได้ กาบี (มากัลเญส) กลับมา เราได้กาบีกลับมาเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งมันยอดเยี่ยมมาก ผมคิดว่าทีมแพทย์ทำงานได้อย่างน่าทึ่งจริง ๆ"“รวมถึงวิธีที่เขาผลักดันตัวเองด้วย นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ เพราะเมื่อเราสูญเสียใครไปหนึ่งคน เราก็ได้อีกคนกลับมาแทน และโดยภาพรวม ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเรา ในเกมที่เจอกับทีมที่แข็งแกร่งมากแบบนั้น ถือว่าดีมากจริงๆ”
อาการเจ็บของทิมเบอร์และคาลาฟิออรี:
"เยอร์เรียน (ทิมเบอร์) เขาลงพื้นในท่าที่ผิดจังหวะ และกรณีของ ริคซี่ ก็มีบางอย่างเกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งมันเป็นอะไรที่แปลกมากจริงๆ"
คาลาฟิออรีที่ว่าแปลกคืออะไร?
“มันเป็นอาการที่เขารู้สึกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เป็นบางอย่างที่เกิดขึ้นแบบค่อนข้างน่าอึดอัด และวันนี้ในช่วงวอร์มอัพ เขารู้สึกบางอย่าง และไม่พร้อมจะลงเล่น”
การเปลี่ยนแปลงผู้เล่นก่อนเกมส์เริ่ม:
“มันเป็นสิ่งที่เราเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว เพราะเรารู้ว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเวลาที่ผมประกาศรายชื่อตัวจริง ผมจะบอกนักเตะเสมอ และตั้งแต่วันก่อนแข่งก็ต้องพร้อมไว้ เพราะนี่คือฟุตบอล นี่คือพรีเมียร์ลีก และอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้“ใครสักคนอาจจะไม่สบายกะทันหัน และอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาเขาอาจลงเล่นไม่ได้ คุณต้องอยู่ในสภาพจิตใจที่ถูกต้อง เพื่อที่จะสามารถลงไปทำผลงานได้ทันที โดยไม่ปล่อยให้ความผิดหวังเข้ามาครอบงำ และนั่นคือสิ่งที่นักเตะของเรากำลังทำอยู่”
ถูกซิตี้แซงขึ้นจ่าฝูงก่อนเกมส์สองหน แต่ก็แซงคืนได้ทั้งหมด:
“เราควบคุมได้แค่สิ่งที่เราทำเท่านั้น และตอนนี้เราก็กำลังทำหลายอย่างได้ดีมากๆ เช่นกัน ยังมีบางจุดที่เราจำเป็นต้องพัฒนา เพื่อให้ความได้เปรียบหรือช่องว่างต่างๆ ดียิ่งขึ้น เรายังต้องการนักเตะกลับมาเพิ่มด้วย เพื่อให้มีตัวเลือกที่ดีขึ้น และรักษาความสดของทีมให้อยู่ในระดับสูงมาก ทุกๆ สามวันจะเป็นความท้าทาย และพวกเราก็พร้อมรับมือกับมัน” -
PREMIER LEAGUE LEAGUE 2025/26
Arsenal 2 - 1 Brighton
Sat 27 December 2025, 22.00 น.
GOAL:
1-0 มาร์ติน โอเดการ์ด (นาทีที่ 14, ซาก้า)
2-0 จอร์จินิโอ รุตแตร์ (นาทีที่ 53, ทำเข้าประตูตัวเอง)
2-1 โกเมส (นาทีที่ 63)

ดูบอลสดฟรี
ดาบิด ราย่า: 7.5
ครึ่งแรกไม่ต้องมีจังหวะต้องเซฟอะไรเลย แต่ครึ่งหลังเริ่มมีงานให้เขาทำ และมีจังหะซูเปอร์เซฟสำคัญในการบินปัดลูกยิงของมินเตย์ข้ามคานได้แบบเหลือเชื่อ ทำให้ทีมรอดพ้นการถูกตีเสมอ 2-2
เปียโร่ อินคาปิเอ้: 7.0
กลางสัปดาห์มีปัญหาบาดเจ็บจนไม่มีชื่อในเกมส์กับพาเลซ แต่เกมส์อินคาปิเอ้กลับมาสตาร์ทตัวจริงได้ ผลงานถือว่าทำหน้าที่ได้ดี แต่จุดที่ปรับปรุงก็ยังเป็นการเปิดบอลยาวไปข้างหน้าที่เหมือนเตะคืนคู่แข่ง
วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.0
ซาลิบา อ่านจังหวะ ชิงจังหวะเข้าเล่นบอล บังบอลได้ดีเหมือนเคย เลยเห็นซาลิบาเอาชนะได้ทุกครั้งในการดวลกับรุสแตร์
ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 5.5
ได้ลงสนามตัวจริงเกมส์แรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เนื่องจากคาลาฟิออรีเจ็บตอนวอร์มอัพ ครึ่งแรกยังไม่ค่อยมีปัญหาอะไรในเกมส์รับ แต่ครึ่งหลังพอไบรท์ตันเปลี่ยนตัว มินเตย์ ไมล์สมีปัญหาชัดเจนมากๆ
เดแคลน ไรซ์: 7.5
วิกฤตขาดแคลนแนวรับโดยเฉพาะแบ็คขวา ที่วันนี้ไรซ์ต้องมาเล่นเป็นแบ็คขวาจำเป็น แม้ตำแหน่งไม่ถนัดแต่ไรซ์ก็ยังคงเล่นในฟอร์มที่ดีต่อเนื่อง ประตูที่สองมาจากลูกเตะมุม ที่เขาเปิดไปแล้วผู้เล่นไบรท์ตันโหม่งผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง
มาร์ติน ซูบิเมนดี้: 7.0
ครึ่งแรกเกือบจะทำประตูได้ด้วย จากลูกตอกส้น แต่ประตูไบรท์ตันยังเซฟไว้ได้หวุดหวิด ช่วงทดเจ็บมีเคลียร์จังหวะสำคัญในกรอบเขตโทษ บทบาทในการขึ้นเกมส์ของซูบิเมนดี้ก็ยังทำได้ดีตามมาตรฐาน
มิเกล เมริโน่: 5.5
ปัญหาของเมริโน่เวลามาเล่นกองกลางคือเขาป้องกันพื้นที่ใน Half Space ไม่ค่อยดี มักจะช้ากว่าคู่แข่งตลอด อย่างลูกที่โดนตีไข่แตก รวมถึงลูกยิงของมินเตย์ที่เกือบทำทีมโดน 2-2 ก็เป็นเมริโน่อีกเหมือนเดิมที่ช้า
มาร์ติน โอเดการ์ด: 7.5 (C)
ปลดล็อกประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของตัวเองได้แล้ว จากจังหวะสับไกนอกกรอบเขตโทษให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ภาพรวมถือเป็นเกมส์ที่ดีของโอเดการ์ดเลย เขามีส่วนร่วมและบทบาทกับเกมส์รุกของทีมเยอะมาก ท้ายเกมส์โอเดการ์ดเร่งจังหวะไปหน่อย
เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.5
การขึ้นเกมส์ทางฝั่งซ้ายจากทรอสซาร์ มีมาเป็นระยะๆ ถือว่ากดดันแนวรับของไบรท์ตันได้เป็นอย่างดี แต่จังหวะเปิดเข้ามาดูยังไม่ลงตัวกับเพื่อนสักเท่าไร
บูคาโญ ซาก้า: 6.5
จังหวะหนึ่งต่อหนึ่ง ซาก้าเอาชนะกองหลังของไบรท์ตันได้ตลอด แต่จังหวะสุดท้ายของซาก้าขาดประสิทธิภาพและความเด็ดขาดไม่ว่าจะยิงเอง หรือจ่ายให้เพื่อน ครึ่งหลังซาก้านานๆ จะมาที จังหวะดีที่สุดก็คงเป็นท้ายเกมส์ที่เปิดถวายพานให้มาร์ตี้เข้าชาร์จ แต่ยิงหลุดกรอบเหลือเชื่อ
วิคตอร์ เยอเคเรส: 6.5
มีโอกาสทองตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรก ที่เขาชิงเหลี่ยมได้ดีกว่าเซนเตอร์ของไบรท์ตัน แต่จังหวะยิง เยอเคเรสดันยิงเบามาก มีความมุ่งมั่นในการวิ่งส่ายและชิงจังหวะกับกองหลังคู่แข่ง ซึ่งก็ถือว่าเขาทำได้ดีกว่าหลายนัดที่ผ่านมา ส่วนจังหวะเข้าฮอตในกรอบเขตโทษยังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีสักเท่าไร
ตัวสำรอง:
กาเบรียล มากัลเญส: 6.0 (นาทีที่ 71, ลูอิส-สเกลลี่)
กาเบรียล เฆซุส: 6.0 (นาทีที่ 71, เยอเคเรส)
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 6.5 (นาทีที่ 82, ทรอสซาร์) -
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์พรีเมียร์ลีกที่จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของไบรท์ตัน ในวันเสาร์นี้
คาลาฟิออรีในบทบาทเซนเตอร์แบ็ค:
“สิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน [ก่อนย้ายมาอาร์เซนอล] คือการเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ก ดังนั้นเราจึงดึงเขาเข้ามาเพราะเราเชื่อว่าเขาสามารถเล่นได้ทั้งสองตำแหน่ง (เซนเตอร์แบ็คและฟูลแบ็ค) ความพร้อมในการลงสนามของริคชีในฤดูกาลนี้ถือว่าดีมากเช่นกัน และในเกมส์กับคริสตัล พาเลซ ขาทำผลงานได้ดีมาก”ไค ฮาแวร์ตซ์ กลับมาในรอบกว่าสี่เดือน:
“ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของเวลาแค่ไม่กี่วัน ไม่ถึงขั้นเป็นสัปดาห์ เราต้องรอดูในขั้นตอนต่อไปว่าเขาจะตอบสนองอย่างไร เขาเป็นนักเตะที่เราคิดถึงมาก เป็นผู้เล่นที่ช่วยยกระดับทีมไปอีกมิติหนึ่ง ดังนั้นผมดีใจมากที่จะได้เขากลับมาในเร็วๆ นี้”อัพเดทกาเบรียล มากัลเญส:
“เราคงต้องรอดูกันต่อไป เขายังไม่ได้ลงซ้อมเลย ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย แต่ก็หวังว่าจะกลับมาได้โดยเร็วที่สุด เพราะเรารู้ดีว่าสถานการณ์ในแนวรับของเราตอนนี้เป็นอย่างไร”เล่นในบ้านสองเกมส์ติดในช่วงส่งท้ายปี:
“แน่นอนว่าเราต้องเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะมาถึง แต่คืนนี้และพรุ่งนี้ อย่างน้อยผมก็จะได้ใช้เวลากับครอบครัวที่นี่บ้าง จะมีเวลาสำหรับการพักผ่อน และมีเวลาสำหรับการทำงาน รวมถึงได้ซึมซับความสุขและโอกาสที่เราได้รับ ในการได้เล่นในระดับนี้ ในประเทศนี้ พร้อมกับประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่เรามีอยู่”
ผลงานของเฆซุสนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา:
“ใช่ เขามีระดับความฟิตที่ดีมาก เราค่อยๆ เพิ่มจำนวนนาทีให้เขามาตลอด และวันนี้ตราบใดที่เขายังรู้สึกดี ทุกคนก็พอใจกับการมีส่วนร่วมของเขา ก่อนที่เราจะเสี่ยงใช้งานเขามากเกินไปและทำให้ล้า เราก็เปลี่ยนเขาออก และผมก็พอใจกับการตัดสินใจนั้น”
อาร์เซน่อลเป็นทีมอันดับหนึ่งด้านแฟร์เพลย์:
“ผมไม่รู้มาก่อนเลย นั่นก็ดีมาก ดีมากจริง ๆ”
คิดถึงการลุ้นแชมป์สี่รายการไหม:
“ผมกำลังคิดแค่ว่าจะกลับบ้าน พักผ่อนให้เต็มที่ สนุกกับวันหนึ่งวัน แล้วจากนั้นค่อยเริ่มคิดถึงเกมกับไบรท์ตัน นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ”
ปีก่อนเสมอในบ้านกับไบรท์ตัน และไรซ์โดนไล่ออก:
“ผมจำมันได้ดีมาก ผมไม่พอใจอย่างยิ่งกับวิธีที่เราเล่นตอนเหลือผู้เล่นสิบคน ดังนั้นผมหวังว่าครั้งนี้มันจะออกมาแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ผมคิดว่าตอนนี้กติกามันเปลี่ยนไปแล้ว เราเคยต้องจ่ายราคาที่หนักมากเพราะกฎนั้น และเราก็หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก และเราจะได้เล่นกันครบสิบเอ็ดคน”
******************************************************- Kaya Kaynak นักข่าวจาก The Athletic ออกมาบอกว่า อาร์เซน่อล มีความกังวลว่า ปิเอโร่ อินคาปิเอ้ เซนเตอร์แบ็คทีมชาติเอกวาดอร์ จะฟิตไม่ทันเกมส์กับไบรท์ตันในวันเสาร์นี้ หลังจากมีปัญหาบาดเจ็บที่กระดูกไหปลาร้า จนทำให้เขาพลาดเล่นในเกมส์คาราบาว คัพรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
CARABAO CUP Quarter Final
Arsenal 1 - 1 Crystal Palace (PEN 8-7)
Tue 23 December 2025, 03.00 น.
GOAL:
1-0 แม็กซองซ์ ลาครัวซ์ (นาทีที่ 80, ทำเข้าประตูตัวเอง)
1-1 มาร์ก เกฮี (นาทีที่ 90+5)
PENALTY SHOOT-OUT:
✅ 1-0 มาร์ติน โอเดการ์ด
✅ 1-1 ณอง ฟิลิปป์ มาเตต้า
✅ 2-1 เดแคลน ไรซ์
✅ 2-2 จัสติน เดเวนี่
✅ 3-2 บูคาโญ ซาก้า
✅ 3-3 วิลล์ ฮิวจ์ส
✅ 4-3 เลอันโดร ทรอสซาร์
✅ 4-4 โบนาร์ โซซา
✅ 5-4 มิเกล เมริโน่
✅ 5-5 เจฟเฟอร์สัน เลอมาร์
✅ 6-5 ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี
✅ 6-6 อดัม วอร์ตัน
✅ 7-6 ยูร์เรียน ทิมเบอร์
✅ 7-7 คริสแตนตัน อุคเซ่
✅ 8-7 วิลเลี่ยม ซาลิบา
❌ 8-7 แม็กซองซ์ ลาครัวซ์
ดูบอลสดฟรี
เกปา อาร์ริซาบาลาก้า: 7.0
90 นาที เกปาไม่ต้องออกแรงเซฟอะไรเลย แต่ครั้งเดียวที่พาเลซมายิงเข้ากรอบในช่วงทดเจ็บ เสียประตูเลย แต่ลูกนี้ก็โทษเกปาไม่ได้ ช่วงดวลจุดโทษ เกปาพุ่งไปผิดทางทุกครั้ง จนครั้งลูกที่ 8 เกปาเซฟได้และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี: 6.5
อินคาปิเอ้ไม่มีชื่อ ทำให้คาลาฟิออรีต้องขยับเข้ามาเล่นเซนเตอร์แบ็ค ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรกับบทบาทนี้ คาลาฟิออรีก็ทำได้ดีมาตลอด แต่จังหวะโดนตีเสมอ 1-1 ตอนทดเจ็บ ที่เขาแพ้ในการดวลลูกกลางอากาศ
วิลเลี่ยม ซาลิบา: 7.5
ซาลิบาก็ทำผลงานได้ดีตามมาตรฐานของตัวเอง ครึ่งแรกเกมส์รับไม่ต้องทำอะไรมาก เลยเห็นมีจังหวะสวยๆ ที่เขาขยับเติมขึ้นสูงไปถึงแดนคู่แข่ง ครึ่งหลังมีจังหวะแท็กเกิ้ลสำคัญเซฟทีมเอาไว้ได้
เยอร์เรียน ทิมเบอร์: 6.5
พี่แกเล่นบู๊เหลือเกิน ในช่วงครึ่งเวลาแรก อาจจะมี 1-2 จังหวะที่ทิมเบอร์มุทะลุมากไปหน่อย จนตัวเองหลุดออกจากตำแหน่งมากไกล การเล่นร่วมกับมาดูเอเก้มีมาเรื่อยๆ แล้วเขามีโอกาสลุ้นประตู 2 ครั้งแบบเต็มแต่กดบอลไม่เข้ากรอบ
ไมล์ส-ลูอิส สเกลลี่: 6.0
อาจจะมีคุมพื้นที่หลวมๆ ไปอยู่บ้าง ฝืนเล่นยากแล้วเสียการครองบอลอยู่บ้าง แต่ภาพรวมไมล์สก็ถือว่ายังทำผลงานในระดับที่โอเค เพียงแต่มันยังไม่ถึงระดับที่เขาเคยทำได้ในซีซั่นก่อน
คริสเตียน นอร์การ์ด: 7.0
นอร์การ์ด เก็บบอลจังหวะสองได้ดีอยู่หลายครั้ง พอตัดบอลได้ นอร์การ์ดก็จะฝากบอลเร็วไปให้กับเพื่อน ไม่ได้เก็บบอลไว้กับตัวนาน ถือว่าทำตามจ็อบตัวเองได้ดี
เอเบเรซี่ เอเซ่: 6.0
ได้เล่นในบทบาทจอมทัพทางฝั่งซ้าย ซึ่งน่าจะเป็นฝั่งที่ถนัด แต่บทบาทของเอเซ่ดูจะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แม้ครึ่งหลังจะได้บอลมากขึ้น แต่การสร้างสรรค์เข้าพื้นที่สุดท้ายก็มีไม่มากนัก
มิเกล เมริโน่: 6.0 (C)
ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในเกมส์นี้ ส่วนบทบาทเมริโน่ขยับไปยืนกองกลางฝั่งขวา อิมแพ็คกับเกมส์ก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: 7.0
ครึ่งแรกมาร์ตี้พาทัวร์สนุกเลย เมื่อได้ดวลกับวิงแบ็คดาวรุ่งของพาเลซ แล้วได้หลุดทะลุไปเปิดบอลแบบได้ลุ้นอยู่ 2-3 ครั้งเลย ก่อนหมดครึ่งแรกเจ็บแถวบริเวณเข่า ครึ่งหลังฝืนเล่นไปได้ไม่ถึง 15 นาทีก็โดนเปลี่ยนตัวออก
โนนี่ มาดูเอเก้: 6.5
เป็นคนที่มีโอกาสลุ้นประตูเยอะที่สุดในทีม ครึ่งแรกมาดูเอเก้มีโอกาสไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง แต่ก็ยิงไม่ผ่านมือเบนติเตซประตูของฝั่งพาเลซ ครึ่งหลังการคุกคามเกมส์รับของทีมเยือนของเขาดูดร็อปลงไป
กาเบรียล เฆซุส: 7.0
เฆซุสก็เกือบที่จะโขกทำประตูได้ แต่ประตูของพาเลซก็เซฟไว้ได้แบบเหลือเชื่อ ครึ่งหลังได้โขกอีกครั้งแต่ก็หลุดเสาออกไปนิดเดียว ท้ายเกมส์ได้เอียงปั่นเน้นๆ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือเบนิเตซอีก เฆซุสก็พยายามเต็มที่ แต่ประตูยังไม่มา
ตัวสำรอง:
เลอันโดร ทรอสซาร์: 6.0 (นาทีที่ 59, มาร์ติเนลลี่)
มาร์ติน โอเดการ์ด: 6.0 (นาทีที่ 67, เอเซ่)
บูคาโญ ซาก้า: 6.0 (นาทีที่ 67, มาดูเอเก้)
เดแคลน ไรซ์: N/A (นาทีที่ 86, เฆซุส) -
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังเกมส์ที่อาร์เซน่อลบุกชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0 จากลูกจุดโทษของวิคตอร์ เยอเคเรส
พูดถึงรูปเกมส์ที่เกิดขึ้น:
ในครึ่งแรก เรามีช่วงเวลาที่ทำได้ดีอยู่บ้าง เราครองเกมได้อย่างมาก แต่ไม่ได้สร้างโอกาสมากนัก เราทำประตูได้หนึ่งลูก และในครึ่งหลัง เรามีโอกาสจะแจ้งแบบเปิดโล่งอยู่สองหรือสามครั้ง ซึ่งถ้าคุณอยากจะสบายใจกว่านี้ในช่วงท้ายเกม ในพรีเมียร์ลีกคุณต้องยิงให้เป็นประตูสองครั้งที่เรายิงไปชนเสา หนึ่งครั้งเป็นของเลโอ (ทรอสซาร์) อีกครั้งเป็นของซูบิเมนดี ส่วนบูกาโย [ซาก้า] นั้นว่างโล่งอยู่ในกรอบเขตโทษ เขามีเวลา เขาเลือกที่จะยิง และบอลก็ถูกเคลียร์ออกจากเส้นประตูพอดี ดังนั้นช่วงเวลาแบบนี้คือสิ่งที่คุณต้องเฉียบคมให้มากกว่านี้ เพื่อให้มีระยะห่างของสกอร์ที่มากขึ้น
เยอเคเรสเป็นคนรับหน้าที่สังหารจุดโทษ:
ผมมีความสุขกับเขามากจริงๆ พวกเขารับผิดชอบกันเองในสนาม ระหว่างมาร์ติน, บูคาโญ และเขา (เยอเคเรส) ในการตัดสินใจว่าใครจะเป็นคนยิง และพวกเขาก็ตัดสินใจได้ยอดเยี่ยม เพราะวิคตอร์ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้
ใช่ ผมเห็นด้วย (ว่ามันแสดงถึงความไม่เห็นแก่ตัว) และมันยังสะท้อนถึงความมั่นใจในตัวนักเตะด้วย เพราะแน่นอนว่าเขาซ้อมทุกวัน และเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมมาก และเขาก็ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ ดังนั้นผมชอบมากเวลาที่นักเตะรับผิดชอบ ตัดสินใจกันเองว่าอะไรคือการตัดสินใจที่ดีที่สุด นั่นเป็นสิ่งที่ดีมากจริงๆ
ฟอร์มของเดแคลน ไรซ์ตอนนี้:
เหลือเชื่อมาก ฟอร์มการเล่นของเขาที่เล่นได้หมดทุกอย่าง ความเป็นผู้นำในสนาม จำนวนครั้งที่เขาแย่งบอลกลับมาได้ ซึ่งช่วยให้เราเล่นเกมรุกต่อเนื่องได้ ทั้งหมดนั้นมีความสม่ำเสมออย่างเหลือเชื่อตลอดทั้งปีนี้อีกครั้ง และใช่เลย เขาเป็นนักเตะที่สำคัญมหาศาลสำหรับเรา
จังหวะซาลิบาที่สุ่มเสี่ยงจะเสียจุดโทษ:
ผมรู้ว่าพวกเขาเช็กจังหวะนั้นแล้ว ผมยังไม่ได้เห็นภาพเลย ทั้งจังหวะนั้น และแม้แต่จังหวะจุดโทษของเราผมก็ยังไม่ได้ดูด้วย ดังนั้นผมไม่รู้จริง ๆ พวกเขาตัดสินใจไปแล้ว เราทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ มากมายในกรอบเขตโทษ ดังนั้นผมไม่อยากจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก
เป็นจ่าฝูงในวันคริสต์มาส:
สิ่งที่มันมอบให้ผมคือความเชื่อมั่นและความมั่นใจ ระดับของผลงานและความสม่ำเสมอในฟอร์มการเล่นแบบนั้น ผมหมายถึงว่า มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ มากจริง ๆ ที่จะทำได้ในลีกนี้ นั่นหมายความว่าทีมอยู่ในระดับนั้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่หลุดออกไปไหน จงมีความสุขกับชัยชนะ และคุณจะต้องไปเจอกับสนามที่ยากลำบาก คุณจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยาก
เราผ่านหลายสิ่งหลายอย่างมาแล้ว และเราก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ แล้วสิ่งที่เราต้องการทำคืออะไร? ทำงานเพื่อเกมถัดไป พยายามพัฒนาให้ดีขึ้น และทำให้แน่ใจว่าทุกคนยังคงอยู่กับจิตวิญญาณและพลังแบบนั้น และมีความสุขกับมัน
ช่องว่างที่เหลือน้อยมากระหว่างพวกเขากับซิตี้:
เราต้องพยายาม เราต้องเดินหน้ากันต่อไป ยิ่งเราพยายามมากเท่าไร สิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้น และช่องว่างหรือความแตกต่างก็จะกว้างขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เราต้องพยายามทำการควบคุมจังหวะของเกมส์:
ท้ายที่สุดแล้ว คุณต้องเป็นฝ่ายคุมจังหวะของเกมให้ได้ เพื่อจะทำแบบนั้น คุณต้องเข้าใจว่าเกมต้องการอะไร ในช่วงไหนที่ต้องเล่นให้เร็วจริง ๆ และช่วงไหนที่ต้องชะลอเกมลง หากคุณสามารถกระตุ้นสิ่งที่คุณต้องการด้วยบอลได้ มันก็ถูกต้อง แต่บางครั้งเมื่อคุณจำเป็นต้องเฉียบคมขึ้น ดุดันขึ้น คุณก็ต้องเร่งจังหวะของเกมให้เร็วขึ้น และในวันนี้ เรามีช่วงเวลาที่อ่านเกมตรงจุดนั้นได้ดีมาก แต่ก็มีบางช่วงที่เราลังเลในการตัดสินใจ นั่นคือสิ่งที่เรายังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นบรรยากาศในสนามแห่งใหม่ของเอฟเวอร์ตัน:
ก่อนที่ผมจะไปนะครับทุกคน ผมอยากจะแสดงความยินดีกับทุกคนในสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสนามที่น่าทึ่งแห่งนี้ เพราะมันน่าประทับใจมากจริง ๆ ที่ได้เห็น ไม่ใช่แค่วิธีการที่พวกเขาสร้างมันขึ้นมาเท่านั้น แต่รวมถึงบรรยากาศที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วย ดังนั้น ในฐานะอดีตนักเตะ และในฐานะคนที่สนับสนุนสโมสรแห่งนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับทุกคนด้วย

บูคาโญ ซาก้า กับวิคตอร์ เยอเคเรส สองแนวรุกของอาร์เซน่อล ได้มาให้สัมภาษณ์กับทางสกายสปอร์ต หลังจบเกมส์ที่ชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0 โดยซาก้า ได้รับเลือกให้เป็น Man Of The Match ในเกมส์นัดนี้ด้วย-
ซาก้าพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมส์นี้ “เอฟเวอร์ตันทำให้มันยากมากจริง ๆ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเราด้วยที่ไม่สามารถปิดเกมได้ในบางช่วงเวลา แต่ต้องให้เครดิตกับพวกเขา การมาเล่นที่นี่มันยากเสมอ เราก็แค่มีความสุขที่ในที่สุดเราคว้าชัยชนะมาได้”
-
เยอเคเรส กับการรับหน้าที่ยิงจุดโทษ "มีหลายคนในทีมที่สามารถรับหน้าที่ยิงได้ และครั้งนี้เป็นผมที่รับหน้าที่ มันสำคัญมากที่ต้องยิงให้เข้า ดังนั้นมันก็รู้สึกดี มันก็มักจะออกมาแบบนั้นแหละ"
-
เยอเคเรส การกลับมายิงประตูได้อีกครั้ง “คุณอยากจะยิงประตูให้ได้เสมอ นั่นคือเป้าหมายหลักในทุก ๆ เกมสำหรับผู้เล่นแนวรุกทุกคน นั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำ วันนี้เราน่าจะยิงได้มากกว่านี้อีกสองสามลูก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราชนะเกมนี้”
-
เยอเคเรส เกี่ยวกับการปรับตัวเข้ากับทีมอาร์เซน่อล “ผมพยายามทำให้ดีที่สุดในสนามอยู่เสมอ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ระบบการเล่น วิธีที่เราเล่น แล้วก็ปรับตัวให้เข้ากับบทบาทนั้น เรากำลังเล่นกันได้ดีมาก เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีทั้งในลีกและแชมเปียนส์ลีก เราจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปในแนวทางนี้”
- ซาก้า พูดถึงการลงเล่นหลังทราบว่าแมนซิตี้ชนะแล้วแซงขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว “เรากลับมาเป็นจ่าฝูงของตารางอีกครั้ง แต่เราไม่ได้ไปจับตาดูแมนฯ ซิตี้ หรือทีมอื่นๆ เราแค่รู้ว่าเราควบคุมทุกอย่างได้ และถ้าเราชนะได้ทุกสัปดาห์ เราก็จะอยู่ตรงนั้นต่อไป”
-
ซาก้าพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมส์นี้ “เอฟเวอร์ตันทำให้มันยากมากจริง ๆ มันก็เป็นความรับผิดชอบของเราด้วยที่ไม่สามารถปิดเกมได้ในบางช่วงเวลา แต่ต้องให้เครดิตกับพวกเขา การมาเล่นที่นี่มันยากเสมอ เราก็แค่มีความสุขที่ในที่สุดเราคว้าชัยชนะมาได้”







%20(1)_s94rbxwg.jpg?h=dcb3e653&auto=webp&itok=wq_pkQyR)


.jpg)




บทสัมภาษณ์ "อาร์เตต้า" หลังเกมส์บุกชนะพอร์ทสมัธ 4-1
in THE GUNNERS NEWS
Posted
ดูบอลสดฟรี
บอลสด
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมส์บุกชนะพอร์ทสมัธ 4-1 ในเกมส์เอฟเอ ค้พรอบ 3
รูปเกมส์ที่เกิดขึ้น:
"เราเริ่มเกมส์แบบไม่เอาอะไรเลย ให้ความหวังและโมเมนตั้มกับทางคู่แข่ง จากการที่เราเสียประตูเร็ว แต่หลังจากนั้นเราก็สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เริ่มคุมจังหวะเกมส์ได้มากขึ้น ทำประตูจากลูกตั้งเตะ และตรงจุดนั้นทำให้เราสร้างความแตกต่างได้ มีทั้งแง่บวกที่เอาไปต่อยอดได้ และหลายอย่างที่เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกัน"
"อย่างแรกคือเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 10 คน และเมื่อคุณทำแบบนั้น ความต่อเนื่องและความเข้าใจย่อมหายไป ผู้เล่นบางคนไม่ได้ลงเล่นเลยในช่วงก่อนหน้านี้ แต่อีกมุม การได้เห็น ไค ฮาแวร์ตซ์ กลับมาลงเล่น, มาร์ลี แซลมอน ได้ประเดิมสนามในเอฟเอ คัพ และกาบี้ มาร์ติเนลลี่ ทำแฮตทริกได้ ทั้งหมดเป็นเรื่องดีมาก"
การแก้เกมส์ในช่วงพักครึ่ง:
“เราเล่นกันในระดับที่ยังไม่ถึง โดยเฉพาะในแง่เทคนิคเป็นรายบุคคล การเอาตัวรอดจากการเพรสในระดับนี้ เราปรับโครงสร้างบางอย่างเพื่อให้มีเวลาและตัวเลือกที่ดีกว่า และเมื่อเราเริ่มทำแบบนั้นได้ พวกเขาก็เริ่มเจองานยากขึ้นอย่างชัดเจน”
โอกาสลงสนามของผู้เล่นสำรอง:
เพราะพวกเขา รู้ว่าตัวเองจะมีความสำคัญ และผมคิดว่าเรากำลังพิสูจน์สิ่งนั้นด้วยการกระทำ ดังนั้นทุกคนมีโอกาสได้ลงเล่น ทุกคนได้ลงสนาม ทุกคนมีส่วนร่วม และเรารู้ดีว่าเราจำเป็นต้องอาศัยผลงานของทุกคน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่เราต้องการ”
อีธาน วาเนรี ที่ได้โอกาสลงตัวจริง:
“เขาสมควรได้รับโอกาสนั้นจริง ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยความแข็งแกร่งของทีมและผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกัน ทำให้ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ลงเล่น แต่วันนี้เขาได้โอกาส และผมคิดว่าเขาทำผลงานได้ดีมาก”
พูดถึงมาร์ติเนลลี่ในจังหวะกับแบรดลี่ย์เมื่อนัดที่แล้ว:
“ผมต้องบอกเลยว่า วิธีที่อาร์เน่ สล็อต พูดหลังจบเกมนั้น ยอดเยี่ยมมาก เพราะเขาเข้าใจดีว่านักเตะรู้สึกอย่างไรต่อตัวเอง ต่อคู่แข่ง และต่อเพื่อนร่วมทีม และผมคิดว่านั่นสะท้อนให้เห็นถึงคนที่เข้าใจเกมฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรต่อพวกเขา และทำไมคุณถึงแสดงปฏิกิริยาแบบนั้นออกมา และมันไม่มีเจตนาใด ๆ เลยที่จะทำร้ายนักเตะ หรือไม่ให้เกียรตินักเตะคนใดคนหนึ่ง”
มาร์ตี้แฮตทริกในเกมส์นี้:
“ผมชอบแบบนี้มากนะ กาบี้ไม่ว่าจะถูกส่งลงไปในสถานการณ์ไหน ไม่ว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่ได้ลง เขาก็แสดงผลงานออกมาเสมอ วันนี้เขายิงได้สามประตู พรุ่งนี้เขาก็จะมาซ้อมด้วยพลังเต็มร้อยแน่นอน มันจะไม่เปลี่ยนตัวตนของเขา นั่นแหละคือกาบี้”
การกลับมาของไค ฮาแวร์ตซ์:
“ในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย ผมแค่มองดูการเคลื่อนที่ของเขา การอ่านเกม และการรับรู้สถานการณ์ ว่าเขาควรขยับเมื่อไหร่ อย่างไร และสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่รอบตัวเขาอย่างไร มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ดูแบบนั้น เราคิดถึงเขามากจริงๆ ตอนนี้เขากลับมาอยู่กับเราแล้ว และสิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือดูแลเรื่องความฟิตของเขา เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากสำหรับเรา”
เกมส์รอบรองคาราบาวคัพกับเชลชี:
เราคงต้องกลับบ้านกันก่อน แล้วเราจะเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันพรุ่งนี้
อัพเดทอาการอินคาปิเอ้:
บางทีวันพรุ่งนี้ เราจะรู้อะไรมากขึ้น สภาพร่างกายของเขาไม่ดีเลย แต่เราหวังว่าจะไม่ใช่อาการที่ร้ายแรง
ดูบอลสดฟรี
บอลสด