Jump to content
Sign in to follow this  
admin

กลยุทธ์การใช้​ "ฟูลแบ็ก" ของอาร์เซนอลที่ใช้เจาะเกมส์รับทีมตราหมี

Recommended Posts

Arsenal_full_backs_main_pic-1.png?width=

ดูบอลสดฟรี

ในฤดูกาลนี้ รูปแบบการเล่นของอาร์เซนอลในเวลาครองบอล มักจะเป็นระบบ “ไดนามิกบ็อกซ์มิดฟิลด์” โดยที่แบ็กซ้ายจะเคลื่อนเข้ามาเล่นด้านในเพื่อเติมเต็มรูปแบบนั้น หรือบางครั้งก็จะยืนกว้างออกไปทางริมเส้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้เลอันโดร ทรอสซาร์ หรือเอเบเรชี เอเซ่ เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกทางซ้าย

แต่ในเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รูปแบบของอาร์เซน่อลแตกต่างออกไป ฟูลแบ็คทั้งสองข้างจะยืนประจำตำแหน่ง โดยมีบูคาโย่ ซาก้า และกาเบรียล มาร์ติเนลลี เป็นตัวรุกโจมตีจากด้านข้างทั้งสองฝั่ง

ในการเอาชนะแอตเลติโก มาดริด ของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ 4-0 รูปแบบการยืนของอาร์เซนอลเวลาครองบอลมีลักษณะคล้ายระบบ 4-3-3 ที่ฟูลแบ็กยืนแคบเข้ามาด้านใน และเมื่อไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ เคลื่อนเข้ามาในพื้นที่กลางสนาม เดแคลน ไรซ์ จะเลื่อนออกไปยืนในตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน

ขณะเดียวกัน แอตเลติโก มาดริด ในจังหวะที่ไม่ได้ครองบอล จะสลับระหว่างระบบ 4-4-2 และ 5-3-2 โดยมีจูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ถอยลงมาเป็นวิงแบ็กขวา

Arsenal_full_backs_1.png

การยืนตำแหน่งของเยอร์เรียน ทิมเบอร์ และลูอิส-สเกลลี่ สร้างปัญหาให้กับปีกของแอตเลติโกทั้งสองฝั่งอยู่ตลอดเวลา จูเลียโน่ และนิโก้ กอนซาเลซ ซึ่งทั้งคู่ต้องการจะถอยต่ำหรือเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่แดนกลางเมื่อทีมปรับเป็นระบบ 5-3-2

บรรดาฟูลแบ็กของอาร์เซนอลทำให้แอตเลติโกเปลี่ยนผ่านระหว่างระบบการป้องกันได้ยากขึ้น และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เกิดขึ้นได้อย่างชาญฉลาด เมื่อทีมของซิเมโอเน่กำลังสับเปลี่ยนโครงสร้างการยืน

ในตัวอย่างนี้ อาร์เซนอลเริ่มขึ้นเกมส์จากคู่เซนเตอร์แบ็กของพวกเขา และเมื่อจูเลียโน่ขยับขึ้นมากดดันลูอิส-สเกลลี่ เพราะเห็นว่ามีทางเลือกในการจ่ายบอลไปที่แบ็กซ้าย ในขณะเดียวกัน กอนซาเลซก็ขยับเข้ามาด้านในสนาม 2-3 ก้าว เพื่อรักษาความกระชับในแนวรับของทีม

เมื่อปีกซ้ายของแอตเลติโกเคลื่อนเข้ามาด้านใน ทิมเบอร์จึงเรียกให้เพื่อนจ่ายบอลมาที่เขา และเซนเตอร์แบ็กของอาร์เซนอลก็หมุนบอลมาหาเพื่อนร่วมทีมทันที ตอนที่ทิมเบอร์คอนโทรลบอลได้ กอนซาเลซก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเข้ามากดดันแบ็กขวาได้ และทิมเบอร์พยายามจ่ายบอลให้เอเซ่วิ่งทะลุช่อง แต่บอลนั้นแรงเกินไป

Arsenal_full_backs_1.gif

ในอีกตัวอย่างหนึ่ง การยืนตำแหน่งของทิมเบอร์และลูอิส-สเกลลี่ บังคับให้แอตเลติโกคงระบบ 4-4-2 เอาไว้ ตอนเริ่มต้น ระยะห่างระหว่างแนวรับของแอตเลติโกยังดีอยู่ แต่เมื่อวิคเตอร์ เยอเคเรส ยืนตรึงคู่เซนเตอร์ไว้ตรงกลาง และการเคลื่อนที่ของซาก้าทำให้ดาวิด ฮันช์โก ต้องยืดตัวออกจากตำแหน่ง มันจึงเกิดช่องว่างในแนวรับสี่คน

นอกจากนี้ โกเก้ ก็ไม่สามารถลงมาปิดพื้นที่ตรงนั้นได้ เพราะเขาต้องคอยจับตาดูเอเซ่ ซึ่งขยับบอลไปทางขวาก่อนจะจ่ายทะลุช่องให้ซาก้าวิ่งสอดเข้าไปหลังแนวรับ

บูคาโญ ซาก้า ปีกขวาของอาร์เซนอลพยายามชิพบอลข้ามยาน โอบลัค แต่ผู้รักษาประตูชาวสโลวีเนียป้องกันไว้ได้ทัน

Arsenal_full_backs_2.gif

ประสิทธิภาพของแนวทาง “การมีผู้เล่นยืนในพื้นที่ฟูลแบ็กอยู่เสมอ” แสดงให้เห็นชัดเจนที่สุดในประตูที่สองและสามของอาร์เซนอล

ในจังหวะต่อเนื่องก่อนที่มาร์ติเนลลีจะยิงประตู ลูอิส-สเกลลี่ สลับตำแหน่งกับไรซ์ เมื่อมาร์ติน ซูบิเมนดี้ จ่ายบอลไปให้แบ็กซ้ายชาวอังกฤษ จูเลียโน่ก็ขยับขึ้นมากดดันลูอิส-สเกลลี่ แต่ไม่สามารถแย่งบอลได้

ขณะเดียวกัน คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทนโกเก้ และยืนทางขวาของคู่มิดฟิลด์ตัวรับ ก็รู้ถึงอันตรายของไรซ์จากพื้นที่แบ็กซ้าย และขยับตำแหน่งเพื่อคุมกองกลางทีมชาติอังกฤษไว้ แต่ความกังวลของกัลลาเกอร์ที่มีต่อไรซ์ ทำให้เขาไม่กล้าขยับเข้าหาบอล ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูอิส-สเกลลี่เลี้ยงทะลุเข้าไปในพื้นที่ว่างได้
 

Arsenal_full_backs_3.gif
 

จากนั้นลูอิส-สเกลลี่ก็จ่ายให้มาร์ติเนลลี โดยมีมาร์กอส ญอเรนเต้พยายามถอยมาป้องกันช่องทางนั้น แต่ปีกซ้ายของอาร์เซนอลก็ปั่นบอลโค้งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0

Arsenal_full_backs_2.png

Arsenal_full_backs_3.png

 

สำหรับประตูที่สาม ก็เกิดจากลูอิส-สเกลลี่อีกครั้งที่ยืนแคบเข้ามาทางซ้าย ซูบิเมนดี้จ่ายบอลไปที่แบ็กซ้าย ซึ่งบังคับให้จูเลียโน่ต้องขึ้นมากดดัน แต่ตำแหน่งที่แคบของลูอิส-สเกลลี่ทำให้เขาสามารถคืนบอลให้มิดฟิลด์ชาวสเปนได้ก่อนที่แอตเลติโกจะปรับตำแหน่งได้ทัน

กัลลาเกอร์กำลังตามประกบไรซ์ จึงไม่สามารถขยับเข้ามากดดันซูบิเมนดี้ได้ ซึ่งทำให้ซูบิเมนดี้มีเวลาครองบอลมากขึ้น ด้านหลังของจังหวะ ญอเรนเต้ต้องขยับออกไปทางมาร์ติเนลลี แต่โรบิน เลอ นอร์ม็องด์ เซนเตอร์แบ็กขวาของแอตเลติโกไม่กล้าออกตาม เพราะกลัวจะปล่อยให้เยอเคเรสหลุดไป

Arsenal_full_backs_4.gif
 

ทั้งหมดนี้สร้างช่องว่างในแนวรับของแอตเลติโก และเมื่อไม่มีแรงกดดันต่อซูบิเมนดี้ เขาจึงสามารถจ่ายบอลทะลุช่องไปยังพื้นที่นั้นเพื่อหามาร์ติเนลลีที่วิ่งทำทางอยู่

ปีกซ้ายของอาร์เซนอลส่งบอลกลับมาหาเอเซ่ ซึ่งยิงแต่บอลไปโดนอเล็กซ์ บาเอน่าบล็อกไว้ ทว่าบอลกระดอนมาเข้าทาง เยอเคเรสที่ยิงซ้ำเข้าไป แม้จะมีโชคเล็กน้อยจากจังหวะแฉลบก็ตาม

Arsenal_full_backs_4.png

Arsenal_full_backs_5.png

ด้วยการคงตำแหน่งของทิมเบอร์และลูอิส-สเกลลี่ หรือบางครั้งก็เป็นไรซ์ ในพื้นที่ฟูลแบ็กอยู่เสมอ อาร์เซนอลบังคับให้แอตเลติโกต้องตอบสนองและปรับโครงสร้างตลอดเวลา เมื่อมีการเปิดพื้นที่ในแนวรับของคู่แข่ง ทีมของมิเกล อาร์เตต้าก็ใช้บอลทะลุช่องเข้าโจมตีโดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเกมรุกในฤดูกาล 2025-26

ความแตกต่างระหว่างวิธีที่อาร์เตต้าใช้ตำแหน่งแบ็กซ้ายในฤดูกาลนี้กับในเกมที่ชนะเหนือแอตเลติโก 4-0 นั้นมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแค่ขยับซูบิเมนดี้และแบ็กซ้ายมาทางขวาอีกไม่กี่หลา ก็จะได้รูปแบบ “บล็อกมิดฟิลด์” แบบปกติที่เขาใช้

อย่างไรก็ตาม การตีความบทบาท และการยืนครองพื้นที่ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ไม่ว่าจะเป็นลูอิส-สเกลลี่หรือไรซ์ ทำให้การปรับเล็กน้อยนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก

อาร์เตต้า ทีมสตาฟฟ์ และเหล่านักเตะ ได้พิสูจน์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าพวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นจากเกมหนึ่งไปสู่อีกเกมหนึ่ง หรือแม้กระทั่งภายในเกมเดียวกันเอง ในระดับสูงสุดของฟุตบอล รายละเอียดเล็ก ๆ เพียงไม่กี่หลา ก็สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลได้ อย่างที่แอตเลติโก มาดริด ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองในค่ำคืนนี้


ดูบอลสดฟรี

Share this post


Link to post
Share on other sites




 Hi88    สล็อตเว็บตรง    สล็อตเว็บตรง    คาสิโน  

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Sign in to follow this  

×
×
  • Create New...